Cover Image

รอคันนี้อยู่ไหม? Mitsubishi Destinator ไฮบริด 7 ที่นั่ง ลุ้นขายไทยปี 2026–2027 - รถใหม่วันนี้ ข่าวรถยนต์ EV ราคารถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

Spread the love

Advertisement

Advertisement

จะขายไทยตอนไหน ? Mitsubishi Destinator บนขุมพลังไฮบริด 1.6 ขนาด 7 ที่นั่ง มิตซูบิชิ เดสติเนเตอร์

Mitsubishi Destination จ่อเข้าไทยเมื่อไหร่? วิเคราะห์แนวโน้มเปิดตัวในปี 2026–2027 หลังยอดขายอินโดฯ พุ่งแรง

หลังจาก Mitsubishi Destination เปิดตัวใน ฟิลิปปินส์ (20 พฤศจิกายน 2025) พร้อมกระแสตอบรับร้อนแรงต่อเนื่องจาก อินโดนีเซียยอดจองทะลุ 12,000 คันใน 4 เดือน ทำให้ตลาดไทยเริ่มจับตาว่า SUV แบบครอสโอเวอร์–MPV รุ่นใหม่นี้จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อไหร่

แม้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยยัง ไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่สัญญาณหลายด้านชี้ว่ารถรุ่นนี้ “มีแนวโน้มสูงมาก” ที่จะถูกนำเข้ามาจำหน่ายในไทยในช่วง ปี 2026–2027

ด้านล่างคือ การวิเคราะห์แบบเจาะลึก ว่าทำไม Destination มีโอกาสเข้าไทยสูง และช่วงเวลาไหนที่เป็นไปได้มากที่สุด

เหตุผลสำคัญที่ Destination มีแนวโน้มเข้าไทยแน่นอน

1) เป็นรถ Global Strategic Model  ทำตลาดกว่า 70 ประเทศ

Mitsubishi ประกาศชัดว่า Destination คือ รถเชิงกลยุทธ์ระดับโลก ที่เตรียมนำไปขายในกว่า 70 ประเทศ ไทยเป็นหนึ่งในตลาดหลักของ Mitsubishi มานาน ค่ายไม่มีทางข้ามตลาดใหญ่เช่นไทย ถ้าลงฟิลิปปินส์–อินโดนีเซียได้ ไทยก็อยู่ในลำดับถัดไปโดยธรรมชาติ

2) ไทยคือฐานการผลิตสำคัญของ Mitsubishi

แม้ Destination ถูกผลิตในอินโดนีเซียเป็นหลัก แต่ “การนำเข้าขายไทย” ไม่ใช่เรื่องยาก และหากผลิตก็สามารถทำได้

จึง ไม่มีต้นทุนอุปสรรค สำหรับ Destination

3) ช่องว่างในไลน์อัปของ Mitsubishi ไทยกำลัง “ต้องการรถรุ่นนี้ที่สุด”

ปัจจุบัน Mitsubishi ไทยไม่มีรุ่นที่อยู่ตรงกลางระหว่าง

Destination จึงลงตำแหน่งแบบพอดีเป๊ะ 

4) ตลาด SUV–MPV 7 ที่นั่งในไทยกำลังเติบโตต่อเนื่อง

กลุ่มตลาดเดียวกับ Destination ปัจจุบันในไทยคือ

นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาอีกมาก ปี 2024–2025 ยอดขายเซกเมนต์นี้โตเร็วมาก ทำให้ Mitsubishi “ไม่สามารถอยู่เฉยได้”

Destination อาจมาพร้อมขุมพลังไฮบริด 1.6 แบบเดียวกับ Xpander CROSS HEV + ดีไซน์ SUV โดนใจตลาดไทยชัดเจน เข้ามาเมื่อไหร่ “จะกลายเป็นรุ่นกระแส” อย่างแน่นอน

เครื่องยนต์เบนซิน

มอเตอร์ไฟฟ้า + แบตเตอรี่

กำลังรวมระบบ (System Output)

เกียร์และระบบขับเคลื่อน

โหมดการขับขี่ (Drive Modes)

คาดการณ์เปิดตัวในไทย ช่วงเวลาไหนมีแนวโน้มสูงที่สุด?

