MAGURO Group โตสวนกระแส รายได้ครึ่งปีแรก 1,139 ล้านบาท เติบโต 32% มุ่งเปิดสาขา-แบรนด์ใหม่ครึ่งปีหลัง - เส้นทางเศรษฐี
บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ผู้นำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลีระดับพรีเมียมในประเทศไทย เผยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 (1H69) มีรายได้รวม 1,139 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 74 ล้านบาท เติบโต 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากการเร่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา
นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อพิจารณาเฉพาะไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 578 ล้านบาท เติบโต 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (2Q68) และเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า (1Q69) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 40 ล้านบาท เติบโต 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสก่อนหน้า
โดยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นถึง 13 สาขา จาก 45 สาขาในไตรมาส 2 ปี 2568 เป็น 58 สาขาในไตรมาส 2 ปี 2569 คิดเป็นจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นถึง 29% ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้ไตรมาสนี้เติบโตได้ถึง 29% แม้ว่ายอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) จะยังคงอ่อนตัวลงราว 6% ตามกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย แต่ฐานลูกค้าใหม่ที่ขยายตัวจากสาขาและแบรนด์ใหม่ในเครือ ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ทำให้ภาพรวมผลประกอบการยังคงเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
ด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าทำแคมเปญโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ใหม่ในเครืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าในระยะยาว โดยสามารถดึงดูดลูกค้าใหม่และสร้างความคุ้นเคยกับแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 48.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 48.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 286 ล้านบาท เติบโต 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA ที่ 25.1% ตอกย้ำพื้นฐานการดำเนินธุรกิจที่มั่นคง
นายจักรกฤติ กล่าวเสริมว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนสำคัญจากแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ เตรียมเปิดสาขาใหม่อีกหลายสาขาในไตรมาสนี้
นำโดย “Kaiten Sushi Ginza Onodera” ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากเครือ ONODERA GROUP ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7 ถือเป็นแฟลกชิพสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย รองรับลูกค้าได้สูงสุดถึง 30,000 คนต่อเดือน ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาดตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ โดยปัจจุบันมียอดจองที่นั่งเต็มต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกันยายนนี้
ตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายพอร์ตธุรกิจด้วยการนำเข้าแบรนด์ดังระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสองแนวทางหลักที่บริษัทฯ ใช้ขับเคลื่อนการเติบโต ควบคู่ไปกับการพัฒนาแบรนด์ของตัวเองเพื่อขยายสู่การเป็นเครือร้านอาหารครบวงจร และคาดว่าจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมพร้อมดึงดูดฐานลูกค้าใหม่ให้กับกลุ่มบริษัทฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์และแบรนด์อย่างต่อเนื่อง อาทิ ความร่วมมือกับ YOTEI ในเครือ SEACONBEV เปิดตัวเครื่องดื่ม “Yotei Light Ume” ในราคา 69 บาท เพื่อเสริมประสบการณ์มื้ออาหารให้กับกลุ่ม Gen Z และคนเมือง พร้อมเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้ง “หลาย” (Laii) ร้านอาหารอีสานร่วมสมัย ที่จะเปิดให้บริการวันที่ 1 กันยายนนี้ ณ Nirvana Porch กรุงเทพกรีฑา และ “Age.3” (อาเกะซัง) แบรนด์ขนมทอดชื่อดังจากย่านกินซ่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเปิดสาขาแรกในไทยที่ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ในเดือนตุลาคมนี้
สะท้อนกลยุทธ์การกระจายพอร์ตธุรกิจและสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ให้กับกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 2
