Cover Image

New Ducati Monster ขับง่าย คล่องตัว - รีวิวมอเตอร์ไซค์ |

New Ducati Monster+ สปอร์ตเน็กเก็ตไบค์ระดับไอคอน ที่ยังคงเป็นที่พูดถึงสำหรับรถในกลุ่ม Naked Bike ที่มีทรงสวยที่สุด กลับมาอีกครั้งด้วยการออกแบบใหม่ 


Ducati Monster 2026

สำหรับ Ducati Monster 2026 เดินทางมาถึง เจนเนอเรชันที่ 5 (ปี 2026 - ปัจจุบัน) ซึ่งในรุ่นนี้ได้รับการออกแบบใหม่เกือบทั้งหมด จุดเด่น 

1. ขุมพลังเครื่องยนต์ V2 890 ซีซี ใหม่ล่าสุดบล็อกเครื่องยนต์ใหม่: เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ V2 ขนาด 890 ซีซี ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่ Ducati เคยผลิตมา (เบาลงกว่าเครื่อง 937 ซีซี เดิมถึง 6 กิโลกรัม)ระบบวาล์วแปรผัน (IVT): มีระบบ Intake Variable Timing รีดพละกำลังได้ 111 แรงม้า และแรงบิด 91 นิวตันเมตร ให้แรงบิดรอบต่ำที่สมูท นุ่มนวล แต่พร้อมดึงหนักในรอบสูงเปลี่ยนมาใช้สปริงวาล์ว: เป็นครั้งแรกของตระกูลที่สลัดระบบ Desmodromic ดั้งเดิมทิ้ง หันมาใช้สปริงวาล์วปกติ ส่งผลให้ระยะเซอร์วิสวาล์วสูงถึง 45,000 กิโลเมตร ช่วยลดค่าบำรุงรักษาลงไปได้มหาศาล

2. น้ำหนักตัวที่เบาหวิวเป็นประวัติการณ์โครงสร้าง Monocoque: เลิกใช้เฟรมถักเหล็กอย่างถาวร แล้วหันมาใช้เฟรมอะลูมิเนียม Monocoque ที่ถอดแบบมาจากรถซูเปอร์ไบค์ ทำให้น้ำหนักรถเปล่า (Wet Weight ไม่รวมน้ำมัน) เหลือเพียง 175 กิโลกรัม เท่านั้น ซึ่งเบามากทำให้คุ้มรถง่าย 

3. ท่านั่งและสรีรศาสตร์ที่ขี่ง่าย (Friendly Ergonomics)เบาะต่ำและกระชับ: ความสูงเบาะมาตรฐานอยู่ที่ 815 มม. (และมีออปชันเบาะแต่งสำหรับคนตัวเล็ก) ตัวรถช่วงกลางถูกบีบให้แคบลง ทำให้ขาเหยียบพื้นได้ง่าย มั่นใจมิติควบคุมคล่องตัว: แฮนด์บาร์ขยับเข้าหาตัวผู้ขับขี่มากขึ้น ผสานกับวงเลี้ยวที่กว้างขึ้น ทำให้ควบคุมรถลัดเลาะในเมืองที่การจราจรติดขัดได้คล่องตัวสูง

4. อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสนามแข่งเกียร์ Quick Shift 2.0: ติดตั้งระบบ Ducati Quick Shift (DQS) 2.0 ที่เตะเกียร์ขึ้น-ลงได้แม่นยำและสมูทยิ่งขึ้น (เทคโนโลยีเดียวกับ Panigale V4)ระบบความปลอดภัย IMU 6 แกน: ควบคุมระบบ Cornering ABS, Traction Control, Wheelie Control และ Engine Brake Control (EBC) แบบละเอียดตามองศาการเอียงของรถหน้าจอใหม่: หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ปรับเปลี่ยนโหมดการแสดงผลได้ (Road และ Road Pro) ควบคุมง่ายผ่านปุ่มจอยสติ๊กที่ประกับแฮนด์

5. ช่วงล่างและระบบเบรกระดับพรีเมียมระบบกันสะเทือน: ใช้โช้คอัพหน้าหัวกลับ Up-Side Down จาก Showa ขนาด 43 มม.ระบบเบรก: มั่นใจด้วยปั๊มเบรกตัวท็อป Brembo จับคู่กับจานเบรกคู่ขนาด 320 มม. และยางติดรถ Pirelli Diablo Rosso IV สเปกสปอร์ต

New Ducati Monster+ ที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ Ducati Red, Iceberg White และ Sport Livery โดยจะมาพร้อมฝาครอบเรือนไมล์และฝาครอบเบาะท้ายติดตั้งให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มาจากโรงงาน

ราคา Ducati Monster 2026

New Ducati Monster+ รุ่นใหม่ได้รับการออกแบบ

โดยผสานเทคโนโลยีและดีไซน์ที่โดดเด่นเข้าด้วยกัน ตัวรถมีเส้นสายสปอร์ต แต่ยังคงความดุดัน พร้อมจุดสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของ Monster ได้แก่ ถังน้ำมันทรง Bison-back ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถ Naked ของ Ducati ที่ถูกออกแบบใหม่ พร้อมดีไซน์ช่องรับอากาศด้านหน้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Monster ใน Generation ที่ 2 มาพร้อมไฟหน้าที่ได้รับการดีไซน์ใหม่แบบ Full-LED Double “C” ตัวเบาะนั่งได้รับการออกแบบให้แคบลงและเตี้ยลง โดยมีความสูงรวม 775 มม.

