Cover Image

Mercedes-Benz C-Class W206 Minorchange อัพเกรดเทคโนโลยี AI พร้อมขุมพลังครบทั้งเบนซิน ดีเซล และ PHEV - HeadLight Magazine

17 สิงหาคม 2026 เวลา 23:25 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 14 ครั้ง

เมื่อวันที่  17 สิงหาคม 2026 Mercedes-Benz ได้เปิดตัว C-Class Saloon และ Estate ตัวถังซีดานและเอสเตทรุ่นปรับปรุงใหม่ของเวอร์ชั่นขุมพลังสันดาปภายใน ที่ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และระบบขับเคลื่อน โดยยังคงจุดเด่นของ C-Class ในฐานะรถยนต์นั่งพรีเมี่ยมชนาดกลางยอดนิยม เน้นความสปอร์ต หรูหรา และความสะดวกสบาย แต่เพิ่มเติมความทันสมัยด้วยระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีช่วยขับที่ล้ำหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการ MB.OS และ MBUX Virtual Assistant ที่นำ AI จากหลายแพลตฟอร์มเข้ามาทำงานร่วมกัน

ภายนอกได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ให้มีบุคลิกแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านหน้าที่มาพร้อมกระจังหน้าแนวตั้งขนาดใหญ่ขึ้นตามแนวทางการออกแบบเช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆของค่าย ตกแต่งด้วยดาว Mercedes-Benz แบบสามมิติ พร้อมกรอบโครเมียมและ Light Guide LED ที่สามารถส่องสว่างได้ ขณะที่ดาวตรงกลางกระจังหน้าสามารถเรืองแสงได้ในบางรุ่นย่อย ชุดไฟหน้าใหม่ใช้ไฟ Daytime running lights แบบดาว พร้อมไฟท้ายตราดาวเช่นเดียวกัน ด้านกันชนหน้า-หลังถูกปรับให้มีเส้นสายดุดันขึ้น พร้อมชิ้นส่วนสีดำเงาและโครเมียม รวมถึงไฟเรืองแสงเป็นรูปโลโก้ Mercedes-Benz บริเวณกาบข้างและกระจกมองข้าง รวมถึงหลักอากาศพลศาสตร์ให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำสุด 0.24 ในรุ่น Saloon และ 0.26 ในรุ่น Estate ส่งผลให้ห้องโดยสารเงียบและผ่อนคลายมากขึ้น

Mercedes-Benz ยังได้เพิ่มทางเลือกด้านการตกแต่งให้หลากหลายขึ้น โดยมีล้ออัลลอยขนาด 17-19 นิ้ว ตามแต่ละรุ่นย่อย รวมถึงล้อลายพิเศษจาก AMG ขนาด 19 นิ้ว 2 ดีไซน์ และสีตัวถังใหม่ 2 สี ได้แก่ สีเงินอมม่วง Lavender Silver Metallic และสีเทา Moody Sky Grey Metallic ส่วนรุ่นที่ต้องการความสปอร์ตเป็นพิเศษสามารถเลือกแพ็กเกจ AMG Line Plus ซึ่งเพิ่มชุดแต่ง Night Package ปลายท่อและสปอยเลอร์สีดำเงา เบาะสปอร์ต ด้ายแดง และเข็มขัดนิรภัยสีแดง ขณะที่ C-Class Estate ยังคงความอเนกประสงค์ด้วยห้องเก็บสัมภาระ 490 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,510 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง

ภายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับความหรูหราและเทคโนโลยี โดยติดตั้งมาตรวัด Digital ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอกลางแนวตั้งขนาด 11.9 นิ้ว พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันรุ่นใหม่ที่ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีเบาะ Multi-Contour พร้อมระบบนวด ระบบรองรับเอวแบบปรับได้ และแพ็กเกจ AIR-BALANCE สำหรับสร้างกลิ่นหอมและกรองอากาศในห้องโดยสาร ส่วนระบบเสียง Burmester 3D Surround Sound รุ่นใหม่ รองรับ Dolby Atmos ใช้ลำโพง 15 ตำแหน่ง กำลังขับ 710 วัตต์ ขณะที่ไฟ Ambient Light มีให้เลือก 64 สี พร้อมการแสดงผลตามสถานการณ์ต่าง ๆ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือระบบ MBUX Virtual Assistant ที่ทำงานผ่านระบบปฏิบัติการ MB.OS โดยผสาน AI ที่ได้รับความนิยม ChatGPT Microsoft Bing และ Google Gemini ซึ่งสามารถสนทนาแบบต่อเนื่อง จดจำบริบท ค้นหาสถานที่ ที่จอดรถ เพลง ข้อมูลการเดินทาง รวมถึงตอบคำถามทั่วไปได้ นอกจากนี้ระบบนำทางยังใช้ Google Maps พร้อม MBUX Surround Navigation และ Augmented Reality Navigation ที่แสดงข้อมูลเส้นทางแบบ 3 มิติบนหน้าจอ ช่วยให้ผู้ขับเข้าใจสภาพแวดล้อมและเส้นทางได้ง่ายขึ้น

ด้านระบบความปลอดภัย C-Class ใหม่ติดตั้งกล้องได้สูงสุด 10 ตัว เรดาร์ 5 ตัว และเซ็นเซอร์ Ultrasonic 12 ตัว ทำงานร่วมกับระบบ MB.DRIVE โดยสามารถช่วยควบคุมพวงมาลัย รักษาตำแหน่งในเลน รักษาระยะห่าง เบรก และเร่งความเร็ว รวมถึงระบบ MB.DRIVE ASSIST PLUS ที่รองรับการเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยจอด Parking Package พร้อมกล้อง 360 องศา Manoeuvring Assist Trailer Manoeuvring Assist และ Reverse Function ขณะที่ระบบไฟหน้าแบบใหม่ DIGITAL LIGHT รุ่นใหม่ใช้ Micro-LED เพิ่มพื้นที่ส่องสว่างความละเอียดสูงประมาณ 40% และลดการใช้พลังงานได้สูงสุด 50%

ด้านขุมพลังมีให้เลือกครบทั้ง เบนซิน ดีเซล และ Plug-in Hybrid

โดยเครื่องยนต์เบนซินรหัส

เครื่องยนต์รหัส M254 EVO เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า EQ Boost ให้กำลังสูงสุดชั่วขณะ 23 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร (Mild-hybrid 48V) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง หรือ 4 ล้อ มี 3 ระดับความแรง ได้แก่

เครื่องยนต์รหัส OM654 EVO ดีเซล DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า EQ Boost ให้กำลังสูงสุดชั่วขณะ 23 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร (Mild-hybrid 48V) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง หรือ 4 ล้อ มี 2 ระดับความแรง ได้แก่

เครื่องยนต์รหัส M254 EVO เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า รงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร แบบ Plug-in Hybrid จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง หรือ 4 ล้อ มี 2 ระดับความแรง wfhcdj

ช่วงล่างของ C-Class ใหม่ได้รับการปรับปรุงให้ตอบสนองได้แม่นยำและคล่องตัวขึ้น โดยยังคงความสบายในการเดินทางระยะไกล พร้อมระบบเลี้ยวล้อหลังที่หักได้สูงสุด 2.5 องศา ช่วยลดวงเลี้ยวเหลือ 10.64 เมตร และเพิ่มเสถียรภาพเมื่อใช้ความเร็วสูงหรือเปลี่ยนเลนฉุกเฉิน นอกจากนี้ Mercedes-Benz ยังปรับปรุงระบบเก็บเสียงและฉนวนภายใน 

Mercedes-Benz C-Class Saloon และ Estate รุ่นใหม่ เปิดรับคำสั่งซื้อเครื่องยนต์ทุกรุ่นในประเทศเยอรมนีตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2026 ส่วนกำหนดการส่งมอบจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและตลาด โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นในเยอรมนีอยู่ที่ C 200 Saloon ราคา 41,045 ยูโร ไม่รวม VAT หรือประมาณ 1,570,299 บาท ทั้งนี้รายละเอียดราคาและกำหนดการทำตลาดของแต่ละรุ่นในประเทศอื่น รวมถึงประเทศไทย ต้องรอ Mercedes-Benz ประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

ที่มา: Mercedes-Benz

Back To Top