ไป Open House ต้องดูอะไร ถามอะไรบ้าง? คู่มือสำรวจมหา’ลัยก่อนตัดสินใจเลือกคณะ - การศึกษา ข่าว สอบตรง สมัครสอบ นักเรียน นักศึกษา ทุนการศึกษา เรียนต่อต่างประเทศ มหาวิทยาลัย โรงเรียน
ไป Open House ต้องดูอะไร ถามอะไรบ้าง ? คู่มือสำรวจมหา’ลัยก่อนตัดสินใจเลือกคณะ

Meta Description: ไปงาน Open House ทั้งทีควรดูและถามอะไรบ้าง รวมเช็กลิสต์เตรียมตัว คำถามสำคัญเรื่องหลักสูตร TCAS ค่าใช้จ่าย ฝึกงาน และชีวิตนักศึกษา เพื่อช่วยเลือกคณะและมหาวิทยาลัยให้เหมาะกับตัวเอง
โดย กองบรรณาธิการ Eduzones | อัปเดต 18 สิงหาคม 2569
ช่วงเปิดบ้านมหาวิทยาลัยหรือ Open House เป็นโอกาสที่นักเรียนมัธยมปลายจะได้เห็นสถานที่จริง ทดลองทำกิจกรรมของคณะ พูดคุยกับอาจารย์และรุ่นพี่ รวมถึงสำรวจว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยแห่งนั้นเหมาะกับตัวเองเพียงใด
แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือ นักเรียนจำนวนไม่น้อยเดินทางไปถึงงานแล้วใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเดินชมบูธ รับของที่ระลึก และถ่ายรูป จนกลับบ้านโดยยังตอบไม่ได้ว่า “หลักสูตรนี้เรียนอะไร” “ใช้คะแนนอะไรสมัคร” หรือ “เราเหมาะกับที่นี่จริงหรือไม่”
Open House จึงไม่ควรเป็นเพียงวันท่องเที่ยวในมหาวิทยาลัย แต่ควรเป็นวันเก็บข้อมูลก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่ TCAS70 รอบ 1 Portfolio เริ่มเปิดรับสมัครตามกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ตามปฏิทินของ MyTCAS
เป้าหมายของการไป Open House ไม่ใช่แค่ “ชอบบรรยากาศ”
ก่อนออกจากบ้าน ลองตั้งเป้าว่าจะต้องกลับมาพร้อมคำตอบอย่างน้อย 5 เรื่อง
- คณะนี้เรียนอะไรจริง ไม่ใช่ดูจากชื่อหลักสูตรเพียงอย่างเดียว
- เราเหมาะกับรูปแบบการเรียนหรือไม่ ทั้งวิชาที่เรียน งานที่ต้องทำ และทักษะที่ต้องใช้
- สมัครอย่างไร ต้องใช้เกรด คะแนนสอบ ผลงาน หรือคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง
- เรียนแล้วไปต่อทางไหน ทั้งการฝึกงาน อาชีพ และการศึกษาต่อ
- ครอบครัวรับค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ เมื่อรวมค่าเล่าเรียน ที่พัก การเดินทาง อุปกรณ์ และค่าครองชีพ
ถ้ายังตอบ 5 ข้อนี้ไม่ได้ แปลว่ายังต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนยื่นสมัคร แม้จะรู้สึกประทับใจกับสถานที่หรือกิจกรรมในงานมากเพียงใดก็ตาม
ก่อนวันงาน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
1. เลือกคณะที่ต้องการสำรวจไม่เกิน 2–3 คณะ
มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่อาจมีหลายคณะและกิจกรรมเกิดขึ้นพร้อมกัน หากวางแผนเดินทุกบูธอาจได้ข้อมูลเพียงผิวเผิน ควรเลือกคณะเป้าหมายหลัก 1–2 คณะ และคณะสำรองอีก 1 คณะ เพื่อให้มีเวลาเข้าฟังการแนะนำหลักสูตร ทดลองกิจกรรม และพูดคุยอย่างจริงจัง
2. ตรวจสอบว่าต้องลงทะเบียนหรือจองกิจกรรมล่วงหน้าหรือไม่
Open House บางแห่งเปิดให้เดินชมงานได้ แต่กิจกรรมยอดนิยม เช่น เวิร์กช็อป ทดลองเรียน ทัวร์ห้องปฏิบัติการ หรือกิจกรรมจำลองวิชาชีพ อาจจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมและแบ่งเป็นรอบ
