Cover Image

ลุ้นฟิทช์ปรับ Outlook ไทยขึ้น "Stable" โบรกชู KTB-TTB รับอานิสงส์


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DAOL ระบุว่า ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) มีโอกาสที่ฟิทช์จะปรับแนวโน้มอันดับเครดิตประเทศไทยขึ้นสู่ระดับ “มีเสถียรภาพ” (Stable) ในการทบทวนในเดือน ก.ย.69 เพื่อให้สอดคล้องกับมุมมองของมูดี้ส์ เรทติ้งส์ (Moody’s Ratings) และเอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P Global Ratings) ที่ปรับมุมมองดีขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 69

ทั้งนี้ หากฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยดีขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้แนวโน้มอันดับเครดิตของธนาคารไทยได้รับการปรับเพิ่มตามไปด้วย โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ซึ่งมีโอกาสได้รับอานิสงส์มากที่สุด และเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นและราคาหุ้น

โดย บล.ดาโอ ยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารที่ระดับ “มากกว่าตลาด” เนื่องจากวัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาลงสิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่กลุ่มธนาคารมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยประมาณ 6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นไทยที่ประมาณ 3% และมูลค่าหุ้นยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ระดับ PBV เพียง 0.98 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีประมาณ 0.25 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

สำหรับกลยุทธ์ลงทุน บล.ดาโอเลือก KTB คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 50 บาท และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 270 บาท เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม ส่วน TTB ให้คำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท โดยคาดว่า KTB และ TTB จะได้รับปัจจัยหนุนจากประเด็นการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตมากที่สุด

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเมินความเสี่ยงของประเทศไทยลดลงจากช่วงหนึ่งปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจสามารถรับมือกับแรงกดดันได้ดีขึ้น ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกก่อนเข้าสู่กระบวนการทบทวนอันดับเครดิตประจำปีของไทยในปีนี้

โดย เมื่อวันที่ 24 ก.ย.68 ฟิทช์ได้ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็น “เชิงลบ” โดยคงอันดับเครดิตไว้ที่ BBB+/Negative จากเดิมที่มีแนวโน้ม “มีเสถียรภาพ” ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองและภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากนั้น ฟิทช์ได้ประกาศคงอันดับเครดิตของธนาคารพาณิชย์ไทย แต่ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของธนาคาร 5 แห่งเป็น “เชิงลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” ได้แก่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM), KTB, TTB, ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SCBT และธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) หรือ UOBT

Back to top button

Back To Top