OR เปิดงบ Q2/69 พลิกขาดทุนกว่า 1.77 พันลบ.EBITDA วูบ Mobility-ตปท.ฉุด ค่าใช้จ่าย Virtual
บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก [OR] และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 1,774.95 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,231.80 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 0.15 บาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.19 บาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 69 มีกำไรสุทธิ 639.80 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,611.28 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 0.05 บาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.55 บาท
OR ระบุว่าไตรมาส 2/69 มีรายได้ขายและบริการ 205,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,542 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.8% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยรายได้ขายของ กลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global เพิ่มขึ้น 16.8% และ 24.8% ตามลำดับ จากราคาจำหน่ายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มปรับตัวลดลงในไตรมาส 2/69 แม้ว่าปริมาณจำหน่ายจะลดลง เนื่องจากอุปสงค์โดยรวมชะลอตัว อันเป็นผลจากราคาจำหน่ายเฉลี่ยที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประกอบกับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล รวมทั้งกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น 2.8% จากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ตามปัจจัยฤดูกาล
ในไตรมาส 2/69 มี EBITDA 53 ล้านบาท ลดลง 7,047 ล้านบาท ลดลง 99.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/69 โดยหลักจากภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรและปริมาณจำหน่ายที่ปรับลดลง ทั้งใน กลุ่มธุรกิจ Mobility จากตลาดค้าปลีกน้ำมัน และกลุ่มธุรกิจ Global จากฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว ประกอบกับมีประมาณการผลขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Net Realizable Value: NRV) อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ปรับตัวลดลงเช่นกัน จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น
สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น จากค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย และค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาเป็นหลัก สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (Share of gain from investments) ภาพรวมลดลง จากการรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ในไตรมาสนี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลให้เกิดผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ผลจากการป้องกันความเสี่ยงด้วยตราสารอนุพันธ์ขาดทุนลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 69 OR มีรายได้ขายและบริการ 381,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32,205 ล้านบาท (+9.2%) จากครึ่งแรกปี 68 ในทุกกลุ่มธุรกิจ ด้าน EBITDA จำนวน 7,153 ล้านบาท ลดลง 3,883 ล้านบาท (-35.2%) โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Mobility ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรปรับตัวลดลง โดยหลักจากน้ำมันอากาศยานและดีเซล สวนทางกับเบนซินที่ปรับตัวดีขึ้น และกลุ่มธุรกิจ Global ที่กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว นอกจากนี้ทั้งสองกลุ่มธุรกิจได้บันทึกประมาณการผลขาดทุนจาก NRV เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง
ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น ตามกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น จากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (Share of gain from investments) ภาพรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในงวดนี้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เกิดผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน สวนทางกับตราสารอนุพันธ์ที่มีผลขาดทุน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น