ตัวอย่างเช่น MU Open House 2026 เปิดระบบจองเวิร์กช็อปแยกตามกลุ่มคณะ ขณะที่กิจกรรมเปิดบ้านแพทย์จุฬาฯ ปี 2569 จัดกิจกรรมเป็นรอบตั้งแต่ 20 นาทีถึง 1 ชั่วโมง จึงควรอ่านประกาศจากช่องทางทางการของงานก่อนเดินทาง
3. อ่านข้อมูลหลักสูตรและเกณฑ์รับสมัครฉบับล่าสุดก่อน
อย่างน้อยควรรู้ชื่อเต็มของหลักสูตร ระยะเวลาเรียน สถานที่เรียน และรอบ TCAS ที่สนใจ สามารถเริ่มค้นหาข้อมูลหลักสูตรปีการศึกษา 2570 ได้ที่ระบบค้นหาหลักสูตร MyTCAS แล้วตรวจสอบซ้ำกับประกาศรับสมัครของมหาวิทยาลัย เพราะรายละเอียดคะแนน คุณสมบัติ และจำนวนรับอาจแตกต่างกันในแต่ละโครงการ
4. วางเส้นทางและตารางเวลา
จดเวลาเริ่มกิจกรรม สถานที่จัด ระยะทางระหว่างอาคาร จุดลงทะเบียน และวิธีเดินทางกลับ บางมหาวิทยาลัยมีพื้นที่กว้างหรือมีหลายพื้นที่จัดการศึกษา อย่าใช้ชื่อมหาวิทยาลัยเป็นหลักในการคาดเดาว่าจะต้องไปเรียนที่ใด
5. เตรียมอุปกรณ์เก็บข้อมูล
- โทรศัพท์และแบตเตอรี่สำรอง
- สมุดหรือแอปจดบันทึก
- รายการคำถามที่ต้องการคำตอบ
- แผนที่หรือตารางกิจกรรม
- น้ำดื่ม ร่ม และยาประจำตัว
- QR Code หรือหลักฐานลงทะเบียน หากงานกำหนด
ไปถึงแล้วต้อง “ดู” อะไรบ้าง?
1. ดูห้องเรียนและพื้นที่ที่นักศึกษาใช้จริง
อย่าดูเพียงอาคารต้อนรับหรือพื้นที่จัดนิทรรศการ ลองสำรวจห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุด พื้นที่ทำงานกลุ่ม โรงอาหาร หอพัก และการเดินทางระหว่างอาคาร
หากหลักสูตรต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ ให้ดูว่านักศึกษาเข้าถึงและใช้จริงได้มากน้อยเพียงใด ไม่ใช่เพียงมีไว้จัดแสดงในวันเปิดบ้าน
2. ดูผลงานและงานที่นักศึกษาต้องทำ
ผลงานรุ่นพี่ช่วยสะท้อนธรรมชาติของหลักสูตรได้ดีกว่าคำประชาสัมพันธ์ ลองดูทั้งชิ้นงาน รายงาน โครงงาน การแสดง ผลงานออกแบบ โปรแกรม ผลงานวิจัย หรือการฝึกปฏิบัติ แล้วถามตัวเองว่า
“เราอยากทำงานแบบนี้ต่อเนื่องหลายปีหรือไม่”
3. ดูบรรยากาศระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา
สังเกตว่านักศึกษากล้าถามอาจารย์หรือไม่ อาจารย์อธิบายเส้นทางการเรียนชัดเจนเพียงใด และคณะมีระบบช่วยเหลือเมื่อนักศึกษาเรียนไม่ทันหรือมีปัญหาด้านสุขภาพจิตอย่างไร
เรื่องเหล่านี้มีผลต่อชีวิตจริงตลอดหลักสูตรมากกว่าความสวยงามของสถานที่
4. ดูสภาพแวดล้อมนอกห้องเรียน
ลองเดินจากประตูมหาวิทยาลัยไปยังคณะ ดูเวลาการเดินทางจริง แหล่งอาหาร หอพัก ระบบขนส่ง ความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายในพื้นที่
หากต้องใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนทั้งด้านเงินและเวลา
30 คำถามที่ควรถามในงาน Open House
ไม่จำเป็นต้องถามทุกข้อ ให้เลือกคำถามที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของตัวเอง และถามให้ถูกคน
คำถามเรื่องหลักสูตรและการเรียน — ถามอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่หลักสูตร
คำถามเรื่อง TCAS และการสมัคร — ถามฝ่ายรับสมัคร
- ปีการศึกษา 2570 เปิดรับใน TCAS รอบใดบ้าง?
