Cover Image

ต่อยอด ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ LINE MAN Wongnai เปิดตัว ‘Wongnai Genie’ AI ผู้ช่วยร้านอาหาร วิเคราะห์ยอดขาย-หั่นต้นทุน 10-15% - Marketeer Online


จากโจทย์กำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ร้านอาหารจึงไม่ได้ต้องการเพียงลูกค้าเพิ่ม แต่ต้องรู้ด้วยว่าขายอะไร กำไรอยู่ตรงไหน และจะบริหารร้านให้รอดได้อย่างไร LINE MAN Wongnai ขยับจาก Food Delivery เข้ามาช่วยร้านค้าจัดการธุรกิจด้วย Data, POS และ AI พร้อมต่อยอดข้อมูลไปสู่โอกาสเข้าถึงเงินทุน

นาย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า การเข้ามาช่วยร้านค้าผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงกระตุ้นยอดขายในช่วงที่มีมาตรการ แต่บริษัทต้องการใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสให้ร้านค้าได้เรียนรู้และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจ เพื่อให้สามารถเติบโตต่อได้หลังจบโครงการ

ปัจจุบัน LINE MAN Wongnai มีร้านอาหารบนแพลตฟอร์มมากกว่า 520,000 ร้านทั่วประเทศ และในโครงการไทยช่วยไทย พลัส มีร้านค้าที่เข้าร่วมผ่าน LINE MAN มากกว่า 59,000 ร้าน ครอบคลุม 77 จังหวัด กว่า 266 อำเภอ

ในช่วงที่ผ่านมายอดขายรวมของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่าน LINE MAN เพิ่มขึ้นประมาณ 1.8 เท่าเมื่อเทียบกับโครงการก่อนหน้า และคาดว่าเมื่อโครงการสิ้นสุด ยอดขายจะอยู่ที่ประมาณ 2 เท่า

ขณะที่เงินสนับสนุนจากภาครัฐที่ถูกส่งผ่าน LINE MAN ไปยังร้านค้าทั่วประเทศมีมากกว่า 2,570 ล้านบาท จากจำนวนคำสั่งซื้อประมาณ 16 ล้านรายการ

จากข้อมูลของโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ก่อนหน้านี้ ยอดขายเฉลี่ยต่อวันของร้านค้าเพิ่มขึ้น 67% ในช่วงที่มีโครงการ และหลังจบโครงการ ยอดขายยังอยู่สูงกว่าช่วงก่อนโครงการประมาณ 10%

นายยอด กล่าวว่า บริษัทไม่ได้มองผลของมาตรการเพียงช่วงเวลาที่มีโครงการ แต่ต้องการให้ร้านค้าใช้โอกาสที่ได้ลูกค้าใหม่และมียอดขายเพิ่มขึ้น มาพัฒนาการบริหารร้านในระยะยาว

“เราอยากให้ร้านค้าไม่ได้ขายดีเฉพาะตอนที่มีโครงการ แต่หลังจากโครงการจบแล้ว ร้านค้ายังสามารถขายต่อได้ดีขึ้น เพราะมีทั้งลูกค้าใหม่ ข้อมูล และเครื่องมือที่ช่วยให้เขาบริหารร้านได้ดีขึ้น”

ตัวอย่างที่บริษัทนำมาใช้คือร้าน “ประจักษ์เป็ดย่าง” ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้น 130% ในช่วงโครงการ และได้ลูกค้าใหม่ผ่าน LINE MAN Food Delivery มากกว่า 3,500 ราย ขณะที่ “ตำยำยั่ว by โบตั๋น” ได้ลูกค้าใหม่มากกว่า 2,600 ราย และยอดขายเพิ่มขึ้น 44%

