Cover Image

‘เน Perses’ เชื่อ หนังสือกรูมมิ่งตัวตน ‘นนน’ กรีดดมกลิ่นเล่มใหม่ อ่าน ‘เจ้าชายน้อย’ ซ้ำทุกปี

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม ศาสตราจารย์ ดร. สุดใจ เหล่าสุนทร ชั้น 2 สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) นำโดย นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ แถลงการจัดงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 (อ่านข่าว เตรียมพุ่ง! มหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31 คาดคนไปวันละแสน สะพัดกว่า 500 ล. รับ ‘น้ำท่วม’ ส่อกระทบแรงซื้อ) 

โดยในปีนี้มีสำนักพิมพ์เข้าร่วมรวม 319 สำนักพิมพ์และหน่วยงาน 912 บูท บนพื้นที่ 17,314 ตารางเมตร พร้อม 18 นิทรรศการและกิจกรรมที่เชื่อมโลกหนังสือกับผู้อ่านทุกวัย ตลอด 10 วัน ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ฮอลล์ 5–7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ท่ามกลางศิลปินรับเชิญร่วมแลกเปลี่ยนหนังสือที่ชื่นชอบ อาทิ ’นิ้ง‘ น.ส.ชัญญา แม็คคลอรี่ย์, ‘นนน’ นายกรภัทร์ เกิดพันธุ์, ‘เน’ นายณรัณ วิภัยรุ่งโรจน์ (เน Perses), ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ หรือ อ.กิ๊ฟท์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และ น.ส.กัญญารัตน์ ขุนเมือง หรือ ‘โบว์’ นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ตำแหน่งบอลเร็ว

ด้าน นายณรัณ หรือ เน กล่าวว่า ในฐานะนักอ่านเราไปงานมหกรรมหนังสือตั้งแต่เด็กๆ เมื่อก่อน บ้านญาติอยู่แถวคลองเตย จะเดินไปศูนย์ประชุมฯ ทุกปี เวลาไม่มีอะไรทำก็จะขอไปซื้อหนังสือการ์ตูนมาอ่าน เป็นหนึ่งในความทรงจำ จนโตมาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว เรามีโอกาสได้เขียนหนังสือ ก็ได้ไปแจกลายเซ็นในฐานะนักเขียน ทำให้รู้สึกเติมเต็ม (ful fil) ความฝันเหมือนกัน

“พอไปในฐานะนักเขียน แต่ละคนที่มาคือเขาอ่านงานของเรามาแล้ว เขาก็จะมีเรื่องหรืออะไรบางอย่างมาเล่า อ่านแล้วรู้สึกอะไรบ้าง ในฐานะนักเขียน รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีในการพบเจอกับผู้คนที่อ่านงานของเรา”

นายณรัณ กล่าวถึงหนังสือที่กำลังอ่านในช่วงนี้ ‘โตเกียวซ่อนกลิ่น’ ของ อุทิศ เหมะมูล ที่ผู้เขียนเขียนขึ้นตอนอยู่ที่โครงการศิลปินพำนัก ที่ประเทศญี่ปุ่น ในปีต่อมา พี่เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ ก็ได้เอามาทำเป็น workshop ในการทำหนังต่อ

“ความจริงเคยอ่านเรื่องนี้ในรวมเรื่องสั้นมารอบนึง แล้วเพิ่งได้เห็นว่าเขาตีพิมพ์แยกด้วย เป็น 3 ภาษา ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น และตอนนี้เรากำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วย บวกกับมีคำนิยมของพี่เจ้ยที่หน้าปกด้วย โดยรู้สึกว่าต้องซื้อเก็บไว้หน่อยแล้ว เพราะเป็นเรื่องสั้นที่เราชอบ” นายณรัณกล่าว

เมื่อถามถึงหนังสือที่เปลี่ยนชีวิต?

นายณรัณเผยว่า จริงๆ รู้สึกว่าหนังสือหลายเล่มมันค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเราไปทีละนิด การเจอหนังสือเล่มนึง มันทำให้เห็นมุมมองใหม่ที่อาจไม่เคยเจอมาก่อน แล้วค่อยๆ กรูมมิ่งให้เป็นเรา

นายณรัณเผยด้วยว่า งานหนังสือปีที่แล้ว ก็มีหลายเล่มที่ยังไม่ได้แกะเหมือนกัน แต่ขอซื้อเก็บไว้ก่อน เผื่อได้อ่าน ในการเลือกซื้อ ส่วนใหญ่เน้นดูทีเนื้อหา มีอะไรบางอย่างที่เราอาจจะสนใจ ณ ช่วงนั้น รู้สึกว่าถ้ามีไว้แล้วจะอุ่นใจ และในปีนี้มีหนังสือการ์ตูน ที่อยากได้มานแล้ว

