Cover Image

เนทติเซนท์ จับมือ Neptune Software เปิดตัว AiBuild โซลูชัน AI Low-Code/No-Code ยกระดับการพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรบน SAP สำหรับตลาดไทย | ThaiPR.NET

ไอที21 ก.ค. 69 17:092026-07-21

โซลูชัน AI แบบ Low-Code/No-Code สำหรับ SAP ก้าวเข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด (NETIZEN) พันธมิตรระดับ SAP Platinum Partner หนึ่งเดียวในไทยจากกลุ่ม UNITED VARS ผู้ให้บริการที่ปรึกษาและวางระบบ SAP ชั้นนำของไทยที่มีประสบการณ์กว่า 25 ปี ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Neptune Software ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจากประเทศนอร์เวย์ เปิดตัวโซลูชัน “AiBuild” เพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรและ AI Agent บนระบบ SAP ได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ โดยเนทติเซนท์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น พันธมิตรแต่เพียงผู้เดียวของ Neptune Software ในประเทศไทย

ความร่วมมือครั้งนี้ผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน — ความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP และความเข้าใจกระบวนการธุรกิจไทยของเนทติเซนท์ เข้ากับแพลตฟอร์มพัฒนาแอประดับองค์กรของ Neptune ที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วโลกกว่า 850 แห่ง สะท้อนแนวคิด “มาตรฐานระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญในการปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทย” (Global Standard + Local Execution Excellence)

ความท้าทายที่องค์กรกำลังเผชิญในปัจจุบัน 

  1. ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ไม่เชื่อมโยงกัน — ผู้ใช้ต้องทำงานผ่านกระบวนการและหน้าจอที่แยกส่วนจากกัน
  2. ระบบที่กระจัดกระจาย — แต่ละระบบทำงานแยกกันจนเกิดการแบ่งแยกของข้อมูลและกระบวนการ (Silos)
  3. ข้อจำกัดในการสร้างนวัตกรรม AI — การผูกติดกับผู้ให้บริการ (Vendor Lock-in) ทำให้ AI ถูกจำกัดอยู่เฉพาะบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการแต่ละราย
  4. การทำงานของ Core ERP ที่ไม่เชื่อมต่อกัน — กระบวนการ ERP หลักขาดการบูรณาการที่ราบรื่น
  5. การอัปเดตข้อมูลแบบแมนนวล — การส่งข้อมูลกลับสู่ระบบหลักอย่าง SAP มักต้องอาศัยการดำเนินการด้วยมือ
  6. การมองเห็นภาพการดำเนินงานที่ล่าช้า — การสื่อสารระหว่างระบบที่ไม่ดีทำให้ไม่สามารถเห็นข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์

ทำไมการพัฒนาแอปบน SAP ถึงช้าและซับซ้อน

องค์กรที่ใช้ SAP จำนวนมากต้องการพัฒนาแอปพลิเคชันและประสบการณ์ใช้งานใหม่ๆ ให้ทันความต้องการของธุรกิจ แต่มักติดข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ รอบการพัฒนาที่ใช้เวลานาน การปรับแต่งระบบหลัก (Customization) ที่ซับซ้อน และเสี่ยงต่อการดูแลรักษาในระยะยาว รวมถึงการขาดเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมธุรกิจและทีมเทคนิคทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ AiBuild จึงได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยตรง ด้วยแนวทางที่เน้น “สร้างเร็วขึ้น ต่อยอด SAP ที่มีอยู่ และรักษา SAP Core ให้สะอาด (Clean Core)”

ประโยชน์หลักของโซลูชัน AiBuild

  1. พัฒนาแอปได้เร็วขึ้น — ด้วยความสามารถ Low-Code/No-Code ที่ให้ผู้ใช้เปลี่ยนแนวคิดเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริงภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แทนที่จะเป็นเดือน
  2. ต่อยอด SAP โดยไม่กระทบระบบหลัก (Clean Core) — เข้าถึงข้อมูล ระบบงาน และความปลอดภัยของ SAP ได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่ง Middleware และยังคงเป็นไปตามหลัก Clean Core
  3. ขับเคลื่อนด้วย AI — ผู้ใช้เพียงอธิบายความต้องการด้วยภาษาธรรมชาติ และให้ AI ช่วยสร้างแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับ SAP พร้อมใช้งานได้ทันที รวมถึงการสร้าง AI Agent ที่โต้ตอบกับข้อมูลและกระบวนการทำงานบน SAP ได้แบบเรียลไทม์
  4. ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์และรองรับ Offline — ด้วยโค้ดชุดเดียวที่ทำงานได้ทั้งบนเว็บและมือถือ พร้อมความสามารถทำงานแบบออฟไลน์สำหรับสภาพแวดล้อมที่การเชื่อมต่อไม่เสถียร
  5. ใช้ทักษะ SAP เดิมที่มีอยู่ — ทีมพัฒนาสามารถต่อยอดจากทักษะ ABAP และ SAP ที่มีอยู่ ลดภาระการอัปสกิลและการสร้างระบบใหม่ที่มีต้นทุนสูง

จุดเด่นที่ทำให้ AiBuild แตกต่างสำหรับลูกค้า SAP  

  1. ออกแบบมาเพื่อ SAP โดยเฉพาะ ไม่ใช่การนำแพลตฟอร์ม Low-Code ทั่วไปมาปรับใช้กับ SAP
  2. ต่อยอด SAP ได้โดยไม่กระทบ SAP Core รองรับแนวทาง Clean Core และช่วยลดความเสี่ยงในการอัปเกรดระบบ
  3. เชื่อมต่อ SAP ได้โดยตรง ผ่าน SAP APIs, Business Objects และระบบ Authorization โดยไม่ต้องใช้ Middleware เพิ่มเติม
  4. ต่อยอดการลงทุน SAP S/4HANA Cloud, RISE with SAP และ SAP BTP ได้เต็มประสิทธิภาพด้วยสถาปัตยกรรมแบบ SAP-Native
  5. รองรับมาตรฐานระดับองค์กร (Enterprise Ready) ทั้งด้าน Security, Governance, Mobile Application และ Offline Capability

ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วในระดับสากล อาทิ Fonterra ที่ประหยัดต้นทุนได้กว่า 3.2 ล้านยูโรในปีแรก และ United Utilities ที่พัฒนาแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้น 40%

การลงนามความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ

ภายในงานเปิดตัว ผู้บริหารจากทั้งเนทติเซนท์ และ Neptune Software ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในการนำโซลูชันระดับโลกมาสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจไทยในระยะยาว ผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ถือเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในความร่วมมืออย่างเป็นทางการครั้งนี้ในประเทศไทย

คุณเสรี สาธุกิจชัย (Seree Satukijchai), ประธานผู้บริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด กล่าวว่า “เนทติเซนท์และ Neptune Software ร่วมมือกันเพื่อเร่งการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลให้กับลูกค้า SAP ในประเทศไทย ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP เข้ากับการพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรแบบ Low-Code และแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI เราร่วมกันเสริมศักยภาพให้องค์กรสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วขึ้น พร้อมรักษาระบบ SAP หลักให้สะอาดและพร้อมสำหรับอนาคต”

Laura Lenti, Vice President – APAC and EMEA, Neptune Software กล่าวว่า “เราประทับใจอย่างยิ่งกับการทุ่มเทของเนทติเซนท์ในการเรียนรู้และพัฒนาบนแพลตฟอร์มของเรา ความมุ่งมั่นนี้ทำให้เรามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเราได้เลือกพันธมิตรที่ถูกต้องในการนำ Neptune เข้าสู่ตลาดประเทศไทยและวางรากฐานให้แข็งแกร่งในประเทศนี้ เราขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ และตั้งตารอความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จร่วมกันในระยะยาว”

เกี่ยวกับ NETIZEN

บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด เป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาและวางระบบ SAP ระดับ Platinum Partner ในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปี มุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Business Technology Transformation (BTX), แนวทาง Fit-to-Standard และ Clean Core พร้อมชุดโซลูชันเฉพาะสำหรับตลาดไทย เช่น Thai Localization Package รองรับภาษี VAT, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, รายงานตามกฎหมาย และ e-Tax ข้อมูลเพิ่มเติม: www.netizen.co.th

เกี่ยวกับ Neptune Software

Neptune Software ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Low-Code ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI มาใช้ ต่อยอด และเป็นเจ้าของได้ในแบบของตนเอง ทั้งบน SAP และระบบอื่นๆ แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ทีม IT และทีมธุรกิจสามารถสร้าง ใช้งาน และบริหารจัดการแอปพลิเคชันได้รวดเร็วขึ้น พร้อมคงไว้ซึ่งการกำกับดูแลระดับองค์กร ด้วยความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 850 ราย และผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคนทั่วโลก Neptune DXP เชื่อมโยงระบบทั้งบน SAP และนอก SAP เข้าด้วยกัน และส่งมอบผ่านเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก ข้อมูลเพิ่มเติม: www.neptune-software.com

ที่มา: นิวเวฟ มาร์เก็ตติ้ง เน็ตเวิร์ค

นิวเวฟ มาร์เก็ตติ้ง เน็ตเวิร์ค

Back To Top