Nissan ญี่ปุ่นเปิดราคา Elgrand e‑POWER e‑4ORCE 2 รุ่นย่อย เริ่ม 1.4 ล้านบาท เมืองไทย มาชัวร์ ปลายปีนี้!! - HeadLight Magazine
16 กรกฎาคม 2026 เวลา 17:10 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 1771 ครั้ง
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 Nissan ประเทศญี่ปุ่นเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Elgrand e‑POWER e‑4ORCE รถตู้มินิแวนที่ก่อนหน้านี้ลากขายมานานกว่า 16 ปี โดยชูจุดเด่นระบบขับเคลื่อนมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ทุกรุ่นย่อย พร้อมทางเลือกรุ่นตกแต่ง AUTECH VIP และ AUTECH LINE ครบทุกความต้องการ ใช้แนวคิดการออกแบบ “The private MAGLEV” หรือรถไฟพลังแม่เหล็กส่วนตัว เพื่อสื่อถึงความล้ำหน้าด้านการออกแบบ พลังจากระบบขับเคลื่อนและฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างครบถ้วน

Elgrand เจเนอเรชันใหม่มีขนาดตัวถังใหญ่กว่ารุ่นเดิม พร้อมเส้นสายที่เฉียบคมและบุคลิกที่ดูมั่นคงจากทุกมุมมอง ผสานเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับความล้ำสมัย กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากงานไม้แบบดั้งเดิม Kumiko และเชื่อมต่อกับชุดไฟหน้ารวมถึงไฟท้ายแบบ Full-width อย่างกลมกลืน ขณะที่ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ใช้ชิ้นส่วนตกแต่งเรซินเพื่อสร้างลวดลายที่ละเอียดประณีตกว่าอะลูมิเนียมทั่วไป

ตัวรถมีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี แบ่งเป็นสีโมโนโทน 4 สี ได้แก่ สีขาว Prism White สีม่วงเข้ม Shigoku สีเทา Dark Metal Gray และสีดำ Midnight Black ส่วนสีทูโทนอันเป็นเอกลักษณ์ประจำรุ่นชูความพรีเมียม ที่ผสมผสานสีใหม่สีทอง Fuji Dawn ที่สื่อถึงบรรยากาศยามรุ่งอรุณเหนือภูเขาไฟฟูจิ เข้ากับสีม่วง Shigoku ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีที่เป็นสัญลักษณ์ของความสูงศักดิ์ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น

นอกจากนี้ Nissan ติดตั้งเทคโนโลยี Smooth Stop ใน Elgrand ใหม่ เพื่อควบคุมแรงเบรกในช่วงที่รถกำลังหยุดให้มีความนุ่มนวล ลดอาการกระตุกในจังหวะสุดท้ายโดยไม่จำเป็นต้องควบคุมแป้นเบรกอย่างละเอียดด้วยตนเอง ช่วยเพิ่มความสบายให้ผู้โดยสารทุกตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ Advanced Active Noise Control ซึ่ง Nissan ระบุว่าเป็นเทคโนโลยีแรกของโลกที่สามารถลดทั้งเสียงเครื่องยนต์และเสียงจากพื้นถนนได้พร้อมกัน ทำให้ห้องโดยสารมีความเงียบมากยิ่งขึ้น

ห้องโดยสารมีพื้นที่กว้างขวางกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน กระจกบานใหญ่ของประตูสไลด์ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง ขณะที่การจัดวางเบาะแบบ Theater Layout ซึ่งยกตำแหน่งที่นั่งของผู้โดยสารจากแถวหน้าไปจนถึงแถวที่สามแบบไล่ระดับ ช่วยให้ทุกที่นั่งมีทัศนวิสัยที่ดีขึ้นและสร้างบรรยากาศภายในที่เปิดโล่งมากกว่าเดิม

ห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีบรรยากาศคล้ายห้องรับรองส่วนตัว โดยยกตำแหน่งเบาะผู้ขับให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยด้านหน้า แผงประตูตกแต่งด้วยลวดลายข้าวหลามตัด ภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะงานไม้สุดประณีตของญี่ปุ่น Kumiko แผงคอนโซลติดตั้งสวิตช์สัมผัสแบบ Capacitive ซ่อนอยู่ใต้ลายไม้ พร้อมจอแสดงผลแบบเชื่อมต่อขนาด 14.3 นิ้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ Nissan ในตลาดญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Light พาดยาวตลอดแนวคอนโซลและแผงประตู ปรับสีได้สูงสุด 64 เฉดสี ขณะที่เบาะนั่งหุ้มวัสดุ TailorFit™ มีให้เลือก 3 รูปแบบตามแต่ละรุ่นย่อย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากโทนสีที่สะท้อนความงดงามและความสง่างามแบบญี่ปุ่น.

