Minions & Monsters มินเนี่ยนบุก Hollywood ยุค 1920
บีดู! บีดู! เหล่าสิ่งมีชีวิตสีเหลืองสุดเพี้ยนที่ทั่วโลกรัก กำลังจะกลับมาสร้างความโกลาหลอีกครั้งในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน! Minions & Monsters ภาพยนตร์แอนิเมชั่นภาคใหม่สุดยิ่งใหญ่จาก Illumination Studios ผู้ผลิต Despicable Me ภาคที่ 7 ในแฟรนไชส์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์แอนิเมชั่นโลก ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในโรงภาพยนตร์ทั่วสหรัฐอเมริกาในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 หลังจากเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์แอนิเมชั่น Annecy International Animation Film Festival ในวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา
สิ่งที่ทำให้ Minions & Monsters ต่างจากทุกภาคที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิงคือฉากหลังที่ทั้งสดใหม่และน่าตื่นเต้นมาก เพราะครั้งนี้เหล่ามินเนี่ยนถูกพาย้อนกลับสู่ยุค 1920s Hollywood ช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์กำลังก้าวแรกสู่โลก ยุคที่ภาพยนตร์เงียบกำลังครองความบันเทิง และสตูดิโอใหม่ๆ กำลังผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดหลังฝน
เนื้อเรื่องของ Minions & Monsters เล่าเรื่อง “ประวัติศาสตร์ที่น่าขบขัน บ้าบิ่น และเป็นเรื่องจริงทั้งหมด” ของมินเนี่ยนกลุ่มใหม่ที่พวกเขาได้ไปพิชิตฮอลลีวูด กลายเป็นดาราภาพยนตร์ แต่แล้วก็เสียทุกอย่างไป ก่อนจะปล่อยสัตว์ประหลาดออกมาทำลายโลก และต้องรวมพลังกันหยุดหายนะที่ตัวเองสร้างขึ้น
โดยเฉพาะ มินเนี่ยนสามตัวหลัก ในภาคนี้ได้แก่ กูมิ, ฟิลลิป และ ฮาวเวิร์ด ที่เดินทางมาฮอลลีวูดด้วยความฝันอยากเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ แต่กลับสะดุดเจอกับหนังสือมนต์โบราณและปลุกสัตว์ประหลาดขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งนำไปสู่ความโกลาหลสุดเพี้ยนที่แฟนๆ จะได้ยิ้มตลอด 90 นาที
มินเนี่ยนกลุ่มใหม่: ไม่ใช่ตัวเดิมที่รู้จัก!

จุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษและทำให้นักวิชาการแฟนไชส์ต้องถกเถียงกันคือการที่ Minions & Monsters ติดตาม มินเนี่ยนกลุ่มใหม่ที่แตกต่างจากกลุ่มที่รับใช้กรูอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหมายความว่านี่คือเรื่องราวของมินเนี่ยนที่ผู้ชมไม่เคยรู้จักมาก่อน ช่วยขยายจักรวาลของ Despicable Me ให้กว้างขึ้นอย่างน่าตื่นเต้น และเปิดโอกาสให้ผู้สร้างสร้างตัวละครใหม่ที่มีบุคลิกเฉพาะตัวโดยไม่ต้องกังวลกับ Continuity ของตัวละครเดิม
นอกจากนี้ยังมี ดร. เนฟาริโอ รับเสียงพากย์โดย โรเมช รังกานาธาน กลับมาปรากฏตัวในฐานะตัวละครเชื่อมโยงสองจักรวาล ซึ่งแฟนๆ ตั้งทฤษฎีกันสนุกว่าเขาจะมีบทบาทอย่างไรในการเชื่อมเรื่องราวของมินเนี่ยนกลุ่มนี้เข้ากับกลุ่มหลักที่รู้จัก
ทีมนักพากย์เสียง A-List ที่ล้นหลามที่สุดในแฟรนไชส์
Minions & Monsters รวบรวมนักพากย์เสียงระดับโลกมาไว้ในภาพยนตร์เรื่องเดียวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์ นำโดย อัลลิสัน แจนนีย์ จาก The West Wing, คริสตอฟ วอลตซ์ เจ้าของรางวัลออสการ์สองสมัยจาก Inglourious Basterds และ Django Unchained, เจฟฟ์ บริดเจส ตำนานฮอลลีวูด, เจสซี ไอเซนเบิร์ก จาก The Social Network, โซอี้ ดัทช์ จาก Nouvelle Vague, บ็อบบี้ มอยนิฮาน จาก Saturday Night Live, ฟิล ลามาร์ จาก Futurama และ ทรีย์ พาร์คเกอร์ ผู้สร้างร่วม South Park
การรวมตัวของนักแสดงระดับนี้ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นสำหรับครอบครัวถือเป็นการลงทุนที่กล้าหาญและยืนยันชัดเจนว่า Universal และ Illumination จริงจังกับโปรเจกต์นี้มากแค่ไหน
ผู้กำกับเจ้าประจำ: ปีแยร์ คอฟฟิน กลับบ้าน
Minions & Monsters กำกับโดย ปีแยร์ คอฟฟิน ชายผู้ให้เสียงมินเนี่ยนทุกตัวในทุกภาคมาตลอด และยังเป็นผู้กำกับ Despicable Me, Despicable Me 2 และ Minions ภาคแรก บทเขียนโดย ไบรอัน ลินช์ ผู้เขียนบท Minions: The Rise of Gru และ The Secret Life of Pets 2 ส่วนดนตรีประกอบสุดอลังการแต่งโดย จอห์น พาวเวลล์ ผู้เชี่ยวชาญดนตรีแอนิเมชั่นที่เคยทำ How to Train Your Dragon มาแล้ว ทีมนี้คือการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญที่รู้จักจิตวิญญาณของมินเนี่ยนดีที่สุดในโลก
ความสำเร็จที่รอการพิสูจน์: แซง $1 Billion ได้ไหม?
แฟรนไชส์ Despicable Me คือ แฟรนไชส์แอนิเมชั่นที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ โดยรวมทุกภาคแล้วเกือบ $5 พันล้านเหรียญ ทั่วโลก โดย Minions: The Rise of Gru ในปี 2022 ทำรายได้ $939 ล้านเหรียญ และ Despicable Me 4 ในปี 2024 ทะลุ $969 ล้านเหรียญ ทำให้ทุกคนในวงการจับตาว่า Minions & Monsters จะเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องแรกของแฟรนไชส์ที่ทะลุ $1 พันล้านเหรียญได้หรือไม่
Minions & Monsters กำลังฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกแล้ววันนี้ รวมถึงในรูปแบบ IMAX ที่จะพาคุณสัมผัสความเพี้ยนของมินเนี่ยนในสเกลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา — พาครอบครัวไปได้เลย! 🍌💛👾