Cover Image

Media Talk: สุวิตา จรัญวงศ์ แห่ง Tellscore ชี้ AI ทำคอนเทนต์ล้นตลาด ครีเอเตอร์ต้องเร่งสร้าง Trust : อินโฟเควสท์

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ตลาดครีเอเตอร์ไทย เมื่อการผลิตคอนเทนต์ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ปริมาณคอนเทนต์ในตลาดเพิ่มขึ้นมหาศาล ครีเอเตอร์จึงต้องแข่งขันกันเพื่อดึงความสนใจจากผู้ชม พร้อมปรับตัวสร้างความแตกต่างด้วยคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและน่าเชื่อถือ

สุวิตา จรัญวงศ์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ร่วมแบ่งปันมุมมองและทิศทางของครีเอเตอร์ไทย รวมถึงโจทย์ที่ครีเอเตอร์และแบรนด์ต้องรับมือ ในเซสชัน Creator Economy 2026 บนเวที Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “CREATOR PULSE – ชีพจรนำทางในยุคแห่งความซับซ้อนอันสร้างสรรค์”

ตลาดครีเอเตอร์ยังโตแกร่ง แต่ AI กำลังเปลี่ยนกติกา

คุณสุวิตากล่าวว่า ตลาดครีเอเตอร์ไทยยังเติบโตต่อเนื่อง โดยประเมินมูลค่าตลาดปี 2570 จะอยู่ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากราว 40,000 ล้านบาทเมื่อ 2 ปีก่อน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจากทั้งเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค

สำหรับปี 2569 รูปแบบคอนเทนต์ของครีเอเตอร์มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งคอนเทนต์สัมภาษณ์ รายการพูดคุย (Talk Show) และคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงไปสู่การขาย เช่น การติดตะกร้า สะท้อนบทบาทของครีเอเตอร์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างการรับรู้ แต่ขยับไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมและการผลักดันยอดขายมากขึ้น

ผู้บริหาร Tellscore มองว่า การเข้ามาของ AI ทำให้การผลิตคอนเทนต์ง่ายและรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้มีคอนเทนต์จำนวนมากเข้าสู่ตลาด เมื่อผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น ครีเอเตอร์จึงไม่สามารถแข่งขันกันด้วยปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างตัวตน ความน่าเชื่อถือ และคอนเทนต์ที่มีคุณค่าต่อผู้ชม

AI ทำคอนเทนต์ล้นตลาด “Average Content” เริ่มไม่มีที่ยืน

คุณสุวิตามองว่า AI ไม่ได้ทำให้เกมครีเอเตอร์จบลง แต่เข้ามากำหนดว่า คอนเทนต์แบบไหนยังมีคุณค่า เพราะเมื่อ AI สามารถช่วยผลิตคอนเทนต์ทั่วไปได้ง่ายขึ้น คอนเทนต์แบบ Average Content เช่น การพาไปคาเฟ่ จะมีความแตกต่างน้อยลงและเผชิญการแข่งขันมากขึ้น

ท่ามกลาง “ทะเลคอนเทนต์” สิ่งที่หายากขึ้นจึงกลายเป็น Trusted Content หรือคอนเทนต์ที่เชื่อถือได้ โดยความน่าเชื่อถือที่มาจากมนุษย์ ทั้งประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และตัวตนของครีเอเตอร์ กลายเป็นสินทรัพย์สำคัญ

ข้อมูลที่นำเสนอบนเวทีแสดงให้เห็นว่า 81% ของผู้ชมชื่นชอบคอนเทนต์ที่มีความเชี่ยวชาญ (Expert Content) โดยคอนเทนต์บันเทิง (Entertainment) ก็สามารถเป็นคอนเทนต์ที่มีความเชี่ยวชาญได้ หากครีเอเตอร์มีความเชี่ยวชาญและมุมมองเฉพาะตัวที่สร้างคุณค่าให้กับผู้ชม

ดังนั้น การสร้างคอนเทนต์ในยุค AI จึงไม่ได้วัดกันเพียงความเร็วหรือปริมาณ แต่คือความเชี่ยวชาญ ตัวตน และความน่าเชื่อถือที่สร้างขึ้นกับผู้ชม