- แต่ละรอบรับกี่คน และใช้คะแนนหรือองค์ประกอบอะไร?
- กำหนด GPAX ขั้นต่ำหรือเกรดรายวิชาเฉพาะหรือไม่?
- Portfolio ต้องมีผลงานประเภทใด และจำกัดจำนวนหน้าหรือรูปแบบไฟล์อย่างไร?
- มีสอบสัมภาษณ์ สอบปฏิบัติ ออดิชัน หรือทดสอบความสามารถเพิ่มเติมหรือไม่?
- ผู้สมัครจากแผนการเรียนอื่น ปวช. การศึกษานอกระบบ หลักสูตรนานาชาติ หรือ GED สมัครได้หรือไม่ และต้องมีเอกสารเพิ่มเติมอะไร?
- หากข้อมูลในงานแตกต่างจากระเบียบการรับสมัคร ควรยึดเอกสารฉบับใดและติดตามประกาศจากช่องทางไหน?
คำตอบจากบูธมีประโยชน์สำหรับทำความเข้าใจ แต่ก่อนสมัครควรยึดประกาศรับสมัครฉบับทางการของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก
คำถามเรื่องการฝึกงานและอาชีพ — ถามอาจารย์ รุ่นพี่ หรือศิษย์เก่า
- หลักสูตรมีฝึกงาน สหกิจศึกษา หรือฝึกภาคสนามหรือไม่ เริ่มในชั้นปีใด?
- นักศึกษาต้องหาสถานที่ฝึกงานเอง หรือคณะมีเครือข่ายช่วยจัดหา?
- ตัวอย่างสถานที่ฝึกงานในช่วง 1–2 ปีล่าสุดมีที่ใดบ้าง?
- บัณฑิตรุ่นล่าสุดทำงานในสายใด และมีตำแหน่งงานอะไรบ้าง?
- ถ้าจบแล้วไม่ทำงานตรงสาย ทักษะจากหลักสูตรนำไปใช้กับงานใดได้อีก?
- วิชาชีพนี้ต้องสอบใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนหลังจบหรือไม่ และหลักสูตรได้รับการรับรองที่เกี่ยวข้องหรือไม่?
คำว่า “เรียนจบแล้วมีงานทำ” ยังไม่เพียงพอ ควรถามต่อว่างานประเภทใด ทำในตำแหน่งอะไร และข้อมูลนั้นมาจากบัณฑิตรุ่นใด เพื่อไม่ให้ตัดสินใจจากคำตอบที่กว้างเกินไป
คำถามเรื่องชีวิตนักศึกษา — ถามรุ่นพี่ปัจจุบัน
- หนึ่งสัปดาห์เรียนกี่วัน และมีงานนอกเวลาเรียนมากแค่ไหน?
- เรื่องใดที่แตกต่างจากความเข้าใจก่อนเข้ามาเรียนมากที่สุด?
- วิชาใดยากหรือใช้เวลามาก และรุ่นพี่รับมืออย่างไร?
- อาจารย์ให้คำปรึกษาและเข้าถึงได้มากน้อยเพียงใด?
- คณะมีระบบอาจารย์ที่ปรึกษา การติวเสริม หรือความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตหรือไม่?
