Cover Image

Lotus Elise S1 กลายร่างเป็น VHPK รถสปอร์ต 1 ที่นั่ง น้ำหนักเพียง 600 กก. ราคาเริ่มต้นกว่า 350,000 ปอนด์ - Carvariety

Analogue Automotive เปิดตัวผลงาน Restomod คันแรก ยกระดับ Lotus Elise S1 สู่รถสปอร์ตน้ำหนักเบาสุดขั้ว

ถ้าคิดว่า Lotus Elise S1 เป็นรถที่เบาและคล่องตัวมากอยู่แล้ว บริษัท Analogue Automotive กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถลดน้ำหนักลงไปได้อีก ด้วยการสร้างรถสปอร์ตแบบ Restomod ที่มีน้ำหนักเพียงประมาณ 600 กิโลกรัม พร้อมเปลี่ยนห้องโดยสารให้เหลือเพียง 1 ที่นั่งตรงกลาง และตั้งชื่อว่า VHPK

หลังจากก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยรายละเอียดของโปรเจกต์ดังกล่าวไปเมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุด Analogue Automotive ได้เผยภาพชุดเต็มของรถคันแรกสำหรับลูกค้า โดยมาในตัวถังสี PK Purple พร้อมห้องโดยสาร Alcantara สีเข้าชุด และปลายท่อไอเสียสีทองที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวรถ

VHPK ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร?

ชื่อ VHPK มาจากเครื่องยนต์ที่ใช้ในรถ โดยพื้นฐานของ Lotus Elise S1 ใช้เครื่องยนต์ตระกูล Rover K-Series ซึ่งในอดีตเคยมีเครื่องยนต์สมรรถนะสูงในชื่อ VHPD หรือ Very High Performance Derivative

Analogue Automotive จึงนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับเป็นชื่อ VHPK เพื่อสื่อถึงเครื่องยนต์ K-Series ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่างมาก

เครื่องยนต์ 1.9 ลิตร 250 แรงม้าแบบไร้เทอร์โบ

VHPK คันนี้ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ K-Series 4 สูบ DOHC ขนาด 1.9 ลิตร ซึ่งได้รับการเพิ่มความจุจากเครื่องยนต์เดิม 1.8 ลิตร พร้อมปรับปรุงเครื่องยนต์ครั้งใหญ่

เครื่องยนต์ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยใช้ชิ้นส่วนภายในแบบ Billet และ Forged ที่เน้นความแข็งแรงและลดน้ำหนัก จับคู่กับระบบไอเสียสเตนเลสแบบเต็มระบบ รวมถึงเฟืองท้ายแบบ Limited Slip Differential และเกียร์ธรรมดา 5 สปีดแบบ Close-Ratio

กำลังสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 250 แรงม้า จากเครื่องยนต์แบบ Naturally Aspirated หรือเครื่องยนต์ไม่มีระบบอัดอากาศ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจอย่างมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวรถเพียงประมาณ 600 กิโลกรัม

จากรถ 2 ที่นั่ง สู่ห้องโดยสารแบบ 1 ที่นั่งตรงกลาง

หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของ VHPK คือการเปลี่ยนจาก Elise แบบ 2 ที่นั่ง มาเป็นรถแบบ Single-Seater โดยตำแหน่งผู้ขับถูกวางไว้ตรงกลางตัวรถ

แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน Elise Championship ซึ่งเคยเป็นรายการสนับสนุนการแข่งขัน BTCC ในช่วงต้นยุค 2000 โดยรถแข่งในรายการดังกล่าวใช้รูปแบบที่นั่งเดี่ยวตรงกลางเช่นเดียวกัน

สำหรับ VHPK เบาะนั่งเป็นแบบ Carbon Fibre Bucket Seat และถูกล้อมรอบด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ ขณะที่ตัวถังทั้งคันได้รับการสร้างขึ้นจาก Carbon Fibre เพื่อช่วยลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด

คาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน เน้นลดน้ำหนักทุกจุด

Analogue Automotive ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปลี่ยนเครื่องยนต์หรือถอดเบาะออก แต่ยังลดน้ำหนักในรายละเอียดต่าง ๆ ของรถอีกด้วย

ตัวรถได้รับการติดตั้งถังน้ำมันน้ำหนักเบา รวมถึงชุดสายไฟที่ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อลดน้ำหนัก นอกจากนี้ยังมีล้อ Forged Lightweight Wheels และลูกค้าสามารถเลือกอัปเกรดเป็น ล้อคาร์บอนไฟเบอร์ ที่มีน้ำหนักเบากว่าได้อีก

สำหรับอุปกรณ์เสริมยังมีตัวเลือกอย่าง

ช่วงล่าง Wide-Track พร้อมชิ้นส่วนอะลูมิเนียม

ในด้านแชสซี VHPK ได้รับการปรับปรุงให้รองรับระบบช่วงล่างแบบ Wide-Track พร้อมใช้ชิ้นส่วน Aluminium Uprights และ Steering Arms เพื่อลดน้ำหนักส่วนที่ไม่สปริงและช่วยเพิ่มการตอบสนองของรถ

ระบบกันสะเทือนพื้นฐานใช้โช้กอัพแบบ Passive Damper แต่ลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งระบบ Active Damper ได้ หากต้องการสมรรถนะในการขับขี่ที่สูงขึ้น

ด้วยน้ำหนักตัวรถที่ลดลงเหลือเพียงประมาณ 600 กิโลกรัม และกำลังเครื่องยนต์ 250 แรงม้า อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักของ VHPK จึงอยู่ในระดับที่น่าสนใจอย่างมาก และน่าจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เน้นความดิบและการตอบสนองโดยตรงแบบรถแข่ง

ผลิตเพียง 35 คัน ราคาเริ่มต้นกว่า 350,000 ปอนด์

Analogue Automotive ระบุว่าจะผลิต VHPK เพียง 35 คันทั่วโลก เพื่อให้เป็นรถ Restomod รุ่นพิเศษอย่างแท้จริง

ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 350,000 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยในระดับ กว่า 15 ล้านบาท โดยราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษี

อย่างไรก็ตาม ราคานี้รวม Lotus Elise Series 1 สำหรับใช้เป็นรถ Donor เอาไว้แล้ว โดย Elise S1 มือสองสภาพดีในตลาดปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นประมาณ 20,000 ปอนด์

ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 35 คัน การใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์อย่างหนัก เครื่องยนต์ K-Series 1.9 ลิตร 250 แรงม้า และตัวถังน้ำหนักเพียงประมาณ 600 กิโลกรัม ทำให้ VHPK กลายเป็นหนึ่งใน Restomod ที่เน้นความเบาและประสบการณ์การขับขี่อย่างสุดขั้ว

สำหรับ Analogue Automotive แล้ว VHPK ไม่ได้เป็นเพียงการนำ Lotus Elise S1 กลับมาปรับปรุงใหม่ แต่เป็นการตีความรถสปอร์ตน้ำหนักเบาในแบบที่ใกล้เคียงกับรถแข่งมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้บนถนน

แหล่งที่มา : topgear

Back To Top