New Ducati Monster+

มาพร้อมเครื่องยนต์ Ducati V2 รุ่นใหม่ ขนาด 890 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า โครงสร้างน้ำหนักเบา 175 กิโลกรัม และมาพร้อมเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ครบทั้ง Riding Modes, Traction Control, Wheelie Control, Quick Shift 2.0 และครั้งแรกสำหรับ Monster ที่มี Engine Brake control (EBC)

New Ducati Monster+

สำหรับ เครื่องยนต์ Ducati V2 รุ่นล่าสุด ถูกออกแบบมาให้มีการกระจายน้ำหนักที่สมดุลมากขึ้น ลดแรงสั่นสะเทือน ซึ่งช่วยให้การขับขี่มีความนุ่มนวลและควบคุมได้ง่าย เครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้มีน้ำหนักเบาลง 5.9 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ Testastretta รุ่นก่อนหน้า และมาพร้อมระบบวาล์วแปรผัน IVT (Intake Variable Timing) ที่ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถผสานความนุ่มนวลในรอบต่ำ แรงดึงในรอบกลาง และ พละกำลังในรอบสูง โดยให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที และให้แรงบิด 70% ของแรงบิดสูดสุดตั้งแต่ที่ 3,000 รอบ/นาที และยังคงแรงบิด 80% ของแรงบิดสูงสุดไว้ให้ใช้งานตั้งแต่ 4,000 – 10,000 รอบ/นาที นอกจากนี้ ยังลดความกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษาเพราะเครื่องยนต์ V2 รุ่นล่าสุด สามารถยืดระยะเวลา Maintenance Service ได้นานขึ้น โดยมีระยะการตรวจตั้งวาล์วที่ 45,000 กิโลเมตร

โครงสร้างสปอร์ต น้ำหนักเบา และควบคุมง่าย โดยใช้เฟรมแบบ Monocoque พร้อมสวิงอาร์มคู่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Panigale V4 ซี่งโครงสร้างนี้ช่วยให้ Monster ใหม่มีน้ำหนักเบาลง 4 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีน้ำหนักรวม 175 กิโลกรัม (ไม่รวมเชื้อเพลิง) Monster รุ่นใหม่มาพร้อมช่วงล่างที่ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าจาก Showa Upside-down ขนาด 43 มม. และ โช้คหลัง Showa monoshock ปรับพรีโหลดได้ พร้อมระบบเบรกจาก Brembo ใช้ดิสก์หน้าคู่ขนาด 320 มม. พร้อมคาลิเปอร์ M4.32 radial และยาง Pirelli Diablo Rosso IV ขนาด 120/70 และ 180/55 มอบการยึดเกาะและความปลอดภัยสูงสุดสำหรับการใช้งานบนถนน

New Ducati Monster+

อีกทั้งมาพร้อมโหมดการขับขี่ (Riding mode) ทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ Sport, Road, Urban และ Wet รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ Cornering ABS, Ducati Traction Control (DTC), Ducati Wheelie Control (DWC), Engine Brake Control (EBC), Ducati Quick Shift (DQS) 2.0 ซึ่งผู้ขับขี่สามารถควบคุมการตั้งค่าต่าง ๆ ได้ผ่าน ปุ่มความคุม 4 ทิศทางดีไซน์ใหม่ และหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ที่รองรับระบบ Ducati Multimedia System และระบบนำทางแบบ Turn-by-Turn Navigation (เป็น Ducati Accessory สามารถติดตั้งเพิ่มได้) แสดงผลอ่านง่ายในทุกสภาพแสง ด้วย Dual mode มีให้เลือกแบบทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมการแสดงข้อมูลที่มีให้เลือก 2 รูปแบบ ทั้ง Road และ Road Pro ช่วยให้ผู้ขับขี่โฟกัสกับการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ โดยปรับการแสดงผลให้เหมาะสมและชัดเจนกับข้อมูลที่สำคัญที่สุดในแต่ละสถานการณ์
 

ปัจจุบัน ทาง Ducati ได้จัดจำหน่าย ภายใต้บริษัท เอเอเอส โมโต โครเซ่ จำกัด โดย AAS Moto Corse

เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง

Back To Top