Cover Image

เปิดตัว Mahidol Thai Traditional Orchestra (MTTO) สร้างพื้นที่สู่ ‘อาชีพ’ นักดนตรีไทย-นักประพันธ์ดนตรีไทย

ในปัจจุบันหลายประเทศมีวงออร์เคสตราที่ใช้เครื่องดนตรีประจำชาติมาบรรเลงและเป็นวงระดับมืออาชีพ เช่น วงออร์เคสตราจีน เกาหลี วงเหล่านี้เป็นพื้นที่ให้นักดนตรีพื้นบ้าน นักดนตรีแนวขนบ ได้ใช้ศักยภาพของตนเองเข้าสู่การเป็นนักดนตรีอาชีพ และยังเป็นพื้นที่ให้นักประพันธ์ดนตรีรุ่นใหม่ใช้เพื่อพัฒนาสร้างสรรค์ดนตรีในรูปแบบต่างๆ การถือกำเนิดขึ้นของวง Mahidol Thai Traditional Orchestra (MTTO) จึงเป็นการสร้างพื้นที่ทางดนตรีให้กับอาชีพ “นัก ดนตรีไทย” และ “นักประพันธ์ดนตรีไทย” อย่างแท้จริง

วง Mahidol Thai Traditional Orchestra (MTTO) ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2568 ภายใต้การทำงานและการบริหารโดยสาขาดนตรีไทยและดนตรีตะวันออก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐชยา นัจจนาวากุล เป็นหัวหน้าสาขาวิชาฯ และอาจารย์นำภาค ศรีบัณฑิตมงคล เป็นอาจารย์ผู้สอนและผู้ก่อตั้งวง โดยมีคณบดีวิทยาลัย ดุริยางคศิลป์ อาจารย์ ดร. ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ ให้การสนับสนุน

วง MTTO เป็นส่วนหนึ่งของการขยายงานจากการก่อตั้งวงดนตรีจีน Mahidol Chinese Music Ensemble ซึ่งเป็นรายวิชาในชั้นเรียนรวมวงเล็ก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา จากแนวคิดการจัดการเรียนการสอนที่ต้องการให้นักศึกษาในสาขาวิชาฯ มีทักษะปฏิบัติและการอ่านโน้ตที่นอกเหนือไปจากดนตรีไทย วงดนตรีจีนจึงเป็นทางเลือกเริ่มต้นเพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะอื่นที่วิธีปฏิบัติใกล้เคียงกับเครื่องดนตรีไทย ในขณะเดียวกันก็มีวิธีการอ่านโน้ตตัวเลขที่มีพื้นฐานมาจากระบบทฤษฎีโน้ตตะวันตก สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและคุ้นเคย กับระบบโน้ตและยังเสริมทักษะด้าน Side reading ให้เกิดความชำนาญ เข้าใจวาทยากรผู้ควบคุมวงได้ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวช่วยให้นักศึกษาสามารถปฏิบัติออกมาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ในปี พ.ศ. 2568 การสร้างวง MTTO เริ่มเป็นรูปร่างขึ้น เมื่อสาขาดนตรีไทยและดนตรีตะวันออก ได้หารือกับอาจารย์นำภาคศรีบัณฑิตมงคล เพื่อสร้างแนวทางในการพัฒนานักดนตรี ในวง MTTO ไปพร้อมกับการบูรณาการชั้นเรียนทษฎีดนตรีตะวันตก สาขาดนตรีไทยฯได้รับความอนุเคราะห์จากสาขาดนตรีศึกษาฯ โดยได้อาจารย์ ดร.วิภาพรรณ จำเนียรพรม ทำหน้าที่สอนทักษะการอ่านโน้ตให้กับนักดนตรีไทยในวง โดยใช้เพลงที่ออกแบบขึ้นเป็นเพลงฝึกพื้นฐานในการอ่านโน้ตควบคู่ไปกับการบรรเลงจริงในชั้นเรียน

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 วง Mahidol Thai Traditional Orchestra (MTTO) ได้ทดลอง บรรเลงเป็นครั้งแรกในงาน Delight Thai and Oriental Music Concert ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ของการนำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาสู่การปฏิบัติจริง และสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการ บริหารจัดการองค์ความรู้ การจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ผ่าน การบรรเลงบทเพลงที่มีรากฐานจากดนตรีไทยและนำมาต่อยอดสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ เช่น เพลงโยน ที่ยังคงสะท้อนอัตลักษณ์ของดนตรีไทย ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้เกิดการตีความ และการนำเสนอที่แตกต่างไปจากเดิม

จุดเริ่มต้นของ MTTO มาจากแนวคิดในการพัฒนาทักษะการอ่านโน้ต การรวมวงในรูปแบบออร์เคสตราและการบรรเลงบทเพลงประพันธ์ขึ้นใหม่ โดยมุ่งให้นักศึกษาทั้งศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่ามีประสบการณ์ การเรียนรู้ที่ก้าวข้ามกรอบการบรรเลงดนตรีไทยแบบขนบดั้งเดิม โครงการนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนาทักษะทางดนตรี แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจ เปิดมุมมองใหม่ และจุดประกายแรงบันดาลใจให้นักดนตรีไทยมองเห็นศักยภาพของตนเองในบริบทที่กว้างขึ้น พร้อมเปิดรับนักดนตรีทั้งภายในวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และจากภายนอกที่มีความสนใจ ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการสร้างสรรค์ร่วมกัน

