Cover Image

วช.ลงพื้นที่ ‘ฝายเชียงราย’ ตรวจเยี่ยมนวัตกรรมระบบเตือนภัยน้ำท่วมเมือง

วช.ลงพื้นที่ ‘ฝายเชียงราย’ ตรวจเยี่ยมนวัตกรรมระบบเตือนภัยน้ำท่วมเมือง

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว) นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดเชียงราย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด วช. น.ส.เสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนวัตกรรมระบบการเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงราย พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำของจังหวัดเชียงราย ที่ โครงการชลประทานฝายเชียงราย จังหวัดเชียงราย

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเตือนภัยและการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานในพื้นที่ การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการดำเนินงานและรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยเพื่อเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และสนับสนุนการบริหารจัดการอุทกภัย เพื่อให้หน่วยงานสามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

นายทวีชัย โค้วตระกูล กล่าวว่า การบริหารจัดการประตูระบายน้ำอาศัยการติดตามระดับน้ำและข้อมูลสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เมื่อระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จะประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาการเปิดประตูระบายน้ำเพื่อระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจ ระบบระบายน้ำในพื้นที่ได้รับการออกแบบให้รองรับปริมาณน้ำประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ควบคู่กับการติดตามข้อมูลสภาพอากาศและพายุที่อาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนและตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น ได้ตรวจเยี่ยมนวัตกรรมระบบการเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ ผู้ช่วยศ .ดร.อังกูร ว่องตระกูล และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงราย โดยระบบดังกล่าวบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนผ่านหลายช่องทาง สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ประมาณ 10–12 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ วช.มีความมุ่งมั่นของในการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการน้ำและรับมืออุทกภัยอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเสริมสร้างความพร้อมของหน่วยงานและประชาชนในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Back To Top