Nissan Leaf NISMO รุ่นใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ! EV สปอร์ตสายพันธุ์แรง ปรับช่วงล่างใหม่ เพิ่มแรงกดอากาศโดยไม่เพิ่มแรงต้าน - Carvariety
Nissan เปิดตัว Leaf NISMO รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น พร้อมเริ่มวางจำหน่ายทันที โดยถือเป็นรุ่นสมรรถนะสูงของ Nissan Leaf เจเนอเรชันที่ 3 ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ภายใต้แนวคิด “Fast & Smart Electric Crossover” หรือครอสโอเวอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ขับสนุก พร้อมยกระดับทั้งการควบคุม การออกแบบ และอากาศพลศาสตร์ให้เหนือกว่ารุ่นมาตรฐาน
หลังจาก Leaf NISMO รุ่นก่อนเปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 และได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงแรก แต่ยอดขายกลับลดลงในช่วงปลายอายุการทำตลาด Nissan จึงนำชื่อ NISMO กลับมาอีกครั้ง พร้อมการปรับปรุงครั้งใหญ่ทั้งด้านวิศวกรรมและบุคลิกการขับขี่
กลับมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ครอสโอเวอร์สปอร์ตที่รวดเร็วและชาญฉลาด”





Leaf NISMO ใหม่ พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Leaf G โดยยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าชุดเดิม ไม่ได้เพิ่มกำลังสูงสุด แต่เน้นการปรับจูนระบบต่าง ๆ เพื่อให้ตอบสนองการขับขี่ได้เฉียบคมและสนุกมากยิ่งขึ้น
Nissan ระบุว่า รถรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “เงียบ แต่เร้าใจ” ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องร่อนที่เคลื่อนตัวอย่างลื่นไหลและแม่นยำบนท้องถนน
โหมด Sport เปลี่ยนเป็น “NISMO Mode”



หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเปลี่ยน Sport Mode เป็น NISMO Mode ซึ่งได้รับการปรับจูนการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ ให้การเร่งแซงต่อเนื่องและนุ่มนวลยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการปรับการทำงานของระบบ Regenerative Braking หรือระบบชาร์จไฟกลับขณะชะลอความเร็ว เพื่อให้สอดคล้องกับบุคลิกการขับขี่แบบสปอร์ตมากขึ้น
ปรับช่วงล่างใหม่ทั้งระบบ ขับแม่นยำกว่าเดิม
แม้กำลังของมอเตอร์จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ Nissan ให้ความสำคัญกับการควบคุมเป็นพิเศษ โดยมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนสำคัญหลายรายการ ได้แก่
- ปรับเซ็ตสปริงและเหล็กกันโคลงใหม่
- เปลี่ยนบูชช่วงล่างเป็นสเปกเฉพาะของ NISMO
- เพิ่มความแข็งแรงของระบบกันสะเทือน
- ใช้โช้กอัพแบบ Swing Valve Damper
ผลลัพธ์คือการตอบสนองของพวงมาลัยที่แม่นยำขึ้น เข้าโค้งได้มั่นใจ และยังคงความนุ่มนวลในการใช้งานประจำวัน
เพื่อรองรับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น Leaf NISMO ยังติดตั้งล้ออัลลอย Enkei ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง Michelin Pilot Sport 5 ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและเสถียรภาพในการขับขี่
ดีไซน์ใหม่ เน้นเพิ่มแรงกดอากาศโดยไม่เพิ่มแรงต้าน



NISMO ยังคงใช้แนวคิด “Functional Design” หรือการออกแบบที่ทุกชิ้นส่วนมีหน้าที่ด้านสมรรถนะ
แม้ตัวถังหลักจะใช้ร่วมกับรุ่นมาตรฐาน แต่มีการออกแบบชิ้นส่วนใหม่หลายตำแหน่ง เช่น
- กันชนหน้าพร้อมช่องนำอากาศเฉพาะรุ่น
- ครีบรีดอากาศบริเวณมุมกันชน
- ชายล่างด้านข้างดีไซน์ใหม่
- กันชนหลังพร้อมดิฟฟิวเซอร์ทรงเรือ
- สปอยเลอร์ท้ายทรง Ducktail
การปรับปรุงทั้งหมดช่วยเพิ่ม Downforce (แรงกดอากาศ) โดยไม่ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) แย่ลง ส่งผลให้รถมีเสถียรภาพมากขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง
Nissan Leaf NISMO ยกระดับ EV สปอร์ตอีกขั้น

แม้ Leaf NISMO รุ่นใหม่จะไม่ได้เพิ่มพละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ Nissan เลือกพัฒนารถในด้านที่ส่งผลต่อประสบการณ์การขับขี่จริง ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองของระบบส่งกำลัง ช่วงล่าง อากาศพลศาสตร์ และการควบคุมรถ
ผลลัพธ์คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงใช้งานได้ทุกวัน แต่เพิ่มบุคลิกสปอร์ตและความสนุกในการขับขี่อย่างชัดเจน พร้อมตอกย้ำแนวคิดของ NISMO ที่ว่า “ออกแบบทุกชิ้นส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ”
แหล่งที่มา : autocar