Meta เปิดตัวเอเจนต์ AI Muse สั่งงานข้ามแอป จัดการอีเมล-ชำระเงินแทนผู้ใช้
บริษัท เมตา (Meta) ได้เปิดตัวเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ตัวใหม่ Muse เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยระบบนี้สามารถส่งอีเมล ประกาศขายรถยนต์ และจองตั๋วเดินทางแทนผู้ใช้ได้เองโดยอัตโนมัติ ทว่าภายในองค์กรยังคงมีข้อกังวลว่า ระบบอาจจัดการสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนผิดพลาด
เอเจนต์ Muse หรือที่มีชื่อเรียกภายในว่า Hatch ถือเป็นหัวใจสำคัญในวิสัยทัศน์ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของบริษัท ที่ต้องการส่งมอบ ซูเปอร์ปัญญาประดิษฐ์ส่วนบุคคล (Personal Superintelligence) ให้แก่ผู้ใช้บริการของเมตาวันละหลายพันล้านคน
แผนนี้นับเป็นก้าวสำคัญของเมตาในการกระจายรายได้เพื่อลดการพึ่งพาโฆษณา และสร้างผลกำไรจากการทุ่มเม็ดเงินมหาศาลไปกับชิปเอไอและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าในปี 2569 นี้จะใช้เงินลงทุนทะลุ 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในระยะแรก เมตาจะเปิดให้ใช้งาน Muse เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ผ่านแอปพลิเคชัน Muse โดยตรงหรือผ่านบริการส่งข้อความวอตส์แอปป์ (WhatsApp) พร้อมแย้มแผนว่าจะนำระบบนี้ไปใส่ไว้ในแว่นตาอัจฉริยะ เร็ว ๆ นี้ โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
โฆษกของบริษัทยังระบุว่า ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้งานรุ่นพื้นฐานได้ฟรี ส่วนผู้ที่ต้องการใช้งานหนักขึ้น จะมีค่าสมาชิกรายเดือนอยู่ที่ 20 ดอลลาร์สหรัฐ และ 100 ดอลลาร์สหรัฐ
เมตาพัฒนา Muse ขึ้นตามแนวทางของ โอเพนคลอว์ (OpenClaw) ซึ่งเป็นเอเจนต์ AI แบบโอเพนซอร์ส โดยออกแบบให้เข้าถึงแอปต่าง ๆ ของผู้ใช้ได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอีเมล ปฏิทิน ระบบชำระเงิน ข้อมูลสุขภาพ แอปซื้อสินค้า และระบบบ้านอัจฉริยะ (smart home) ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถเลือกได้เองว่าจะให้เชื่อมต่อกับแอปใดและยกเลิกสิทธิ์ได้ทุกเมื่อ
นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถปฏิเสธไม่ให้นำข้อมูลการใช้งานไปฝึกสอนโมเดล AI ของเมตาได้ ขณะเดียวกันบริษัทก็เตรียมจะเปิดตัว Muse เวอร์ชันเข้ารหัสลับเพิ่มเติมภายในปีนี้
แม้การเชื่อมโยงข้อมูลจริงจากแอปต่าง ๆ จะช่วยให้เอเจนต์ทำงานได้มีประโยชน์ยิ่งขึ้น แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยขึ้นอย่างมาก ทั้งต่อตัวผู้ใช้ที่ยอมมอบข้อมูลให้ และต่อบุคคลอื่นที่อาจได้รับความเสียหายหากเอเจนต์ทำงานผิดพลาด
ด้าน วิศาล ชาห์ รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ AI ของเมตา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เดิมทีบริษัทมีแผนเปิดตัวตั้งแต่เดือนเม.ย. แต่ได้ชะลอออกไปเพื่อยกระดับความปลอดภัย จนมั่นใจว่าระบบ ผ่านจุดตัดความปลอดภัย และ แตะเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่จำเป็นในการส่งมอบให้ผู้คนนำไปใช้งานได้จริง
ชาห์กล่าวเสริมว่า คงไม่อาจยืนยันได้ว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้นเลย แต่เราได้ออกแบบโครงสร้างระบบทุกส่วนให้ปลอดภัย รัดกุม และคุ้มครองความเป็นส่วนตัวอย่างถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้
อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากโพสต์ภายในองค์กรที่รอยเตอร์ได้เห็นระบุว่า แม้จะเข้าสู่สัปดาห์นี้แล้ว แต่พนักงานเมตาที่ทดสอบเครื่องมือดังกล่าว ยังคงรายงานผลว่ามีทั้งส่วนที่ทำงานได้ดีและส่วนที่ยังติดปัญหาอยู่
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช