Cover Image

LINE ชู OpenChat ผู้ใช้งานโต 24 ล้านคน หลังดันให้ใช้ง่ายขึ้นจากแท็บที่ 3

หลัง LINE ประเทศไทย เลิกให้บริการ VOOM โซเซียลมีเดียภายในแอป แล้วปรับโครงสร้างแอปพลิเคชันด้วยการนำบริการ OpenChat ย้ายมาไว้ที่แท็บ 3 (แท็บกลาง) อย่างเป็นทางการ เพื่อปรับปรุงการเข้าถึงของผู้ใช้ ให้สามารถเข้าถึง OpenChat ที่เป็นแชตแบบคอมมูนิตี้ได้ง่ายขึ้น เป็นหมวดหมู่มากขึ้น พร้อมค้นหาและเข้าถึงกลุ่มความสนใจต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น จากเดิมที่ต้องเข้าใช้งานผ่านลิงก์หรือการสแกน QR Code เป็นหลัก ทำให้ผู้ใช้งานเติบโตจาก 20 ล้านคนเป็น 24 ล้านคน

ภาพรวมการเติบโตและพฤติกรรมผู้ใช้งาน

นายณธกฤต กาญจนมัณฑนา หัวหน้าหน่วยธุรกิจ LINE OpenChat
นายณธกฤต กาญจนมัณฑนา หัวหน้าหน่วยธุรกิจ LINE OpenChat

LINE OpenChat เริ่มต้นให้บริการในปี 2018 ในชื่อ LINE Square ก่อนจะพัฒนามาเป็น LINE OpenChat ในปัจจุบัน ปัจจุบันเปิดให้บริการใน 3 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และไทย โดยประเทศไทยมีฐานผู้ใช้งานสูงที่สุด จากข้อมูลล่าสุดภายหลังการปรับเปลี่ยนหน้าแท็บ พบการเปลี่ยนแปลงทางสถิติดังนี้:

สำหรับกลุ่มหมวดหมู่ความสนใจที่มีการใช้งานสูงสุดในไทย 5 อันดับแรก ได้แก่

นายเอก ปัญญาสีห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดและฝ่ายพันธมิตรธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย
นายเอก ปัญญาสีห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดและฝ่ายพันธมิตรธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย

ตัวอย่างการนำ LINE OpenChat มาใช้ของคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยคนเดียวในกรุงเทพฯ คือการใช้เป็น ห้องฮีลใจ หรือพื้นที่ซัพพอร์ตทางอารมณ์เพื่อผ่อนคลายความเหงาจากการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ โดยสมาชิกในห้องส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นพูดคุยเรื่องเฉพาะทางหรือการนัดเจอกันในชีวิตจริง แต่จะใช้อัปเดตชีวิตประจำวันตามกิจวัตร เช่น พิมพ์บอกในห้องตอนเช้าว่า “ไปทำงานแล้วนะ” หรือส่งข้อความตอนเลิกงานว่า “กลับถึงห้องแล้ว วันนี้เหนื่อยมาก” ซึ่งสมาชิกคนอื่น ๆ ก็จะเข้ามาตอบรับด้วยความห่วงใย ถามไถ่ว่าเหนื่อยไหม ชวนกินข้าว หรือบอกให้พักผ่อนฝันดี ซึ่งจุดเด่นของการสื่อสารแบบไม่เปิดเผยตัวตนจริง ช่วยสร้างบรรยากาศที่สบายใจและอบอุ่น ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกมีคอมมูนิตี้คอยอยู่ข้าง ๆ และเติมเต็มพลังใจในทุก ๆ วันแม้จะอาศัยอยู่ตัวคนเดียวก็ตาม

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังถูกนำไปใช้เป็นช่องทางสื่อสารในสถานการณ์วิกฤตและภัยพิบัติ เช่น โควิด-19 และเหตุการณ์น้ำท่วม เพื่อประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลความช่วยเหลือ