กลยุทธ์การขยายพอร์ตธุรกิจของ MAGURO Group วางอยู่บนสองแนวทางหลักที่เดินหน้าควบคู่กัน ได้แก่ การนำเข้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศ นำโดย Kaiten Sushi Ginza Onodera จากญี่ปุ่นที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม และการสร้างแบรนด์ของตัวเอง เพื่อขยายสู่การเป็นเครือร้านอาหารครบวงจรที่ครอบคลุมทุกมื้ออาหารและทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะ “หลาย” (Laii) ร้านอาหารอีสานร่วมสมัย ที่กำลังจะเปิดให้บริการต้นเดือนกันยายนนี้ ณ Nirvana Porch กรุงเทพกรีฑา ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างมากตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดตัว
และร้านของหวาน “Age.3” (อาเกะซัง) ที่จะตามมาในเดือนตุลาคม โดยทั้งสองแบรนด์ใหม่นี้จะช่วยเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มบริษัทฯ ให้ครอบคลุมตั้งแต่อาหารคาวไปจนถึงของหวาน ตอกย้ำการเป็นเครือร้านอาหารครบวงจรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในทุกโอกาส
“เรามั่นใจว่าทิศทางผลการดำเนินงานของ MAGURO Group จะยังคงเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง จากทั้งแผนขยายสาขาใหม่ในหลากหลายแบรนด์ การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกกลุ่ม และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เราจะเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม” นายจักรกฤติ กล่าวสรุป
ปัจจุบัน MAGURO Group บริหารร้านอาหารในเครือรวมกว่า 58 สาขา ครอบคลุมหลากหลายแบรนด์ ทั้ง MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิระดับพรีเมียม, HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ, SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี, Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึต้นตำรับจากญี่ปุ่น, KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กต้นตำรับจากญี่ปุ่น, CouCou ร้านอาหาร All-Day Dining สไตล์ตะวันตก, BINCHO ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่าน, IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ และ Chopman แบรนด์ข้าวมันไก่ผ่านช่องทางเดลิเวอรี พร้อมเดินหน้าขยายแบรนด์ใหม่ต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง
Tags
Related Posts
รองเท้าผ้าใบนันยางรุ่นพิเศษ “โฮม” [Nanyang × Phuwasit 2026 Edition] รองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางของเด็กธรรมดาสู่การเติบโตที่ยิ่งใหญ่ ผู้ไม่เคยลืมจุดกำเนิดและตัวตนของเขา จากเด็กธรรมดาที่ใส่นันยาง สู่ศิลปินเจ้าของผลงานเพลงร้อยล้านวิว จากโจอี้ที่ใส่นันยาง สู่นันยางรุ่นของ โจอี้จากเด็กธรรมดา กับรองเท้าธรรมดา สู่ “นันยาง โฮม” [Nanyang x Phuwasit 2026 Edition] ชื่อ “HOME (โฮม)” เชื่อมโยงความหมายของคำว่า “Home” ในภาษาอังกฤษที่หมายถึงบ้าน พื้นที่แห่งความอบอุ่นและความผูกพัน กับคำว่า “โฮม” ในภาษาอีสานที่หมายถึงการชุมนุมหรือการมารวมตัวกัน สื่อถึงบ้านเกิด รากเหง้า และผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งของทุกการเดินทาง โดยแนวคิดดังกล่าวยังถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดของ “รองเท้าผ้าใบนันยาง รุ่น โฮม” [Nanyang × Phuwasit 2026 Edition] ด้วยรองเท้าผ้าใบยีนต์ดำ พื้นด้านในรองเท้าลายผ้าขาวม้า เติมกลิ่นอายของความเป็นบ้านและสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับรองเท้ารุ่นนี้ รองเท้าผ้าใบนันยางรุ่น “โฮม” [Nanyang × Phuwasit 2026 Edition] ราคา 899บาทต่อคู่ มีขนาด 28-48 เทียบเท่ารองเท้านันยางรุ่น 205-S เปิดจำหน่ายแบบ Pre-or
14 สิงหาคม 2569
บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ผู้นำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลีระดับพรีเมียมในประเทศไทย เผยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 (1H69) มีรายได้รวม 1,139 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 74 ล้านบาท เติบโต 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากการเร่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อพิจารณาเฉพาะไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 578 ล้านบาท เติบโต 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (2Q68) และเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า (1Q69) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 40 ล้านบาท เติบโต 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นถึง 13 สาขา จาก 45 สาขาในไตรมาส 2 ปี 2568 เป็น 58 สาขาในไตรมาส 2 ปี 2569 คิดเป็นจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นถึง 29% ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้ไตรมาสนี้เติบโตไ