เบาะนั่งทุกตำแหน่งเป็นแบบ Zero Gravity Seat ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง โดยเบาะแถวที่สองมีขนาดใหญ่พอให้ผู้โดยสารปรับเปลี่ยนอิริยาบถได้อย่างสะดวก พร้อมระบบเอนพนักพิงแบบ Dual Reclining ที่สามารถปรับเฉพาะช่วงบนของพนักพิงได้ ช่วยให้ศีรษะยังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการรับชมจอภาพหรือใช้งานสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ ออตโตมันของเบาะผู้โดยสารด้านหน้าและเบาะแถวที่สองสามารถใช้งานพร้อมกันได้รวม 3 ตำแหน่ง รองรับการเดินทางระยะไกลได้อย่างสบายยิ่งขึ้น พร้อมติดตั้งชุดเครื่องเสียง Bose Premium Audio ลำโพง 22 ตำแหน่ง รองรับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 3 มิติ

Elgrand ใหม่ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกในการใช้งาน โดยคอนโซลกลางติดตั้งแท่นชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi 2.0 ที่รองรับการชาร์จสมาร์ทโฟนพร้อมกัน 2 เครื่อง และมีช่องเก็บของขนาดใหญ่สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง นอกจากนี้ยังติดตั้งปลั๊กไฟ 100V AC จำนวน 3 จุด กำลังไฟรวมสูงสุด 1,500 วัตต์ สำหรับใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกรถหรือเป็นแหล่งจ่ายไฟสำรองในกรณีฉุกเฉิน ขณะที่ประตูสไลด์ไฟฟ้ามีขั้นบันไดเตี้ยและมือจับขนาดใหญ่ ช่วยให้เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้โดยสารทุกวัยขึ้น-ลงรถได้สะดวก พร้อมฟังก์ชันเปิดประตูเพียงครึ่งหนึ่งเพื่อลดการที่ฝนสาดเข้าสู่ห้องโดยสาร

เบาะนั่งแถวที่สามออกแบบใหม่ด้วยระบบ Multi-Up สามารถพับเก็บได้ 2 รูปแบบ เพื่อปรับสมดุลระหว่างพื้นที่โดยสารและพื้นที่บรรทุกสัมภาระตามความต้องการ พื้นห้องเก็บสัมภาระถูกลดระดับลง พร้อมขยายความสูงและความกว้างของช่องเปิดฝาท้าย ช่วยให้ขนย้ายสิ่งของขนาดใหญ่ เช่น กระเป๋าเดินทาง ได้สะดวกยิ่งขึ้น แม้โดยสารครบ 7 คน ก็ยังสามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางแบบ Carry-on ได้ถึง 7 ใบ นอกจากนี้ยังติดตั้งสวิตช์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าไว้ทั้งบริเวณกึ่งกลางฝาท้ายและเสา D-Pillar ทั้งสองฝั่ง พร้อมฟังก์ชันหยุดฝาท้ายได้ทุกระดับความสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่จอดรถที่มีพื้นที่จำกัด


Elgrand ใช้ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส YM52 กำลังสูงสุด 151 กิโลวัตต์ หรือ 205 แรงม้า (PS) ที่ 4,400 – 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 4,300 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส MM45 กำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ หรือ 136 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 – 10,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 195 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบ/นาที รวมพละกำลังสูงสุดทั้งระบบ 213 แรงม้า (PS) 525 นิวตันเมตร
เครื่องยนต์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นเครื่องยนต์รหัส ZR15DDT เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ความจุ 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 79.7 × 100.1 มิลลิเมตร ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct-injection กำลังอัดสูงสุด 13.0 : 1 พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 103 กิโลวัตต์ หรือ 140 แรงม้า (PS) ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 228 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเท่านั้น

