ดอลลาร์แข็งค่า สอดคล้องบอนด์ยีลด์ดีดตัว หลังเผย PCE สูงกว่าคาด : อินโฟเควสท์

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันนี้ สอดคล้องการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่สูงกว่าคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ณ เวลา 22.17 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.27% สู่ระดับ 99.182 ขณะที่ดอลลาร์ดีดตัว 0.20% สู่ระดับ 1.165 เทียบยูโร และแข็งค่า 0.13% สู่ระดับ 159.36 เยน
นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นเดือนต.ค. จากเดิมที่คาดไว้ในเดือนธ.ค. หลังการเปิดเผยดัชนี PCE ที่สูงกว่าคาดในวันนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 54.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 46.4% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 45.3% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 53.6% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.6% จากระดับ 3.7% ในเดือนมิ.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.1% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนมิ.ย.
ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 3.3% เช่นกันในเดือนมิ.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.1% ในเดือนมิ.ย.
ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. เนื่องจากจะเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกของนายวอร์ชบนเวทีแจ็กสัน โฮล หลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานเฟด
ทั้งนี้ นายวอร์ชจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันศุกร์ เวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย
เฟดจัดการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮลในปีนี้ระหว่างวันที่ 27-29 ส.ค. ภายใต้หัวข้อ “Financial Innovation: Implications for Payments and Policy” หรือ “นวัตกรรมทางการเงิน: ผลกระทบต่อระบบการชำระเงินและนโยบาย” ซึ่งเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ และสอดคล้องกับระบบการเงินสมัยใหม่ โดยอาจเกี่ยวข้องกับ stablecoins, digital payments, cryptocurrencies, tokenization และ CBDC หรือสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง รวมทั้งคำถามว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดอย่างไร
นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายวอร์ชเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่อยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ดีดตัวขึ้น ขณะที่หนี้ของรัฐบาลสหรัฐพุ่งทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