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 วง MTTO ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการผ่านคอนเสิร์ต Mahidol Thai Traditional Orchestra (MTTO): Reimagine Thai Music ซึ่งเกิดจากคำถามสำคัญ ว่า หากดนตรีไทยได้รับการถ่ายทอดผ่านมุมมองใหม่ ดนตรีไทยจะสามารถเดินทางไปได้ไกลเพียงใด? เพราะการขับเคลื่อนดนตรีไทยให้ก้าวไปข้างหน้าไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเครื่องดนตรีหรือการประพันธ์บทเพลงใหม่เพียงอย่างเดียวหากแต่เป็นการกลับไปทำความเข้าใจรากเหง้าของตนเอง พร้อมตั้งคำถามถึงความหมายและความเป็นไปได้ของเสียงดนตรีไทยในโลกปัจจุบันว่า “เสียงของพวกเราคืออะไร และสามารถเป็นอะไรได้อีกบ้าง?”

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างวง MTTO กับสาขาวิชาการประพันธ์ดนตรี โดยการนำเสนอแนวคิดและเชิญชวนนักศึกษาในรายวิชา Composition Studio Class ซึ่งสอนโดยอาจารย์ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ เข้าร่วมโครงการ Call for Score เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา สร้างสรรค์บทเพลงใหม่สำหรับวง MTTO ความร่วมมือนี้ทำให้เกิดการพบกันระหว่างองค์ความรู้ ด้านดนตรีไทยกับจินตนาการและภาษาดนตรีร่วมสมัยก่อให้เกิดผลงานที่ยังคงมีรากฐานจาก ดนตรีไทย แต่สามารถนำเสนอผ่านแนวคิด วิธีการประพันธ์ และมิติทางเสียงที่หลากหลายยิ่งขึ้น

ความท้าทายของ MTTO จึงไม่ใช่เพียงการสร้างวงดนตรีรูปแบบใหม่ แต่คือการสร้างพื้นที่ให้ดนตรีไทยได้ค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ๆโดยไม่ละทิ้งรากฐานของตนเอง เป็นพื้นที่ที่นักดนตรีไทยสามารถพัฒนาทักษะ กล้าคิด กล้าทดลอง และทำงานร่วมกับนักประพันธ์และนักดนตรีจากหลากหลายสาขา เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมและสร้างสรรค์ผลงานที่ สามารถสื่อสารกับผู้ฟังได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น

ภารกิจนี้ถือเป็นความท้าทายและความมุ่งมั่นสำคัญของสาขาวิชาดนตรีไทยและดนตรีตะวันออก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงคณะทำงานทุกท่าน จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งพัฒนาทักษะการบรรเลง การอ่านโน้ต การฝึกซ้อมรวมวง และการแสดงต่อหน้าสาธารณชน สำหรับนักศึกษาในสาขาวิชา วันนี้ MTTO ได้ขยายบทบาทสู่การเป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่เปิดประตูให้นักศึกษาจากหลากหลายสาขาวิชาได้แสดงศักยภาพ สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง และ เรียนรู้ผ่านการทำงานร่วมกับนักดนตรีผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ทั้งด้านดนตรีไทย ดนตรีพื้นบ้าน และดนตรีร่วมสมัย การทำงานร่วมกันเช่นนี้ไม่เพียงต่อยอดทักษะทางดนตรี แต่ยังส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ การแลกเปลี่ยนความคิด และการพัฒนาตนเองผ่านประสบการณ์จริง

ในระยะยาว MTTO มุ่งหวังที่จะเป็นมากกว่าวงดนตรีสำหรับการแสดง แต่เป็นพื้นที่บ่มเพาะนักดนตรีและนักประพันธ์ดนตรีไทยรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านทักษะ ความคิด สร้างสรรค์ และความเข้าใจในคุณค่าของวัฒนธรรมตนเอง เพื่อให้สามารถนำเสนอผลงานบนเวทีระดับนานาชาติและเวทีดนตรีระดับโลกได้อย่างภาคภูมิใจ โดยใช้ดนตรีเป็นภาษาในการเชื่อมโยงผู้คนจากต่างวัฒนธรรม เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน

เพราะท้ายที่สุดแล้วการพาดนตรีไทยไปสู่เวทีโลก ไม่ใช่การทำให้ดนตรีไทยเป็นเหมือนใคร แต่คือการทำให้เสียงดนตรีไทยมีพื้นที่ในการบอกเล่าเรื่องราวของตนเองให้ผู้คนทั่วโลกได้รับฟัง MTTO จึงเป็นทั้งจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ แรงบันดาลใจสำหรับนักดนตรีรุ่นต่อไป และความหวังที่จะเห็นดนตรีไทยเติบโตอย่างมีรากฐาน พร้อมเชื่อมโยงกับโลกอย่างสร้างสรรค์และไร้พรมแดน

Back To Top