The End of Followers สู่ The Beginning of Signals

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวงการครีเอเตอร์คือ บทบาทของ “ผู้ติดตาม” (Follower) ที่ไม่ได้หายไป แต่ “ไม่สำคัญเท่าเดิม” เมื่อแพลตฟอร์มสามารถนำคอนเทนต์ไปถึงผู้ชมที่ไม่ได้ติดตามครีเอเตอร์โดยตรงได้มากขึ้น

คุณสุวิตาจึงมองว่า โลกครีเอเตอร์กำลังเคลื่อนจาก “The End of Followers” สู่ “The Beginning of Signals” โดยแบรนด์ต้องให้ความสำคัญกับ “สัญญาณ” (Signals) จากพฤติกรรมของผู้ชมมากขึ้น ตั้งแต่ระยะเวลาในการรับชม การแสดงความคิดเห็น ไปจนถึงการส่งอีโมจิ เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้ชมสนใจอะไร รู้สึกอย่างไร และมีพฤติกรรมต่อคอนเทนต์อย่างไร

ด้วยเหตุนี้ แบรนด์จึงต้องขยับจากการดูข้อมูลพื้นฐาน เช่น อายุหรือพื้นที่ของกลุ่มเป้าหมาย (Demographics) ไปสู่การทำความเข้าใจความสนใจ ไลฟ์สไตล์ อารมณ์ และพฤติกรรมของผู้ชม

การเลือกครีเอเตอร์จึงไม่ได้พิจารณาจากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่าครีเอเตอร์สามารถเข้าถึงและสร้างความสนใจและความไว้วางใจในกลุ่มผู้ชมที่แบรนด์ต้องการได้อย่างไร รวมถึงตอบโจทย์เป้าหมายของแบรนด์ได้มากน้อยเพียงใด

ครีเอเตอร์ช่วยแบรนด์ต่อยอด Content สู่ Commerce

คุณสุวิตากล่าวว่า จุดแข็งของครีเอเตอร์คือการผสานทั้งงานผลิตคอนเทนต์ การเข้าถึงผู้ชม และความน่าเชื่อถือจากตัวตนของครีเอเตอร์ไว้ด้วยกัน ทำให้แบรนด์สามารถนำคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ไปต่อยอดได้มากกว่าการเผยแพร่ผ่านช่องทางของครีเอเตอร์เพียงอย่างเดียว

คอนเทนต์จากครีเอเตอร์สามารถนำไปใช้เป็นชิ้นงานสื่อ (Creative Asset) และนำไปเผยแพร่ต่อผ่านสื่อที่แบรนด์ซื้อ (Paid Media) เพื่อขยายการเข้าถึง ขณะเดียวกัน คอนเทนต์ที่สร้างความสนใจและความไว้วางใจยังสามารถเชื่อมต่อไปสู่การซื้อผ่านระบบ Affiliate และร้านค้าบนแพลตฟอร์มได้

บทบาทของครีเอเตอร์จึงขยับจากการสร้างการเข้าถึง (Reach) ไปสู่การสร้างความไว้วางใจ (Trust) และต่อยอดคอนเทนต์ไปสู่การขาย (Commerce) มากขึ้น โดยคอนเทนต์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างการรับรู้ แต่สามารถเชื่อมต่อไปสู่การซื้อได้ด้วย

Phygital Creator นิยามครีเอเตอร์ยุคใหม่ ที่ไม่ได้อยู่แค่บนจอ

คุณสุวิตาอธิบายว่า ปัจจุบันครีเอเตอร์กำลังพัฒนาไปหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Faceless Creator หรือครีเอเตอร์ที่ไม่เปิดเผยใบหน้า ไปจนถึงครีเอเตอร์ที่ผสานการมีตัวตนบนโลกดิจิทัลกับโลกจริง

สำหรับทิศทางที่น่าจับตา คือ Phygital Creator หรือครีเอเตอร์ที่ขยายบทบาทจากหน้าจอสู่โลกจริง โดยนำตัวตน และความสัมพันธ์กับผู้ชม ไปต่อยอดในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการจัดแฟนมีตติ้ง อีเวนต์ และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้พบปะกับผู้ชมโดยตรง

การก้าวออกจากโลกดิจิทัลยังทำให้ครีเอเตอร์สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างคอมมูนิตี้ รวมถึงสินค้า บริการ หรือธุรกิจในรูปแบบของตัวเองได้ ส่งผลให้บทบาทของครีเอเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม แต่ขยายไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมในโลกจริง

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท

Back To Top