ประเมินตามรอบเปิดตัวอินโดนีเซีย → ฟิลิปปินส์ → ประเทศอื่นในอาเซียน → ไทย

เมื่อดูไทม์ไลน์ของ Mitsubishi Motor Thai (MMTh) พบว่า “รถรุ่นใหม่ในไทยหลังจากเปิดตัวอินโดฯ–ฟิลิปปินส์ประมาณ 6-12 เดือน”

ดังนั้น…

กรอบเวลาที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับไทย ครึ่งหลังปี 2026 (Q3–Q4) คาดการณ์

มีโอกาสสูงสุด ที่จะเปิดตัวในงานใหญ่ เช่น

ราคารถ Mitsubishi Destinator แยกตามรุ่นในอินโดนีเซีย 

XFORCE อินโดฯ ราคาประมาณ Rp388,000,000 – 429,350,000 หรือประมาณ 741,000 – 820,000 บาท

ในส่วนของ XPANDER CROSS ตัว MT ราคา Rp 338,000,000 หรือประมาณ 646,000 บาท Premium CVT ราคาRp 364,200,000 หรือประมาณ 696,000 บาท

โตเกียว, 17 กรกฎาคม  2025 ริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (ต่อไปนี้จะเรียกว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) เปิดตัวรถยนต์ SUV ขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด “เดสติเนเตอร์” (Destinator) ในวันนี้ที่ประเทศอินโดนีเซีย เดสติเนเตอร์จะจัดแสดงที่งาน GAIKINDO Indonesia International Auto Show ครั้งที่ 32 ซึ่งจะเปิดในวันที่ 23 กรกฎาคม และจะเริ่มจำหน่ายในวันเดียวกันนี้ รถยนต์รุ่นใหม่นี้จะเปิดตัวในตลาดอาเซียนอื่นๆ รวมถึงเวียดนามและฟิลิปปินส์ ตลอดจนในเอเชียใต้ ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกาด้วย

รถยนต์เดสติเนเตอร์ใหม่ทั้งหมดนี้ผลิตโดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ครามะ ยูดา อินโดนีเซีย (Mitsubishi Motors Krama Yudha Indonesia) (เบกาซีรีเจนซี, ชวาตะวันตก) พัฒนาภายใต้แนวคิดผลิตภัณฑ์ “ความมั่นใจของผู้ขับขี่สำหรับครอบครัวที่เปี่ยมพลัง” (Confidence Booster for Energetic Families) เดสติเนเตอร์ใหม่ทั้งหมดเป็นรถยนต์ SUV ขนาดกลาง 7 ที่นั่ง ที่มีห้องโดยสารกว้างขวางแบบ 3 แถว ได้รับการตั้งชื่อว่า เดสติเนเตอร์ ด้วยความหวังว่าจะช่วยให้ผู้ขับขี่และครอบครัวที่รักสามารถเดินทางสู่จุดหมายใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจ เดสติเนเตอร์ผสมผสานการออกแบบ SUV ที่ประณีตและแท้จริงเข้ากับห้องโดยสารภายในที่กว้างขวางและหรูหรา ซึ่งรับประกันความสะดวกสบายสำหรับทุกคนบนรถ นอกจากนี้ยังมอบอัตราเร่งที่ทรงพลังและน่าตื่นเต้น และสมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ในสภาพถนนและสภาพอากาศที่หลากหลาย


“เดสติเนเตอร์ใหม่ทั้งหมดเป็นรถยนต์ SUV 7 ที่นั่งที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวออกผจญภัยได้อย่างสะดวกสบาย” ทาคาโอะ คาโตะ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กล่าว “นี่เป็นรุ่นกลยุทธ์ระดับโลกตัวที่สามที่กำเนิดขึ้นในอินโดนีเซีย ต่อจาก Xpander ครอสโอเวอร์ MPV และ Xforce คอมแพค SUV และจะวางตลาดทั่วโลกโดยมุ่งเน้นที่ภูมิภาคอาเซียน การดำเนินงานของเราในอินโดนีเซียเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และด้วยการขยายการผลิตและการขายเดสติเนเตอร์และรุ่นอื่นๆ เรามุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์อินโดนีเซียและเศรษฐกิจท้องถิ่น ในขณะเดียวกันก็ส่งมอบยานพาหนะที่สร้างแรงบันดาลใจและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าทั่วโลก”

คุณสมบัติหลัก

การออกแบบ SUV ที่ประณีตและแท้จริง

ภายในกว้างขวางและหรูหรา มั่นใจได้ถึงความสะดวกสบายสำหรับทุกคนบนรถ

อัตราเร่งที่ทรงพลังและน่าตื่นเต้น และการควบคุมถนนที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ในสภาพถนนและสภาพอากาศที่หลากหลาย

ภาพรวมผลิตภัณฑ์ (ข้อมูลจำเพาะของอินโดนีเซีย)

รูปลักษณ์ที่โดดเด่นพร้อมท่าทางที่มั่นคง

ส่วนหน้าของรถ

ด้านข้าง

การออกแบบด้านหลัง

การออกแบบภายใน กว้างขวางและหรูหรา

ห้องโดยสารเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด

ประสบการณ์ภายในระดับพรีเมียม

ฟังก์ชันการใช้งานและการจัดเก็บ

Advertisement

Advertisement

เทคโนโลยีและความบันเทิง

หน้าจอแสดงผลเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่

ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium

สมรรถนะและการควบคุม ทรงพลังและปลอดภัย

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

โหมดขับขี่ 5 โหมด

ระบบกันสะเทือน

การขับขี่บนถนนขรุขระและทัศนวิสัย

ระบบความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวก

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Mitsubishi Motors Safety Sensing)

ความปลอดภัยโครงสร้าง

คุณสมบัติการเชื่อมต่อ

ข้อมูลจำเพาะ (ข้อมูลจำเพาะของอินโดนีเซีย)

ULTIMATE CVT (Top)

รุ่นย่อย: EXCEED CVT (Mid)

รุ่นย่อย: GLS CVT (Base)

สีตัวถัง (เฉพาะรุ่น Ultimate):

สื่ออินโดฯ เผยDESTINATOR ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ! มีอัตรากินน้ำมันโดยประมาณ 15.1 กม./ลิตร

พึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันพฤหัสฯ เราก็ได้มีโอกาสลองขับกันในวันเสาร์ทันที ในกิจกรรม Media First Drive Destinator เส้นทางที่ใช้ทดสอบนั้นไกลพอสมควร ครอบคลุมตั้งแต่ ย่าน Pulomas–Sarinah–PIK–Sentul รวมถึงการทดสอบในสนามแข่ง Sentul Circuit ด้วย!

เราเผชิญทั้ง รถติดในเมือง และช่วงทางด่วนที่โล่งพอสมควร และ Destinator ก็สามารถ ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ถึง 15.1 กม./ลิตร! โดยใช้ความเร็วเฉลี่ยที่ 54 กม./ชม. และที่สำคัญคือ ไม่ได้ขับแบบประหยัดน้ำมันเลย!

เรายังได้ลอง “ซิ่ง” กันในสนามเซ็นตูด้วย โหมด TARMAC ที่ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น และต้องบอกเลยว่า ประทับใจมาก! อัตราสิ้นเปลืองแม้ขับแบบเร่งหนัก ๆ ก็ยังอยู่ที่ 9.5 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าไม่เลวเลย

ทั้งหมดนี้ถือว่า คุ้มค่าสุด ๆ กับสมรรถนะจากเครื่องยนต์เทอร์โบ 4B40 ขนาด 1,500cc ที่ให้กำลัง 163 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร เหมาะกับการใช้งานของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียอย่างแท้จริง…

เปิดราคา 707,000 – 988,000 บาท ในฟิลิปปินส์ Mitsubishi Destinator 1.5 Turbo 163 แรงม้า

https://www.car250.com/mitsubishi-dst-suv-2025-20.html

Advertisement

Advertisement

Back To Top