หุ้น Novartis ร่วง 3.3% หลังผลทดลองยาลดไขมัน Lp(a) ล้มเหลว

หุ้นของบริษัท โนวาร์ตีส (Novartis) ผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่สัญชาติสวิส ร่วงลงถึง 3.3% ในวันนี้ (7 ก.ย.) หลังยาตัวสำคัญที่พัฒนาขึ้นเพื่อลดระดับไขมัน Lp(a) ในเลือดไม่ผ่านการทดลองขั้นสุดท้าย ความล้มเหลวนี้สร้างข้อกังขาต่อแนวทางการรักษาดังกล่าว ทั้งยังส่งผลให้นักลงทุนหันไปจับตาและตั้งความหวังสูงขึ้นกับข้อมูลการทดลองยาบำบัดระดับอาร์เอ็นเอ (RNA therapy) ที่กำลังจะเปิดเผย

เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ก.ย.) โนวาร์ตีสเปิดเผยว่า ยาเพลาคาร์เซน (pelacarsen) ไม่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการทดลองขนาดใหญ่ในระยะสุดท้ายกับผู้ป่วยที่มีระดับไขมัน แอลพี(เอ) [Lp(a)] ในเลือดสูง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมนี้ยังไม่มียารักษาที่ตรงจุด

ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ว่า หากยาตัวนี้ประสบความสำเร็จ จะทำยอดขายสูงสุดได้ถึงปีละ 3,000 ถึง 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความล้มเหลวครั้งนี้ยังตั้งโจทย์ที่ท้าทายยิ่งขึ้นให้กับบริษัทยาคู่แข่งอย่าง แอมเจน (Amgen) และ อีไล ลิลลี (Eli Lilly) ซึ่งอยู่ระหว่างทดลองยาลดระดับ Lp(a) ในระยะสุดท้ายเช่นเดียวกัน

สถานการณ์ดังกล่าวยังเพิ่มแรงกดดันต่อยาตัวอื่นในแผนพัฒนา โดยเฉพาะ เดลเดซิแรน (del-desiran) ซึ่งเป็นยาทดลองรักษาโรคกล้ามเนื้อเสื่อมชนิดไมโอโทนิก (DM1) ที่มีกำหนดเปิดเผยผลการทดสอบในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่า ยารักษาโรคกล้ามเนื้อเสื่อมจำเป็นต้องประสบความสำเร็จในการทดลอง เพื่อพิสูจน์ความคุ้มค่าของเงินลงทุนมูลค่าสูงถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่โนวาร์ตีสใช้ซื้อกิจการเพื่อคว้าสิทธิในตัวยานี้มา

อย่างไรก็ตาม โนวาร์ตีสยังมีกำหนดรายงานผลการทดลองยาเรมิบรูทินิบ (remibrutinib) ซึ่งเป็นยาลดการอักเสบสำหรับรักษาโรคต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรังภายในปีนี้เช่นกัน โดยยานี้เพิ่งประสบความสำเร็จในการทดลองกับผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวน่าจะช่วยพยุงและบรรเทาความผิดหวังของนักลงทุนได้บ้าง

ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับลดลงในวันนี้ มูลค่าหุ้นของโนวาร์ตีสพุ่งขึ้นมาแล้วราว 1 ใน 5 นับตั้งแต่ต้นปี จากความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อแผนพัฒนายาใหม่ แม้บริษัทจะกำลังเผชิญแรงกดดันจากการทยอยหมดอายุสิทธิบัตรของยาเดิมก็ตาม

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์


Back To Top