นอกจากนี้ Elgrand ใหม่ยังติดตั้งระบบ Intelligent Dynamic Suspension ที่สามารถปรับแรงหน่วงของโช้กอัพแต่ละล้อแบบเรียลไทม์ตามสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ ช่วยลดการโคลงของตัวรถและเพิ่มเสถียรภาพในการเดินทาง พร้อมรองรับ 6 โหมดการขับขี่ ได้แก่ ECO, Standard, Sport, Comfort, Snow และ Personal ซึ่งปรับการทำงานของระบบ e-POWER, e-4ORCE และช่วงล่างให้เหมาะกับสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งการขับแบบประหยัด การเดินทางที่นุ่มนวล การขับขี่สไตล์สปอร์ต หรือการใช้งานบนพื้นผิวถนนลื่น
เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางบนทางหลวง Nissan ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ProPILOT ใน Elgrand ใหม่ ซึ่งช่วยควบคุมคันเร่ง เบรก และพวงมาลัยระหว่างการขับขี่บนทางหลวงแบบเลนเดียว เพื่อลดภาระของผู้ขับ โดยรุ่น X e-4ORCE ติดตั้ง ProPILOT เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนรุ่น G e-4ORCE ได้รับระบบ ProPILOT with Navi-link Traffic Jam Hands-Off Mode และ Lane Change Support เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รองรับการปล่อยมือจากพวงมาลัยในสภาพการจราจรติดขัดที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. และช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติเมื่อใช้ไฟเลี้ยวที่ความเร็วตั้งแต่ 60 กม./ชม. ขึ้นไป ขณะที่ ProPILOT 2.0 มีให้เลือกติดตั้งในรุ่น G e-4ORCE
Elgrand ใหม่ยังมาพร้อมระบบ ProPILOT Park พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่งจอด ที่สามารถควบคุมการเลี้ยว คันเร่ง เบรก เปลี่ยนเกียร์ และเบรกมืออัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ช่องจอดที่บันทึกไว้ นอกจากนี้ยังมีระบบ Intelligent Distance Control with Navi-link ที่ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและหยุดรถอัตโนมัติในสภาพการจราจรติดขัด รวมถึง Intelligent Around View Monitor ที่เพิ่มมุมมองใหม่ 3 รูปแบบ ได้แก่ Front Wide View สำหรับมองด้านหน้าซ้าย-ขวาบริเวณทางแยก,Mirror Close View สำหรับช่วยจอดรถขณะพับกระจกมองข้าง และ 3D View ที่แสดงภาพรอบคันแบบสามมิติ ช่วยให้มองเห็นพื้นที่รอบรถได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ระบบ NissanConnect ได้รับการอัปเกรดด้วย Google built-in รองรับการใช้งาน Google Maps, Google Assistant และ Google Play ได้โดยตรงจากตัวรถ พร้อมเพิ่มฟังก์ชันแจ้งเตือนสถานะรถไปยังสมาร์ทโฟน หากลืมล็อกประตู เปิดกระจก หรือเปิดไฟฉุกเฉินทิ้งไว้ รวมถึงฟังก์ชัน Remote Photo Shot ที่สามารถบันทึกภาพรอบรถโดยอัตโนมัติและส่งการแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์เมื่อพบแรงกระแทกหรือเหตุการณ์ผิดปกติ นอกจากนี้ Nissan ยังเปิดตัวบริการใหม่ Mimamori Drive สำหรับสมาชิก NissanConnect รุ่นที่สอง ซึ่งสามารถแจ้งตำแหน่ง การเข้า-ออกพื้นที่ที่กำหนด และการใช้ความเร็วของรถแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวติดตามการเดินทางและเพิ่มความอุ่นใจด้านความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น
ที่มา: Nissan Motor
————————
J!MMY Said : สำหรับประเทศไทย Confirm แล้วว่า Nissan Motor ประเทศไทย เตรียมสั่งนำเข้า ELGRAND รุ่นล่าสุดที่เห็นอยู่นี้ เข้ามาเปิดตลาดรถตู้ขนาดใหญ่ ด้วยตนเอง ไม่ต้องรอพ่อค้า Grey market เหมือนรุ่นก่อนๆ อีกต่อไป รายละเอียด สเป็กต่างๆ รวมทั้ง ราคาจำหน่าย อดใจรอ ช่วงปลายปี 2026 นี้
————————