ทวี ชี้รัฐต้องคุ้มครองยิ่งชีพ เปิดข้อมูลทุจริต ยันจุดยืนปกป้องนิติบัญญัติ ไม่ทำอะไรลับหลัง

ทวี ชี้รัฐต้องคุ้มครองยิ่งชีพ เปิดข้อมูลทุจริต ยันจุดยืนปกป้องนิติบัญญัติ ไม่ทำอะไรลับหลัง
วันที่ 3 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวในรายการ ประชาธิปไตย 2 สี ดำเนินรายการโดยนายอธึกกิต แสวงสุข ทางช่องยูทูปมติชนทีวี ถึงกรณีเรื่องคดีฮั้วส.ว. ว่า เรื่องฮั้วส.ว. ตนเป็นคนหนึ่งที่ถูกกระทำ เพราะส.ว. 138 คน เข้าชื่อกันร้องตนต่อศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาว่าเข้าไปแทรกแซงคดี มีปัญหาเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งก็ได้ต่อสู้ไปว่าเป็นการมาศาลโดยไม่สุจริต เนื่องจาก 138 ส.ว. เป็นคนที่ถูกสอบสวน แต่กลับมายื่นร้องเพื่อไม่ให้สอบสวนตัวเอง อย่างไรก็ตามศาลชี้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการร้องว่ากกต.แทรกแซงหรือไม่ สุดท้ายก็มีคำพิพากษาออกมา โดยตีความคำว่าซื่อสัตย์สุจริต ว่าเป็นเรื่องของความคาดหวัง
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องของการฮั้วส.ว. มีความไม่ปกติตั้งแต่ต้น โดยในกฎหมายระบุว่า ให้การเลือกส.ว.เป็นในทางลับ แต่กกต.กลับให้ใช้หมายเลขผู้สมัครแบบเดิม ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงบ่าย ทำให้เห็นได้ว่าระบบโพยมีผลต่อการลงคะแนน ยิ่งเป็นการเลือกไขว้ ระหว่างกลุ่ม จะไปรู้จักกันได้อย่างไร จึงจะเห็นว่ามีช่องว่างระหว่างคนที่ได้คะแนนสูง 60-70 คะแนน กับ หลักไม่ถึง 30 คะแนน
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตามที่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดกว่า 200 ล้านรูป ก็มีมูลให้น่าเชื่อได้ว่ามีมูลให้เชื่อได้ว่าเจตนาในการเลือกส.ว.ชุดนี้ไม่สุจริต และควรส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาได้แล้ว และก่่อนหน้านี้ก็มีคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วว่า การไลน์หากันเพื่อแลกคะแนน ก็เป็นความผิด ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี ทุกอย่างมีบรรทัดฐานไว้หมดแล้ว
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้จริงๆแยกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่อยู่กับกกต. ที่รอการพิจารณา กับอีกส่วนหนึ่งที่อยู่กับดีเอสไอ อันนี้สามารถเดินหน้าได้เลย ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทางดีเอสไอ ถึงไม่ขยับ เพราะการตรวจสอบเรื่องอั้งยี่ นี่ไม่ได้ยุ่งยาก แต่เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญ คนที่อยู่ในตำแหน่งต้องไม่ให้อำนาจนอกระบบมาครอบงำ ส่วนเรื่องที่อยู่กับกกต. ก็อยู่ที่ดุลพินิจ แต่กฎหมายก็บอกแล้วว่าแค่มีเหตุอันควรสงสัยก็ส่งไปได้ และที่สำคัญ คณะกรรมการชุดที่ 26 ที่ทำสำนวนมา ก็มีอำนาจ เพราะมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ท่านก็ชี้ว่ามีอำนาจ ชอบด้วยกฎหมายก็อยู่ที่การวินิจฉัยของกกต.แล้ว
เมื่อถามถึงการแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ก็ต้องแยกเป็น 2 เรื่อง คือเรื่องส่วนตัว ที่คนเสียหาย ก็ต้องมีสิทธิปกป้องตัวเองด้วยการดำเนินคดี แต่ก็ต้องไม่ไปใช้อำนาจรัฐข่มขู่คุกคาม กับอีกเรื่องหนึ่งคือในเรื่องของรัฐ ในเมื่อบอกว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง เมื่อมีคนให้เบาะแสว่ามีการโกง รัฐ ก็ต้องคุ้มครองในฐานะผู้ให่้เบาะแส อาจจะต้องจัดหาทนายสู้คดีให้เขาด้วย
เมื่อถามว่าถูกมองว่าเป็นฝ่ายค้านในฝากรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เข้าใจพรรคการเมืองที่มาร่วมรัฐบาล แต่ตนเป็นผู้ถูกกระทำ ถูกฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่ามีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครมายุ มีแต่จะมาห้ามด้วยซ้ำ
“เรื่องนี้เป็นเรื่องอำนาจนิติบัญญัติ ส.ว.ต้องตรวจสอบกฎหมายก่อนทูลเกล้าฯ ต้องได้คนที่ปราดเปรื่อง รอบรู้ ไม่ใช่เอาคนที่ไม่มีความรู้ กลั่นกรองกฎหมายไม่ได้ จุดเสื่อมคือสภานิติบัญญัติ แล้วก็ไปกินรวบประเทศไทย เพราะคนทำคลอด กกต. ปปช. ก็คือส.ว. ผมไม่เคยทำอะไรลับหลังใคร แต่จุดยืนผมในเรื่องนี้ก็ต้องคงอยู่ เมื่อนายกฯบอกเองว่าจะปราบทุจริต ผมก็ยึดมั่นในหลักการนี้ ไม่ก้มหัวให้กับความไม่สุจริต”พ.ต.อ.ทวี กล่าว