คลังจับมือญี่ปุ่น ต่อยอด Made with Thailand ดึงลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต-พลังงานสะอาด
“เอกนิติ” หารือรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ต่อยอดแนวคิด Made with Thailand ยกระดับฐานการผลิตไทยสู่การลงทุนคุณภาพสูง หนุนถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ AI และดิจิทัล พร้อมขยายความร่วมมือพลังงานสะอาด เชื้อเพลิงชีวภาพ ตลาดคาร์บอน และทบทวนความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น รับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป
16 ตุลาคม 2569 - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หารือทวิภาคีกับนางซัตสึกิ คาตายามะ (Satsuki Katayama) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินระหว่างสองประเทศ โดยเน้นย้ำบทบาทของญี่ปุ่นในฐานะพันธมิตรสำคัญที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
นายเอกนิติได้ผลักดันแนวคิด “Made with Thailand” เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น จากการเป็นฐานการผลิตไปสู่การลงทุนที่มีคุณภาพสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาทักษะบุคลากร โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต อิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนและขยายธุรกิจของญี่ปุ่นไปยังภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงแนวทางส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition) โดยครอบคลุมความร่วมมือด้านเชื้อเพลิงชีวภาพ พลังงานสะอาด และการพัฒนาตลาดคาร์บอน เพื่อสนับสนุนการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในการหารือดังกล่าว ฝ่ายไทยได้เสนอให้ขยายความร่วมมือภายใต้โครงการ Partnership on Wide Energy and Resources Resilience (POWERR) Asia Initiative เพื่อสนับสนุนการระดมทุนและการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืน รวมถึงเพิ่มโอกาสในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดระหว่างสองประเทศ
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และมาตรการภาษีที่ช่วยส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ ตลอดจนแนวทางการทบทวนความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (Japan–Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกและโครงสร้างอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ การหารือมุ่งขยายความร่วมมือด้านการลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และการพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในระยะยาว