ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
ศ.ดร.ยศชนัน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี ร่วมหารือกับ นายเซกิ โยชิฮิโระ รมว.การศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (MEXT) นอกรอบการประชุม STS forum ครั้งที่ 23 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมระหว่างสองชาติ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยหลังการหารือว่า ในอดีตญี่ปุ่นถือเป็นพันธมิตรสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ไทยผงาดสู่การเป็น “Detroit of Asia” หรือฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค ทว่าในปัจจุบัน ทั้งสองประเทศกำลังเร่งทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อค้นหา “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่” (New Engine of Growth) โดยพุ่งเป้าไปที่การผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy), เทคโนโลยีควอนตัม, Physical AI, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และเศรษฐกิจไฮโดรเจน
สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมใหม่ดังกล่าว ไทยได้เดินหน้าโครงการ ‘Skill Bridge’ เพื่อสำรวจและยกระดับทักษะแรงงานในภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวทันเทคโนโลยี ในขณะที่ด้านโครงสร้างพื้นฐานการวิจัย ประเทศไทยอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) และทีมนักวิจัยญี่ปุ่น
นอกจากนี้ การหารือครั้งนี้ยังได้ขยายผลไปถึงการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานวิจัยขั้นสูงอื่น ๆ ร่วมกัน รวมถึงแนวทางการบูรณาการระหว่างหน่วยงานให้ทุนวิจัยของทั้งไทยและญี่ปุ่น เพื่อร่วมสนับสนุนทุนแก่โครงการวิจัยของสองประเทศในอนาคต
ด้าน นายเซกิ โยชิฮิโระ กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่นในมิติด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีพลวัตการแลกเปลี่ยนด้านการวิจัยร่วมกับญี่ปุ่นอย่างคึกคักที่สุดในภูมิภาคอาเซียย
ทั้งนี้ เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงที่สำคัญ โดยทำหน้าที่เร่งอิเล็กตรอนให้มีความเร็วใกล้เคียงแสงในวงแหวนขนาดใหญ่ เพื่อผลิตแสงความเข้มสูงสำหรับใช้เจาะลึกวิเคราะห์โครงสร้างวัสดุระดับอะตอม ซึ่งสามารถต่อยอดการใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมิติ ทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การแพทย์และยา นวัตกรรมเกษตรและอาหาร รวมถึงวัสดุขั้นสูง
สำหรับเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ของไทย ภายใต้ชื่อ ‘Siam Photon Source-II’ (ระดับพลังงาน 3 GeV) จะถูกตั้งอยู่ที่วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง ภายในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ซึ่งคาดการณ์ว่าเมื่อแล้วเสร็จ จะเป็นเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้