Cover Image

ร้านกีตาร์ชี้ ‘เนเน่’ ฟีเวอร์ New Players พุ่งดันยอดซ่อมกีตาร์เก่า รับเทรนด์ยุคประหยัด

จากโชว์ Zombie ของ ‘เนเน่’ สู่ไวรัลปลุกตลาดดนตรีคืนชีพ ร้านขายเครื่องดนตรีชื่อดัง ชี้กระแสดัน New Players เพิ่มขึ้นชัดเจน พร้อมเปิดกลยุทธ์สินค้าคุ้มค่าและงานซ่อมครบวงจร ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคประหยัด

แม้สภาวะเศรษฐกิจไทยจะเผชิญแรงกดดันด้านกำลังซื้อ จนสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์และเครื่องดนตรีซึ่งเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างการก้าวขึ้นสู่เวที America’s Got Talent (AGT) ของ “เนเน่ รอยัล” (Nene Royal) หรือ “น้องแพรว–รัตติกานต์ อำลอย” ศิลปินสาวไทยที่โชว์พลังเสียงและลีลาการเล่นกีตาร์ในเพลง Zombie ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่เข้ามาจุดประกายแรงบันดาลใจครั้งใหม่ ปลุกกระแสความต้องการเครื่องดนตรีในกลุ่มผู้บริโภคหน้าใหม่ (New Players) ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“ประชาชาติธุรกิจ” พูดคุยกับ ‘ธนานันท์ รุกขชาติ’ CEO ร้าน Mugen Guitar Shop ผู้ประกอบการร้านเครื่องดนตรีชื่อดังที่มีผู้ติดตามบนโลกออนไลน์กว่า 4.4 แสนคน เพื่อวิเคราะห์ทิศทางตลาดเครื่องดนตรี พฤติกรรมผู้บริโภคยุคเศรษฐกิจซบเซา กลยุทธ์แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนยุทธศาสตร์การปรับตัวให้เข้ากับ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” เพื่อเอาตัวรอดในทุกสภาวการณ์

ปรากฏการณ์ “เนเน่ รอยัล” บนเวทีโลก ปลุกตลาดกีตาร์ฟื้น

ธนานันท์ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากปรากฏการณ์ของเนเน่บนเวทีระดับโลก ส่งผลอย่างเห็นได้ชัดต่อการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กลุ่มผู้บริโภคที่ไม่เคยเล่นกีตาร์มาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงและเด็กรุ่นใหม่ (First Time Buyer) ซึ่งก้าวเข้ามาเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ของตลาด

ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่เพียงดันยอดขายกีตาร์ระดับเริ่มต้น (Entry Level) เท่านั้น แต่ยังส่งผลสะเทือนอย่างมีนัยสำคัญต่อ “บริการงานซ่อมและเซ็ตอัป (Repair & Setup)” ซึ่งกลายเป็นทางออกหลักของลูกค้ายุคเศรษฐกิจชะลอตัว

“ตั้งแต่น้องเนเน่เล่นเพลง Zombie ในรอบแรก เห็นชัดเลยว่าคนนำกีตาร์เก่าของที่มีอยู่แล้วที่บ้าน เอากลับมาซ่อมกันเยอะมาก เด็กๆ พูดเองเลยว่าดูมาจากรายการนี้ เพราะในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้เขาไม่มีเงินซื้อใหม่ จึงเอากีตาร์ที่มีอยู่แล้วที่บ้านมาเซ็ตอัป ถือเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่วนกลุ่มที่ซื้อใหม่ กีตาร์ระดับราคา 2,000–3,000 บาท ก็ได้รับอานิสงส์จากกระแสนี้มาได้เรื่อยๆ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่มาก”

นอกจากนี้ กระแสดังกล่าวยังขยายผลไปสู่เครื่องดนตรีทางเลือกอื่นๆ เช่น Enya Cyber G (เครื่องดนตรีหลายชนิดที่รวมไว้ในตัวเดียว) ที่ตอบโจทย์กลุ่ม New Players ที่ต้องการความง่ายในการเริ่มต้นเล่นดนตรี ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศการเติบโตของกลุ่มนักดนตรีหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน: เกาะ Shopee สู่ยอดขาย 100 ออเดอร์/วัน

ในมิติด้านช่องทางการจัดจำหน่าย นายธนานันท์วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคว่า ปัจจุบันการตัดสินใจซื้อเครื่องดนตรีได้เปลี่ยนผ่านสู่ช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก โดยร้าน Mugen Guitar Shop ปรับสัดส่วนโครงสร้างรายได้สู่ ออนไลน์ 80% และ หน้าร้าน (Local Standalone) 20% ทำยอดขายรวมทุกแพลตฟอร์มประมาณ 100 ออเดอร์ต่อวัน

สำหรับ กลยุทธ์แพลตฟอร์ม ร้านเลือกยึด Shopee เป็นช่องทางหลักเนื่องจากมีระบบโค้ดส่วนลดที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ แม้จะมีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่ทำให้ราคาตั้งสูงขึ้นบ้าง แต่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าจากส่วนลด ขณะที่โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook หากเน้นการยิงโฆษณา (Ads) เพียงอย่างเดียวจะมีต้นทุนที่สูงเกินไป จึงปรับกลยุทธ์มาใช้ออร์แกนิกคอนเทนต์และการทำคลิปสั้น