🟥จาก POS สู่ข้อมูลสำหรับบริหารร้าน

อีกส่วนที่ LINE MAN Wongnai ต้องการผลักดันคือการนำข้อมูลจากการขายมาใช้บริหารธุรกิจ ปัจจุบันมีร้านอาหารมากกว่า 72,000 ร้านที่ใช้ Wongnai POS ซึ่งบริษัทมองว่า POS ไม่ควรทำหน้าที่เพียงรับออเดอร์หรือคิดเงิน แต่สามารถเป็นฐานข้อมูลให้ร้านรู้ว่าธุรกิจกำลังเกิดอะไรขึ้น

จากผลสำรวจ ระบุว่า ร้านอาหารทั่วไปมีอัตราการอยู่รอดประมาณ 70% ขณะที่ร้านที่เข้าร่วมโครงการและใช้ POS มีอัตราการอยู่รอดประมาณ 93% โดย LINE MAN Wongnai ใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการชี้ให้เห็นถึงบทบาทของเครื่องมือดิจิทัลต่อการบริหารร้าน

จากฐานข้อมูลนี้ บริษัทจึงเปิดตัว “Wongnai Genie” เครื่องมือ AI สำหรับร้านอาหาร โดยนำข้อมูลจาก LINE MAN, Wongnai, Wongnai POS และ LINE Pay มาใช้วิเคราะห์ธุรกิจ โดยข้อมูลที่จะนำมาใช้ต้องอยู่ภายใต้การยินยอมของร้านค้า

Genie สามารถช่วยดูยอดขาย เมนูที่ขายดี ช่วงเวลาที่ขายดี รวมถึงวิเคราะห์ต้นทุนและกำไรของแต่ละเมนู เพื่อช่วยให้เจ้าของร้านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เช่น ควรลดต้นทุนตรงไหน เมนูใดควรผลักดัน หรือช่วงเวลาใดควรทำโปรโมชั่น

🟥Wongnai Genie เครื่องมือ AI สำหรับร้านอาหาร

นายยอด กล่าวว่า โจทย์ของ Genie ในช่วงแรกไม่ได้ต้องการเข้ามาแทนเจ้าของร้าน แต่ต้องการลดเวลาที่ผู้ประกอบการต้องใช้กับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นงานที่ร้านขนาดเล็กจำนวนมากไม่มีคนดูแลโดยเฉพาะ

“ร้านอาหารจำนวนมากไม่มีเวลานั่งเปิดข้อมูลย้อนหลังหรือวิเคราะห์ตัวเลขด้วยตัวเอง สิ่งที่เราต้องการทำคือใช้ AI เข้ามาช่วยให้เจ้าของร้านเห็นว่าธุรกิจกำลังเกิดอะไรขึ้น เมนูไหนทำกำไร ต้นทุนอยู่ตรงไหน และควรบริหารร้านอย่างไร”

ปัจจุบัน Wongnai Genie ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ โดยเปิดให้ร้านค้าจำนวนไม่กี่พันร้าน หรือราว 10% ของฐานร้านค้าเข้ามาทดลองก่อน และตั้งใจขยายไปยังร้านค้าหลักหมื่นราย โดยมีเป้าหมายระยะหนึ่งที่ 50,000–100,000 ร้าน ขณะที่ช่วงแรกบริษัทเปิดให้ใช้งานฟรี

หนึ่งในร้านที่ทดลองใช้คือ Bearhouse ซึ่งนำ Genie มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขายและต้นทุน โดยเฉพาะการดูว่ายอดขายเพิ่มหรือลดจากอะไร เมนูไหนมีต้นทุนและกำไรเท่าไร รวมถึงการจัดการสต๊อก ทำให้ทีมงานไม่ต้องใช้เวลาในการรวบรวมและดูข้อมูลเองทั้งหมด

จากการทดลองใช้งาน Bearhouse ประเมินว่า การนำ AI เข้ามาช่วยงานลักษณะนี้มีโอกาสลดเวลาการทำงานและต้นทุนของทีมได้ประมาณ 10–15% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินจาก Bearhouse เอง ไม่ใช่ผลการวัดประสิทธิภาพที่ LINE MAN Wongnai ทำกับร้านค้าโดยตรง