ด้าน นายกรภัทร์ หรือ นนน กล่าวว่า ในความทรงจำ คือไปทุกปี ที่บ้านพาไปตั้งแต่เด็กๆ เราหาอะไรที่อ่านง่ายหน่อย พวกการ์ตูน บรรยากาศคึกคักทุกปี

“ปีหลังๆ ที่ไม่มีโอกาสไป เพราะไปแจกลายเซ็นกับทางค่าย ผมว่าคนสนใจงานหนังสือเยอะนี้เยอะขึ้นทุกปี และยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ”

นายกรภัทร์ เผยว่า ตนอาจไม่ค่อยได้อ่านลึก หรือเยอะเท่าคนอื่น แต่ส่วนใหญ่จะชอบซื้อ บางทีก็อ่านไม่จบ ซื้อแล้วลืมไปบ้าง

“แต่ถ้าให้แนะนำ ผมว่าทุกคนน่าจะมีท็อปทรี ของตัวเอง ซึ่งมันอาจเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผมชอบคุยกับเพื่อนว่า ‘หนังท็อปทรีตอนนี้ให้อะไรบ้าง’ มันจะมีหนังเรื่องนึงที่ไม่เคยหายไป ถ้าเป็นหนังสือสำหรับผมคือ ‘เจ้าชายน้อย’ ผมว่าน่าจะเป็นวรรณกรรมคลาสสิกมากๆ ในมุมผม สิ่งที่พิเศษ คือมันเป็นหนังสือที่ผมต้องหาเวลาอ่าน อย่างน้อยปีละครั้ง มันจะรีเฟล็กซ์ (สะท้อน) เราในปีนั้น ว่าเรามองโลกเปลี่ยนไปยังไง

การที่เราโตขึ้น มีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งร่างกาย โลกที่โบยตีเราทุกปี ทำให้ความคิดบางอย่างเปลี่ยนไป จากที่อ่านทุกปี เราได้อะไรบางอย่าง มักจะได้คำนิยามตัวเองในปีนี้ ว่าเราเป็นคนประมาณไหน อ่านเล่มเดิม แต่มันไม่เหมือนเดิมผมว่าอ่านหนังสือเล่มเดิม ไม่ได้หมายความว่าจบไปเดิม หรือรู้สึกแบบเดิมเสมอไป เจ้าชายน้อยมันเป็นฟังก์ชั่นนั้น ที่ทำให้เราเห็นอะไรบางอย่างในตัวเรา” นายกรภัทร์เผย

นายกรภัทร์เผยด้วยว่า เคยซื้อหนังสือในงานไปหมื่นกว่าบาท แล้วลืมไปด้วยว่าซื้ออะไรไปบ้าง ตนอาจเป็นตัวแทนของคนที่ชอบซื้อหนังสือ

“แต่สุดท้าย เมื่อเราได้ซื้อแล้ว มันอยู่ในบ้านเรา เราจะหยิบมันมาอ่านได้ง่ายขึ้น อย่างน้อย 10 หน้าก็ได้ ไม่รู้ใครเป็นอย่างผมไหม ชอบดมกลิ่นหนังสือใหม่ ซึ่งผมชอบกลิ่นนั้นมาก เราจะยืนในมุมหนังสือ กรีดกรายแล้วดมไปด้วย”

เวลาเราเดินดู เราได้อะไรบางอย่างไปโดยไม่รู้ตัว อย่าง ‘กล้าที่จะถูกเกลียด’ แค่ชื่อหนังสือ มันทำให้เราคิดอะไรได้กว้างขึ้น ทั้งที่ยังไม่อ่านด้วยซ้ำ มันทำให้เราได้อะไรมากกว่าเดิม“ นายกรภัทร์ กล่าว และว่า

นอกจากนี้ ยังซื้อหนังสือ ที่เคยทำเป็นการ์ตูน อะนิเมะที่ชอบ เก็บไว้ด้วย

นายกรภัทร์กล่าวด้วยว่า หนึ่งในสนามเด็กเล่น คือร้านหนังสือ บ้านของญาติ เราวิ่งเล่นอยู่ในนั้น

“บางเล่ม ผมซื้อเพราะไม่อยากให้มันหายไป อุดหนุนเพื่อให้สิ่งนี้มันมีต่อไปเรื่อยๆ เหมือนผมเป็นพรีเซ็นเตอร์โรงหนัง ไม่เคยขอโควต้า แต่ซื้อเองทุกเรื่อง เพราะผมไม่อยากให้โรงภาพยนตร์นั้นหายไป หนังสือก็เหมือนกัน” นายกรภัทร์เผย

สำหรับ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ฮอลล์ 5–7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.thailandbookfair.com, Facebook: Thai Book Fair (@bookthai) และ www.pubat.or.th

Back To Top