- ถ้าย้อนกลับไปก่อนสมัคร รุ่นพี่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับหลักสูตรนี้มากที่สุด?
คำถามเรื่องค่าใช้จ่าย — ถามเจ้าหน้าที่และนักศึกษาปัจจุบัน
- ค่าเล่าเรียนต่อภาคการศึกษาเท่าไร และมีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่าเทอมหรือไม่?
- ต้องซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือ ซอฟต์แวร์ ชุดฝึกปฏิบัติ หรือเดินทางไปศึกษานอกสถานที่หรือไม่?
- มีทุนการศึกษา กองทุนกู้ยืม หอพัก หรือโครงการช่วยเหลือนักศึกษาแบบใดบ้าง?
ควรถามทั้ง “ค่าใช้จ่ายตามประกาศ” และ “ค่าใช้จ่ายที่นักศึกษาจ่ายจริง” เพราะบางหลักสูตรมีต้นทุนแฝงจากอุปกรณ์ วัสดุทำงาน การเดินทาง หรือกิจกรรมภาคสนาม
ถามใคร ให้ได้ข้อมูลแบบไหน?
| คนที่ควรถาม | ข้อมูลที่เหมาะจะถาม |
|---|---|
| ฝ่ายรับสมัคร | คุณสมบัติ เอกสาร คะแนน จำนวนรับ และกำหนดการ |
| อาจารย์ประจำหลักสูตร | โครงสร้างหลักสูตร วิธีเรียน โครงงาน และทิศทางวิชาชีพ |
| นักศึกษาปัจจุบัน | ชีวิตจริง งานที่ได้รับ ความยาก บรรยากาศ และค่าใช้จ่ายประจำวัน |
| ศิษย์เก่า | การหางาน ทักษะที่ใช้จริง และช่องว่างระหว่างการเรียนกับการทำงาน |
| เจ้าหน้าที่ทุนหรือกิจการนักศึกษา | ทุน กยศ. หอพัก สุขภาพจิต และระบบช่วยเหลือนักศึกษา |
อย่าถามเรื่องเกณฑ์รับสมัครกับรุ่นพี่เพียงคนเดียว เพราะเกณฑ์อาจเปลี่ยนทุกปี และอย่าถามเฉพาะฝ่ายประชาสัมพันธ์เรื่องชีวิตจริงในห้องเรียน
คำถามเดียวกันควรถามจากมากกว่าหนึ่งมุม เมื่อเป็นเรื่องสำคัญต่อการตัดสินใจ
5 สัญญาณที่ต้องกลับไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม
- ตอบเรื่องสถานที่เรียน ค่าใช้จ่าย หรือเกณฑ์สมัครไม่ตรงกัน
- อธิบายอาชีพหลังเรียนจบได้เพียงกว้าง ๆ โดยไม่มีตัวอย่างตำแหน่งงาน
- ไม่สามารถแสดงโครงสร้างหลักสูตรหรือรายวิชาที่เป็นปัจจุบัน
- หลักสูตรวิชาชีพยังตอบสถานะการรับรองหรือใบอนุญาตไม่ชัดเจน
- ใช้คำว่า “มีงานทำแน่นอน” หรือ “รับประกันสอบติด” โดยไม่มีเงื่อนไขและหลักฐานรองรับ
สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าหลักสูตรไม่มีคุณภาพทันที แต่หมายความว่านักเรียนไม่ควรรีบตัดสินใจจนกว่าจะตรวจสอบกับประกาศ หลักสูตร หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
กลับจาก Open House แล้วควรทำอะไรต่อ?
ภายใน 24 ชั่วโมงหลังกลับจากงาน ให้จดข้อมูลก่อนลืมและให้คะแนนแต่ละด้านจาก 1–5
| ด้านที่ประเมิน | คำถามสำหรับตัดสินใจ |
|---|---|
| ความสนใจ | เราอยากเรียนเนื้อหาและทำงานแบบที่เห็นจริงหรือไม่? |
| ความเหมาะสม | จุดแข็งและข้อจำกัดของเราสอดคล้องกับรูปแบบการเรียนหรือไม่? |
| โอกาสสมัคร | คุณสมบัติและคะแนนของเรามีโอกาสผ่านเกณฑ์เพียงใด? |
| อาชีพ | เส้นทางหลังจบตอบเป้าหมายชีวิตของเราหรือไม่? |
| ค่าใช้จ่าย | ครอบครัวรับภาระทั้งหมดตลอดหลักสูตรได้หรือไม่? |
| สภาพแวดล้อม | การเดินทาง ที่พัก และบรรยากาศเหมาะกับการใช้ชีวิตหลายปีหรือไม่? |
จากนั้นแบ่งข้อมูลเป็น 3 ช่อง
- สิ่งที่ชอบ
- สิ่งที่กังวล
- สิ่งที่ยังต้องหาคำตอบ
หากมีมหาวิทยาลัยเป้าหมายหลายแห่ง ให้ใช้คำถามและเกณฑ์ชุดเดียวกันเปรียบเทียบ เพื่อไม่ให้แห่งหนึ่งได้คะแนนสูงเพียงเพราะงาน Open House จัดสนุกหรือประชาสัมพันธ์น่าสนใจกว่า
สำหรับผู้ปกครอง ควรดูและถามอะไร?
ผู้ปกครองช่วยตรวจสอบเรื่องที่เด็กอาจมองข้ามได้ โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย ความปลอดภัย ที่พัก การเดินทาง และระบบช่วยเหลือนักศึกษา แต่ควรเปิดโอกาสให้ลูกเป็นคนถามเรื่องหลักสูตรและพูดคุยกับรุ่นพี่ด้วยตัวเอง
คำถามสำคัญสำหรับผู้ปกครอง ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายรวมตลอดหลักสูตรประมาณเท่าไร?
- หากมีเหตุฉุกเฉินหรือปัญหาสุขภาพ ติดต่อหน่วยงานใด?
- มีหอพักหรือระบบเดินทางที่ปลอดภัยหรือไม่?
- หากลูกเรียนไม่ไหวหรือมีปัญหาสุขภาพจิต มีระบบช่วยเหลืออย่างไร?
- หลักสูตรมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่อาจทำให้เรียนล่าช้าหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่?
เป้าหมายไม่ใช่ให้พ่อแม่เลือกแทน แต่คือช่วยให้การตัดสินใจของลูกตั้งอยู่บนข้อมูลที่ครบทั้งด้านการเรียน การใช้ชีวิต และความพร้อมของครอบครัว
สรุป: ไป Open House เพื่อหาคำตอบ ไม่ใช่ไปตามกระแส
Open House ที่คุ้มค่าไม่จำเป็นต้องกลับมาพร้อมถุงของที่ระลึกจำนวนมาก แต่ควรกลับมาพร้อมความเข้าใจที่ชัดขึ้นว่า “เราอยากเรียนอะไร” “หลักสูตรนี้เหมาะกับเราหรือไม่” และ “ต้องเตรียมตัวอย่างไรต่อ”
อย่าเลือกคณะเพียงเพราะบรรยากาศวันเปิดบ้านดูดี และอย่าตัดคณะหนึ่งออกเพราะกิจกรรมในงานไม่หวือหวา การตัดสินใจควรพิจารณาร่วมกันทั้งหลักสูตร เกณฑ์สมัคร รูปแบบการเรียน โอกาสหลังจบ ค่าใช้จ่าย และชีวิตจริงของนักศึกษา
เพราะการไป Open House ใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน แต่คำตอบที่ได้อาจช่วยให้เราเลือกเส้นทางการเรียนหลายปีได้อย่างมั่นใจขึ้น
หมายเหตุ: กำหนดการ เกณฑ์รับสมัคร ค่าใช้จ่าย และสถานะการรับรองหลักสูตรอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิชาชีพที่เกี่ยวข้องก่อนสมัครทุกครั้ง
#OpenHouse #TCAS70 #DEK70 #เลือกคณะ #เลือกมหาวิทยาลัย #Portfolio #แนะแนวการศึกษา #Eduzones