การอัปเดตฟีเจอร์และมาตรการความปลอดภัย

จะใช้ Emoji ที่ซื้อกับ LINE OpenChat ได้แล้ว

เพื่อรองรับปริมาณข้อความและการใช้งานที่เพิ่มขึ้น LINE ได้พัฒนาระบบและฟีเจอร์สนับสนุน อย่างการคุยย่อยผ่าน Thread ที่ทำให้แชตไม่เลื่อนเร็วเกินไป, การสรุปข้อความอัตโนมัติด้วย AI Summary และเตรียมปรับปรุงระบบแนะนำใหม่ ให้แนะนำห้องหรือเนื้อหาได้ตรงใจยิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์ Avatar ที่ใช้สำหรับ OpenChat ใหม่ และการเตรียมรองรับการนำ Emoji ที่ซื้อมาใช้งานใน OpenChat ด้วย

OpenChat เตรียมแนะนำกลุ่มที่น่าสนใจได้ดีขึ้น
OpenChat เตรียมแนะนำกลุ่มที่น่าสนใจได้ดีขึ้น
ดีไซน์ใหม่ Avatar ใหม่
ดีไซน์ใหม่ Avatar ใหม่

ด้วยในเรื่องการรักษาความปลอดภัย LINE แจ้งว่าได้เพิ่มระบบแจ้งเตือน Fraud & Scam Protection Popups ก่อนกดเข้าร่วมห้อง เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมระบบคัดกรองคำต้องห้ามอัตโนมัติ และการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานกด Report บัญชีหรือห้องที่มีความเสี่ยงเพื่อทำการ ตรวจสอบและระงับการใช้งาน ซึ่งโดยปกติทีมงานจะไม่สามารถเข้าไปอ่านห้องแชตที่ไม่ได้เข้าร่วมได้ แต่ถ้ามีการกด Report เข้าไป ทีมที่ดูแล OpenChat ก็จะสามารถเข้าไปตรวจสอบการสนทนาในห้องได้

อย่างไรก็ตามเมื่อ BT ถามไปว่า OpenChat สามารถสแกนลิงก์ที่ส่งในห้อง และเตือนว่าเป็นลิงก์อันตรายได้ไหม ทางไลน์ก็แจ้งว่ายังไม่มีความสามารถนี้ ต้องให้แอดมินของห้องเป็นผู้ใส่ Keyword เข้าไป และเมื่อถามถึงความสามารถในการแตก Threads ให้คุยย่อยว่าจะมีใน LINE Chat ปกติเมื่อไหร่ ก็ยังไม่มีกำหนดในตอนนี้ ก็เปิดทางให้ผู้ใช้ส่ง Request Feature ไปยังบริษัทแม่ที่ต่างประเทศโดยตรงเพื่อขอให้เพิ่มฟีเจอร์นี้เข้าไป

นายธารวิทย์ ดิษยวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ LINE ประเทศไทย
นายธารวิทย์ ดิษยวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ LINE ประเทศไทย

ทิศทางและแผนการดำเนินงาน

ในฝั่งการตลาด LINE OpenChat ได้เปิดตัวแคมเปญ “เพื่อนอินหาง่าย จอยได้แท็บสาม” มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ใช้ตามความสนใจ พร้อมวางกรอบการดำเนินงาน 4 ด้าน ได้แก่ Discover (การค้นหา), Activate (การกระตุ้นการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม), Grow (การสนับสนุนผู้สร้างคอมมูนิตี้) และ Connect (การสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจและพันธมิตร) เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์การใช้งานเชิงคอมมูนิตี้ในระยะยาว

การปรับโครงสร้างอินเทอร์เฟซและการเพิ่มฟีเจอร์ในครั้งนี้ สะท้อนถึงการปรับตัวของแพลตฟอร์มเพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่รองรับผู้ใช้จำนวนมากโดยไม่ระบุตัวตน การควบคุมปัญหาเรื่องมิจฉาชีพและการกลั่นกรองเนื้อหายังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ให้บริการต้องบริหารจัดการควบคู่ไปกับการเติบโตของฐานผู้ใช้

Back To Top