Panland ปลุกกระแส “ใบเตย” สู่ New Beverage Category ดันรสชาติไทยสู่ Global Pandan Movement
ในยุคที่ตลาดเครื่องดื่มแข่งขันกันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะตลาดชาและกาแฟที่มีผู้เล่นจำนวนมากและตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภค แต่ท่ามกลางตลาดที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน กลับมีแบรนด์หนึ่งเลือกที่จะมองหาโอกาสใหม่ด้วย “ความคิดสร้างสรรค์” และตั้งคำถามว่า นอกจากชาและกาแฟแล้ว ยังมีรสชาติแบบไหนอีกบ้างที่สามารถกลายเป็นเครื่องดื่มร่วมสมัยและสร้าง Category ใหม่ขึ้นมาได้

นี่คือจุดเริ่มต้นของ Panland แบรนด์เครื่องดื่มที่เลือกหยิบ “ใบเตย” วัตถุดิบที่คุ้นเคยและอยู่คู่กับวัฒนธรรมไทยมายาวนาน มาตีความใหม่ผ่านเครื่องดื่ม ดีไซน์ และประสบการณ์ เพื่อสร้างมุมมองใหม่ให้กับใบเตย และพัฒนาให้กลายเป็น New Beverage Category ที่แตกต่างจากตลาดเครื่องดื่มแบบเดิม
Panland เกิดขึ้นจากคำว่า Pandan + Land หรือ “ดินแดนแห่งใบเตย” โดยวาง Positioning เป็น Modern Beverage Brand ที่ต้องการ Reimagine “ใบเตย” ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มายาวนาน ให้กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ร่วมสมัย และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

จากประสบการณ์ Corporate สู่การสร้างแบรนด์ใบเตย
เบื้องหลัง Panland คือสอง Co-founders อย่าง “ปิ่น – จินดาภัทร สินธวัชต์” และ “โบว์ – พิมพ์ลดา นามพิชญ์ธนสิน” ที่นำประสบการณ์จากการทำงานในองค์กรชั้นนำมาต่อยอดเป็นธุรกิจของตัวเอง
ปิ่น – จินดาภัทร สินธวัชต์ อดีตทนายความและนิสิตดีเด่นของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนผันตัวมาทำงานด้าน Marketing และ Partnership กับองค์กรระดับโลกและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ Shopee, LINE และ TikTok
ขณะที่ โบว์ – พิมพ์ลดา นามพิชญ์ธนสิน สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตร BBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์การทำงานกับ Nielsen และ Google
ทั้งสองคนได้นำความรู้และทักษะจากโลก Corporate ไม่ว่าจะเป็นด้าน Marketing, Partnership, Strategy และ Business มาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลในวัตถุดิบไทย เพื่อขับเคลื่อน Panland และสร้างแบรนด์ที่สามารถนำ “ใบเตย” มาตีความในรูปแบบใหม่ให้เข้ากับผู้บริโภคยุคปัจจุบัน
แนวคิดสำคัญของ Panland คือการ Modernize, Mass และ Movement — เปลี่ยนใบเตยจากวัตถุดิบในเมนูแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นสิ่งใหม่และน่าตื่นเต้น ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถบริโภคใบเตยได้ในชีวิตประจำวัน และผลักดันให้เกิด “Pandan Movement” ที่สามารถพารสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก

ไม่หยุดแค่เครื่องดื่ม แต่สร้างสรรค์ “ใบเตย” ในหลากหลายมิติ
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Panland คือการไม่ได้มองใบเตยเป็นเพียง “รสชาติของเครื่องดื่ม” แต่ต้องการสำรวจว่าใบเตยสามารถถูกนำไปสร้างสรรค์เป็นอะไรได้อีกบ้าง
ที่ผ่านมา Panland ได้ร่วม Collaborate กับแบรนด์ต่าง ๆ ในหลากหลายรูปแบบ ไม่จำกัดเฉพาะเครื่องดื่ม แต่ยังนำคาแรกเตอร์และกลิ่นหอมของใบเตยไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ใหม่ ๆ รวมถึงการสร้างสรรค์ น้ำหอมกลิ่นใบเตย เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าใบเตยสามารถก้าวออกจากกรอบของอาหารและขนมไทย และกลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่สามารถตีความผ่าน Lifestyle และ Creative Experiences ได้อย่างหลากหลาย
เบื้องหลังเมนูที่ใช้เวลาพัฒนากว่า 6 เดือน
ทุกเมนูของ Panland ผ่านกระบวนการ R&D อย่างละเอียด โดยร่วมพัฒนากับทั้ง Bartender, Barista และ Mixologist ใช้เวลามากกว่า 6 เดือน ในการค้นคว้า ทดลอง และปรับสูตร เพื่อสร้างเครื่องดื่มที่มีทั้งคุณภาพ รสชาติ และเอกลักษณ์ที่แตกต่าง พร้อมแนวคิด “Blending the Logic of Science with the Soul of Tradition” ที่ผสานเทคนิคสมัยใหม่เข้ากับรากฐานของวัตถุดิบและรสชาติแบบดั้งเดิม
หนึ่งในเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ Pandan Genmai Latte ชานมใบเตยหอมข้าวคั่ว ที่นำชาข้าวเก็นไมมาผสมผสานเข้ากับ ซอสสังขยาใบเตยโฮมเมด ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับเครื่องดื่มของ Panland ให้ได้ทั้งกลิ่นหอมของข้าวคั่ว ความนุ่มของนม และเอกลักษณ์ของใบเตยในแก้วเดียว
อีกหนึ่งเมนูที่สะท้อนความตั้งใจในการนำวัตถุดิบไทยมาสร้างสรรค์ใหม่คือ Pandan Panna Cotta พานาคอตต้าใบเตยเนื้อเนียนนุ่ม เสิร์ฟคู่กับ ข้าวเม่าทรงเครื่องจากจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของปิ่น หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Panland ก่อนที่เมนูดังกล่าวจะได้รับความสนใจและถูกนำไปเสิร์ฟที่ Kaito Omakase ด้วยการผสมผสานระหว่างรสชาติที่รับประทานง่าย ความคิดสร้างสรรค์ และการนำวัตถุดิบไทยมาตีความในรูปแบบใหม่
ในด้านวัตถุดิบ Panland ให้ความสำคัญกับการใช้ ใบเตยจริง วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% และไม่มีสารปรุงแต่งสังเคราะห์ เพื่อรักษาคาแรกเตอร์ของใบเตยและถ่ายทอดรสชาติออกมาในรูปแบบที่ร่วมสมัยมากขึ้น
จาก Local Ingredient สู่ Global Flavor
Panland มองเห็นช่องว่างในตลาดเครื่องดื่มที่ปัจจุบันมีแบรนด์กาแฟและชาเป็นตัวเลือกหลัก ขณะที่วัตถุดิบไทยจำนวนมากยังไม่ได้ถูกนำมาต่อยอดเป็น Modern Beverage Brand อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาสร้าง Contemporary Design และ Storytelling ให้สามารถสื่อสารกับคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกได้
ด้วยเหตุนี้ Panland จึงไม่ได้ต้องการเป็นเพียง “ร้านเครื่องดื่มใบเตย” แต่ต้องการสร้าง หมวดหมู่ใหม่ของเครื่องดื่มจากใบเตย และทำให้ใบเตยกลายเป็นมากกว่าส่วนประกอบของขนมไทย แต่เป็นรสชาติที่สามารถมีพื้นที่ในวัฒนธรรมการดื่มของคนรุ่นใหม่ได้ เช่นเดียวกับรสชาติอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมในระดับโลก

สำหรับกลุ่มลูกค้า Panland ให้ความสำคัญกับ Gen Z และคนทำงานรุ่นใหม่ในเมือง รวมถึงผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์แบบไทยที่มีความ Authentic
ปัจจุบัน Panland มี Cafe แห่งแรกที่ สุขุมวิท 31 และวางแผนเดินหน้าขยายแบรนด์ผ่านทั้ง Booth และ Pop-up รวมถึงการขยายสาขาและพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ เพื่อทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์จากใบเตยได้มากขึ้น
ในระยะยาว Panland ตั้งเป้าขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับใบเตย ก่อนพัฒนาแบรนด์ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ Pandan ชั้นนำของภูมิภาค
จากวัตถุดิบที่อยู่คู่ครัวไทยมาหลายชั่วอายุคน สู่เครื่องดื่มที่ได้รับการออกแบบใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ Panland ต้องการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ “ใบเตย” จาก Local Ingredient ให้กลายเป็น Global Flavor และพารสชาติไทยก้าวไปไกลกว่าที่เคย — จาก Bangkok ไปสู่ the World.
by TVPOOL ONLINE