14 สิงหาคม 2569
สติงค์ เอเนอร์จี้ดริ้งค์ โดยบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือระดับโลกในฐานะพันธมิตรเครื่องดื่มชูกำลังของ ฟอร์มูล่าวัน (Formula 1®) สู่การสร้างประสบการณ์ในประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยเข้าใกล้โลกแห่งความเร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านกลยุทธ์ Experience-Led Marketing ที่เปลี่ยนการแข่งขันระดับโลกให้กลายเป็นกิจกรรมที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมและสัมผัสได้จริง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของสติงค์ในฐานะแบรนด์ที่ส่งต่อพลังและช่วยบูสท์ศักยภาพ ให้ผู้บริโภคพร้อมรับมือกับความท้าทายในทุกสถานการณ์ และมุ่งมั่นพัฒนาตนเองเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ในปัจจุบัน ฟอร์มูล่าวัน ได้ก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต สู่การเป็นแพลตฟอร์มวัฒนธรรมระดับโลกที่ผสานกีฬา ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์กีฬาที่มีอิทธิพลต่อผู้คนทั่วโลก และเป็นประสบการณ์ที่แฟนๆ ต่างใฝ่ฝันจะได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด การผนึกกำลังครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสติงค์ใน
14 สิงหาคม 2569
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2569 (Thai SELECT Award 2026) ให้แก่ร้านอาหารไทยคุณภาพที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากทั่วประเทศ จำนวน 182 ร้าน ภายใต้แนวคิด “The Power of Thai Taste, The Value of Trust” หรือ “พลังแห่งรสชาติไทย คุณค่าแห่งความเชื่อมั่น ปลุกพลังเศรษฐกิจ” เชิดชูผู้ประกอบการที่รักษาคุณภาพ มาตรฐาน รสชาติ และอัตลักษณ์อาหารไทย พร้อมเชื่อมโยงคุณค่าตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้บริโภคและภาคการท่องเที่ยว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2569 หรือ Thai SELECT Award 2026 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ว่า ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยในปี 2567 สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 674,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.61 ของ GDP ประเทศไทย ขณะที่ปี 2568 มีผู้ประกอบการร้านอาหารรวมกว่า 39
14 สิงหาคม 2569
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคม ผ่านโครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 37 เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการร่วมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 75 ปี ของการดำเนินธุรกิจ เมืองไทยประกันชีวิตยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรม พร้อมดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเยาวชน เพื่อเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สำหรับโครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ประจำปี 2569 บริษัทได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 200 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนในพื้นที่เขตห้วยขวาง เขตดินแดง
14 สิงหาคม 2569
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ในวันที่การไลฟ์สตรีมมิงไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ แต่กลายเป็นพลังสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และคอมมูนิตี้จากทั่วโลก TikTok LIVE ประกาศจัดงานออฟไลน์ระดับภูมิภาค TikTok LIVE Community Fest 2026 ณ TRUE ICON HALL, ICONSIAM โดยมี ICONSIAM ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์อย่างเป็นทางการ (Official Partner) รวมตัวไลฟ์ครีเอเตอร์กว่า 300 คน จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) และคอเคซัสและเอเชียกลาง (CCA) มาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จ พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การจัดงานครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนคอมมูนิตี้นักไลฟ์ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง บนเป้าหมายการส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยแบบเรียลไทม์ผ่าน TikTok LIVE โดย ททท. ได้นำเสนอสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมทัวร์วัฒนธรรมไทยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกิจกรรมส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ เพื่อมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้แก่ไลฟ์ครีเอเตอร์จากทั่วภูมิภาค เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเสน่ห์ของประเทศไทย แล
14 สิงหาคม 2569