Nothing Headphone (a) EQ ปรับได้ 8 แบนด์ ราคา 5,999 บาท
Nothing Headphone (a) มาพร้อมฟีเจอร์ที่เปิดให้ผู้ใช้ปรับแต่งเสียงได้เองอย่างละเอียด ผ่านระบบ Advanced EQ แบบ 8 แบนด์บนแอป Nothing X ต่างจากหูฟังทั่วไปที่มักปรับจูนเสียงมาให้ตายตัวจากโรงงาน ฟีเจอร์นี้เปิดพื้นที่ให้คนฟังแต่ละคนหาโทนเสียงที่ตรงกับตัวเอง ไม่ว่าจะชอบเบสหนักแน่น เสียงร้องเด่นชัด หรือรายละเอียดเครื่องดนตรีครบทุกย่านความถี่
Advanced EQ 8 แบนด์ ปรับได้ทุกย่านความถี่ ไม่ใช่แค่ปรับเบสกับแหลม

ฟีเจอร์หลักที่มากับ Headphone (a) คือ Advanced EQ แบบ 8 แบนด์บนแอป Nothing X ที่ให้ผู้ใช้เข้าไปปรับความถี่แต่ละช่วงได้ละเอียดกว่าโหมดสำเร็จรูปทั่วไป อยากให้เสียงร้องเด่นขึ้น เพิ่มพลังของเบส หรือดึงรายละเอียดของเครื่องดนตรีออกมาให้ชัด ทำได้ทั้งหมดในแอปเดียว
Ultra Bass Tune เพิ่มความหนักแน่นให้เบสแบบเจาะจง
สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงแนวเบสหนัก Nothing ใส่โหมด Ultra Bass Tune มาให้ปรับความหนักแน่นของเบสได้ตรงจุด โดยไม่ต้องไปยุ่งกับย่านความถี่อื่นที่ปรับไว้ดีอยู่แล้ว
EQ Profile จากคอมมูนิตี้ ดาวน์โหลดหรือแชร์เสียงของตัวเองได้
นอกจากปรับเองแล้ว ผู้ใช้ยังสร้าง EQ Profile ของตัวเอง แล้วแชร์ไปยัง Playground หรือดาวน์โหลดโปรไฟล์เสียงจากผู้ใช้คนอื่นในกลุ่ม Audiophile และศิลปินใน Nothing Community ได้ ทำให้มีคลังเสียงให้เลือกลองมากกว่าการปรับเองคนเดียว
Adaptive ANC ปรับระดับตัดเสียงอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Adaptive Active Noise Cancellation ที่ลดเสียงรบกวนได้ตามสภาพแวดล้อมจริงแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าเองทุกครั้งที่เปลี่ยนสถานที่
โหมด Low, Mid และ High เลือกระดับตัดเสียงเองได้
สำหรับคนที่อยากควบคุมเอง Headphone (a) มีโหมด Low, Mid และ High ให้เลือกระดับการตัดเสียงรบกวนตามสถานการณ์ เช่น เปิดระดับ High ตอนอยู่บนรถไฟฟ้าที่คนพลุกพล่าน หรือเปิดระดับ Low ตอนนั่งทำงานในออฟฟิศที่ค่อนข้างเงียบอยู่แล้ว
Transparency Mode ฟังเสียงรอบข้างได้ทันทีไม่ต้องถอดหูฟัง
เมื่อต้องการฟังประกาศบนรถไฟ หรือคุยกับคนข้างๆ Transparency Mode ช่วยให้กลับมารับรู้เสียงรอบข้างได้ทันที โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกจากหู
แบตอึด 135 ชั่วโมง ชาร์จ 5 นาทีใช้ต่อได้อีก 5 ชั่วโมง

ด้านแบตเตอรี Headphone (a) ใช้งานได้นานสุด 135 ชั่วโมงเมื่อปิดระบบ ANC หรือประมาณ 61 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC พร้อมรองรับ Fast Charge ที่ชาร์จเพียง 5 นาทีก็ใช้งานต่อได้อีกราว 5 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งวันทำงานที่ยาวกว่าปกติ ทริปต่างจังหวัด หรือเพลย์ลิสต์ที่ยังไม่อยากให้จบ
ปุ่มควบคุม Roller, Paddle และ Button สั่งงานได้จากตัวหูฟังโดยตรง

Headphone (a) มาพร้อมระบบควบคุมเฉพาะของ Nothing ทั้ง Roller, Paddle และ Button ที่สั่งงานได้จากตัวหูฟังโดยตรง ตั้งแต่ปรับระดับเสียง เปลี่ยนเพลง รับสาย ไปจนถึงสลับโหมด Adaptive Active Noise Cancellation และ Transparency Mode โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
Channel Hop สลับแอปที่ใช้บ่อยได้ทันที
ฟีเจอร์ Channel Hop ช่วยให้ผู้ใช้กระโดดไปยังแอปหรือฟังก์ชันที่ใช้บ่อยได้ทันทีจากตัวหูฟัง ลดการต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสลับแอปเอง
Camera Shutter Mode ถ่ายภาพและอัดวิดีโอผ่านหูฟัง
อีกฟีเจอร์ที่ใช้ได้จริงคือ Camera Shutter Mode ที่เปลี่ยนหูฟังให้เป็นรีโมตสำหรับถ่ายภาพหรือเริ่มบันทึกวิดีโอได้เพียงปลายนิ้ว โดยไม่ต้องแตะหน้าจอโทรศัพท์
ดีไซน์น้ำหนัก 310 กรัม กันฝุ่นกันน้ำ IP52 มี 4 สีให้เลือก ราคา 5,999 บาท

Headphone (a) ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านรูปทรงเรียบง่ายแต่จดจำได้ทันที ผสมผสานรายละเอียดแบบอุตสาหกรรมเข้ากับสีสันที่กล้าแตกต่าง ตัวเรือนน้ำหนักเพียง 310 กรัม พร้อมเบาะรองหูแบบ Memory Foam ช่วยให้สวมใส่สบายตลอดวัน และมาตรฐาน IP52 ที่รองรับทั้งฝุ่น เหงื่อ และละอองน้ำ ด้านคุณภาพเสียงรองรับ Hi-Res Audio ทั้งแบบมีสายและไร้สาย พร้อม LDAC ความละเอียด 24bit/96kHz เชื่อมต่อได้ทั้ง USB-C และแจ็ค 3.5 มม.

Headphone (a) มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Pink, Yellow, White และ Black ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Nothing ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ร่วมรายการ ในราคา 5,999 บาท พร้อมโปรโมชันตามแต่ละช่องทางการจัดจำหน่าย
สำหรับตลาดไทยที่หูฟัง ANC ระดับราคาเดียวกันส่วนใหญ่ยังปรับแต่งเสียงได้จำกัดเฉพาะโหมดสำเร็จรูป ฟีเจอร์ EQ 8 แบนด์พร้อมระบบแชร์โปรไฟล์เสียงจากคอมมูนิตี้ของ Headphone (a) เป็นจุดที่ทำให้ผู้ใช้ควบคุมเสียงของตัวเองได้มากกว่าคู่แข่งในช่วงราคาเดียวกัน
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok