ซุปเปอร์เล็ก สละแชมป์ ONE คิกบ็อกซิง หลัง ACL ฉีกขาด
ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย ยอดนักชกเครื่องจักรนักเตะชาวไทยจากจังหวัดบุรีรัมย์ วัย 30 ปี สร้างความตื่นตกใจให้แวดวงศิลปะการต่อสู้อีกครั้ง เมื่อประกาศสละเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต (125-135 ปอนด์) ที่ครองมายาวนานตั้งแต่ปี 2566 โดยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 พร้อมเผยสาเหตุว่ามาจากอาการบาดเจ็บสาหัสที่ต้องการเวลาพักฟื้นระยะยาว
ซุปเปอร์เล็ก เปิดใจหลังตัดสินใจสละแชมป์

ซุปเปอร์เล็ก ส่งสารถึงแฟนมวยทุกคนผ่านโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความเจ็บปวดและความกล้าหาญ โดยระบุว่า “ถึงแฟนมวยทุกคนนะครับ ผมขอประกาศสละเข็มขัด ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต อย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดทางให้การแข่งขันเดินหน้าต่อไป และขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ตลอดช่วงที่ผ่านมา” พร้อมยืนยันว่าจะกลับมาสู้ใหม่ให้ได้หลังจากหายจากอาการบาดเจ็บอย่างสมบูรณ์
สาเหตุหลักที่ทำให้ ซุปเปอร์เล็ก ต้องตัดสินใจสละแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง มาจากอาการบาดเจ็บที่รุนแรงที่สุดในชีวิตนักชกของเขา ซุปเปอร์เล็ก ได้รับบาดเจ็บหนักเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า หรือที่รู้จักกันในชื่อ ACL (Anterior Cruciate Ligament) ฉีกขาดอย่างรุนแรง จากการแข่งขันพ่ายแพ้ทีเคโอ ยกที่ 2 ให้กับ อับดุลลา ดายาคาเอฟ ในศึก The Inner Circle ที่สนามมวยเวทีลุมพินี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
ซุปเปอร์เล็ก เปิดใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นว่า “ในไฟต์นั้น ผมได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าตั้งแต่ช่วงปลายยกแรก และเมื่อกลับมาในยกที่สอง อาการเจ็บทำให้ผมไม่สามารถแข่งขันต่อได้อย่างเต็มที่” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความน่าเสียดายที่นักชกระดับแชมป์โลกต้องออกจากเวทีเนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย แม้ว่าจิตใจจะยังต้องการสู้ต่อไป
อาการ ACL ฉีกขาดถือเป็นหนึ่งในการบาดเจ็บที่รุนแรงที่สุดในวงการกีฬาทุกประเภท โดยทั่วไปต้องใช้เวลาพักฟื้นหลังการผ่าตัดอย่างน้อย 9-12 เดือน และต้องผ่านกระบวนการฟื้นฟูร่างกายอย่างเป็นระบบก่อนที่จะกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง ซึ่งหมายความว่า ซุปเปอร์เล็ก อาจต้องห่างเวทีไปอย่างน้อยจนถึงช่วงกลางถึงปลายปี 2570
เส้นทางแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ของ ซุปเปอร์เล็ก

การสละแชมป์ครั้งนี้ยิ่งน่าเสียดายมากขึ้น เมื่อพิจารณาถึงเส้นทางอันยาวนานและยากลำบากที่ ซุปเปอร์เล็ก ใช้เวลาสร้างขึ้นมาเพื่อคว้าเข็มขัดเส้นนี้
ซุปเปอร์เล็ก คว้าแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2566 หลังจากเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ แดเนียล พูแอร์ตัส นักชกจากสเปน ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นคู่ชิงขัดตาทัพหลังจาก อิเลียส เอ็นนาฮาชิ แชมป์โลกในขณะนั้นประกาศสละตำแหน่ง จากนั้นเขาก็ยังสามารถป้องกันเข็มขัดเส้นนี้สำเร็จมาแล้วถึง 2 ครั้ง ก่อนที่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในไฟต์กับดายาคาเอฟจะพลิกเปลี่ยนทุกอย่าง
นอกจากความสำเร็จในรุ่นฟลายเวตแล้ว ซุปเปอร์เล็ก ยังเคยป้องกันแชมป์มวยไทยรุ่นแบนตัมเวต และยังถูกกำหนดให้ป้องกันแชมป์ ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต ครั้งที่ 3 โดยประกบคู่กับ โจนาธาน ดิ เบลลา แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต ชาวอิตาลี-แคนาดา ในศึก ONE ซามูไร 4 วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 ที่สนามอาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว แต่การบาดเจ็บครั้งนี้ทำให้แผนทั้งหมดต้องพังทลายลง
ใครจะมาเป็นแชมป์คนต่อไปหลัง ซุปเปอร์เล็ก สละเข็มขัด
หลังจาก ซุปเปอร์เล็ก ประกาศสละเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต สายตาของแฟนมวยทั่วโลกก็จับจ้องไปยังว่า ONE Championship จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งมีแนวโน้มที่ทาง ONE จะจัดการแข่งขันชิงเข็มขัดที่ว่างขึ้นมาใหม่ โดยมีนักชกหลายคนที่อยู่ในโผจับตา ไม่ว่าจะเป็น โจนาธาน ดิ เบลลา ที่เดิมทีมีนัดป้องกันกับ ซุปเปอร์เล็ก หรือนักชกอื่นๆ ในรุ่นฟลายเวตที่สั่งสมผลงานมาพอควร
แฟนมวยส่งกำลังใจ ลุ้นวันกลับมา
ข่าวการสละแชมป์ของ ซุปเปอร์เล็ก สร้างความเสียดายและความเป็นห่วงจากแฟนมวยทั่วประเทศและทั่วโลกอย่างล้นหลาม โดยมีผู้เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจในโพสต์ของเขาจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความรักที่แฟนมวยมีต่อนักชกหนุ่มชาวบุรีรัมย์คนนี้
แม้ว่าการสละแชมป์ครั้งนี้จะเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง แต่ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและโชว์สปิริตที่น่านับถือของ ซุปเปอร์เล็ก ที่เลือกจะดูแลร่างกายให้หายสมบูรณ์ก่อน แทนที่จะยึดเข็มขัดไว้จนทำให้การแข่งขันหยุดชะงัก และแฟนมวยทุกคนต่างเชื่อมั่นว่า ซุปเปอร์เล็ก จะกลับมาสู่เวทีระดับโลกได้อีกครั้งอย่างแน่นอน รวมข่าวกีฬามวยล่าสุด