Content Marketing ยุคใหม่: ทิ้งความเนี้ยบ มุ่งสู่ ‘ความเรียล’

ด้านกลยุทธ์สื่อสารการตลาด ธนานันท์ซึ่งทำคอนเทนต์ดนตรีมาตั้งแต่ปี 2012 อธิบายถึงวิวัฒนาการของ Content Marketing ว่า จากเดิมที่ต้องผลิตวิดีโอความยาว 5 นาที ใช้กล้องโปรดักชั่นใหญ่ ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่วิดีโอสั้นแบบ Reels หรือ Short-form Video ความยาวไม่เกิน 3 นาที

“คอนเทนต์มันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ยุคนี้คนชอบอะไรที่มันเรียล (Real) อย่าไปปรุงแต่งเยอะ อย่าไปใส่เอฟเฟกต์เยอะ การเล่าเรื่องตรงไปตรงมาและเข้าประเด็นอย่างรวดเร็วคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่เลือกเสพ”

กลยุทธ์ ‘Value Brands’ และมาตรฐาน ‘ถูกและดีมีอยู่จริง’

ท่ามกลางภาวะกำลังซื้อชะลอตัว โครงสร้างการเลือกสินค้า ของร้านจึงเน้นกลุ่ม แบรนด์ทางเลือกที่คุ้มค่า เช่น แบรนด์กีตาร์ Kasuki ซึ่งตอบโจทย์กีตาร์คุณภาพดีในระดับราคา 1,000–2,000 บาทขึ้นไป เข้ามาจำแหน่ายแทนที่แบรนด์ติดตลาดดั้งเดิมอย่าง Yamaha หรือ Enya ที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Mugen Guitar Shop ยืนระยะและสร้างความแตกต่าง คือการสร้างมาตรฐาน “การเซ็ตอัป (Setup) ก่อนส่งมอบสินค้าทุกตัว”

“กลยุทธ์ที่ทำให้เราโตมาได้คือ ‘ถูกและดีมีอยู่จริง’ กีตาร์ราคาพันกว่าบาท เราเซ็ตอัปสาย ปรับคอ ให้เล่นง่าย มาตรฐานการเล่นต้องดีกว่าตัวละ 4,000–5,000 บาทที่ไม่ได้เซ็ตอัป เพราะถ้าเด็กซื้อไปแล้วเล่นยาก เขาจะท้อและเลิกเล่นไปก่อน เราเป็นเจ้าแรกๆ ที่ทำเซ็ตอัปให้ลูกค้าออนไลน์ก่อนส่ง จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ”

Margin Strategy: เปรียบกีตาร์คือ ‘ชามข้าว’ สายคือ ‘ข้าว’

ในส่วนของโครงสร้างกำไรและอุปกรณ์เสริม ธนานันท์ได้เปรียบเทียบโมเดลธุรกิจเครื่องดนตรีอย่างน่าสนใจระหว่างตัวเครื่องดนตรีหลักและอุปกรณ์วัสดุสิ้นเปลือง

“กีตาร์เหมือนชามข้าว สายกีตาร์เหมือนข้าว คุณซื้อกีตาร์ตัวเดียวจบ แต่สายกีตาร์หรืออุปกรณ์เสริมมันเสื่อมสภาพตามการใช้งาน นักดนตรีต้องซื้อเปลี่ยนตลอดเวลา อุปกรณ์พวกนี้ Margin ดีกว่าในแง่ของ Volume การวัดยอดขายรวมจึงอยู่ที่จำนวนออเดอร์และการซื้อซ้ำเป็นหลัก”

แนวทาง One-Stop Service & Technical Content

เมื่อประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องดนตรี นายธนานันท์ยอมรับว่า สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุด โดยเปรียบเทียบว่า “ซีซันเศรษฐกิจหนักกว่าช่วงโควิด-19” เนื่องจากในช่วงโควิดระลอกแรก ผู้บริโภคมีออเดอร์ทะลักจนสินค้าหมดสต็อก แต่ปัจจุบันผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายอย่างรุนแรง

การประคองธุรกิจเอาตัวรอดในสภาวะนี้ ผู้ประกอบการต้องใช้ “ลูกล่อลูกชน” และเร่งปรับตัว โดย Mugen Guitar Shop วางยุทธศาสตร์มุ่งสู่การเป็น One-Stop Service ควบคู่ไปกับการสร้างคอนเทนต์เชิงเทคนิคเจาะลึก (Technical & Repair Content)

“เครื่องดนตรีไม่ใช่ปัจจัย 4 มันเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่เราต้องทำตัวให้อยู่รอด เรารอดมาทุกซีซันตั้งแต่โควิด แต่ซีซันเศรษฐกิจนี้ ถ้าคุณยังขายแบบเดิม ไม่พึ่งออนไลน์ ไม่ลดราคา ไม่มีแคมเปญ คุณตายแน่ ยุคนี้ต้องปรับตัวให้ไว ใช้เทคนิคและลูกล่อลูกชนเพื่อประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้”

Back To Top