ช่วงแรก Genie จะเน้นช่วยร้านลดต้นทุนและเข้าใจธุรกิจมากขึ้น ส่วนการเพิ่มยอดขายจะเป็นสิ่งที่ต้องติดตามผลต่อไป ขณะที่บริษัทเตรียมเพิ่มความสามารถด้านการวิเคราะห์ลูกค้า การจัดการเมนูและโปรโมชั่น รวมถึงการสร้างภาพสำหรับทำการตลาด

ส่วนการคิดค่าบริการในอนาคตยังไม่มีข้อสรุป โดยจะพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้งานและต้นทุนในการให้บริการ

🟥ใช้ Data เปิดทางเข้าถึงเงินทุน

นอกจากยอดขายและการบริหารร้าน LINE MAN Wongnai ยังต้องการใช้ข้อมูลเพื่อช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา บริษัทและพันธมิตรให้บริการด้านสินเชื่อและการเงินกับร้านค้ามากกว่า 30,000 ร้าน

ร้านค้าสามารถสมัครผ่าน Wongnai Merchant App หรือ POS ขณะที่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีทั้งบริการผ่อนชำระสำหรับอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์หรือ POS และการส่งต่อสินเชื่อให้กับพันธมิตรที่ได้รับใบอนุญาต เช่น LINE BK

บริษัทยังอยู่ระหว่างทำงานร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. เพื่อช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้กับร้านค้าที่มีศักยภาพแต่ขาดหลักประกัน

ประเด็นนี้สอดคล้องกับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มองว่าการช่วยร้านค้าไม่ควรหยุดอยู่ที่การเพิ่มลูกค้าหรือยอดขาย แต่ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจและเข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงการคลังคือการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SME และร้านค้ารายย่อย ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้มาตรการเข้าถึงผู้ประกอบการได้รวดเร็วและทั่วถึง

หนึ่งในเครื่องมือที่ภาครัฐผลักดันคือ AI “นกกระซิบ” บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งพัฒนาโดยธนาคารกรุงไทย เพื่อช่วยร้านค้าวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ ทั้งยอดขาย แนวโน้มการดำเนินงาน รวมถึงเปรียบเทียบข้อมูลกับร้านค้าในพื้นที่ใกล้เคียงหรือร้านที่อยู่ในประเภทธุรกิจเดียวกัน

เมื่อผู้ประกอบการมีข้อมูลธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการได้

ขณะที่ร้านค้าที่มีศักยภาพแต่มีหลักประกันไม่เพียงพอ จะมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเงินทุน

🟥Food Delivery ยังโต แต่ต้นทุนต้องบริหาร

ด้านธุรกิจ Food Delivery นายยอดคาดว่าปีนี้จะโตมากกว่า 20% หลัง 9 เดือนแรกโตเกิน 20% แล้ว และหากรวมผลจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” อาจโตได้ประมาณ 20–25% โดยช่วงไตรมาส 4 ยังเป็นช่วงที่มีปัจจัยหนุนจากวันหยุดยาวและเทศกาลปลายปี

แต่การโตของยอดขายก็มาพร้อมต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดย LINE MAN Wongnai ต้องเพิ่มงบสนับสนุนการตลาดประมาณ 20% จากแผนเดิม และใช้งบสนับสนุนโครงการราว 100 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 400 ล้านบาทตลอด 4 เดือน ขณะที่บริษัทยังไม่ได้ปรับเพิ่มค่าบริการจากร้านค้าอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนราคาน้ำมันที่ขึ้นมาแตะประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นายยอด ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่ได้กระทบธุรกิจ แม้ต้นทุนน้ำมันจะกระทบไรเดอร์โดยตรง

ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังเดินหน้าขยายการใช้ AI และข้อมูลจากการขายเข้ามาช่วยร้านอาหารดูยอดขาย ต้นทุน และการบริหารร้านมากขึ้น โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กที่อาจไม่มีคนหรือระบบสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเอง


Back To Top