KTB ติดขบวนตั๋วร่วม.!

ชัดแล้วว่า วันที่ 1 ม.ค. 2570 นี้ คนกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะได้นั่งรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายในราคาค่าโดยสารขาเดียวอยู่ที่ 17-45 บาท ผ่านระบบตั๋วร่วมโดยไม่มีค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ซึ่งคอนเฟิร์มจากปาก “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
แต่ถ้าถึงตอนนั้นแล้ว รัฐบาลทำไม่ได้ตามที่สัญญิงสัญญาไว้…ก็ให้ไปทวงถามจากรองนายกฯ พิพัฒน์กันเองนะเจ้าคะ อีฉันไม่เกี่ยว…
ไฮไลต์ที่น่าจับตา เห็นจะเป็นการเกิดขึ้นของระบบตั๋วร่วมจะนำมาสู่รายได้ค่าธรรมเนียมที่เป็นกอบเป็นกำของแบงก์สีฟ้า ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ในฐานะเป็นแบงก์รัฐ ซึ่งมักถูกใช้เป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการสนองนโยบายของภาครัฐมาโดยตลอด
ธนาคารกรุงไทยเลยได้สิทธิในการเป็นศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ระบบตั๋วร่วมไปตามระเบียบ (พัก)..!!
แหม๊…การเป็นแบงก์รัฐก็ดีอย่างนี้นี่เอง
นั่นจะทำให้ KTB มีช่องทางในการหารายได้เพิ่มขึ้นมาอีกขา..!!
ต้องไม่ลืมว่าตอนนี้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ให้บริการบัตร MRT EMV ในการแตะเข้า-ออกระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง และใช้ระบบการเติมเงินเข้าบัตรผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยผูกกับเป๋าตังเปย์วอลเล็ต ซึ่งจะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมอยู่แล้ว
การเป็นศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ระบบตั๋วร่วมก็จะทำให้รายได้จากค่าธรรมเนียมพุ่งกระฉูดไปอีกนะสิ..!!
ขณะที่ก่อนหน้านี้ แอปพลิเคชันเป๋าตัง (สำหรับประชาชนผู้ใช้สิทธิ์) และแอปพลิเคชันถุงเงิน (สำหรับร้านค้า) ถูกใช้เป็นแพลตฟอร์มในการขับเคลื่อนโครงการ “คนละครึ่ง” ตั้งแต่เฟส 1 ถึงเฟส 5 ตั้งแต่รัฐบาลยุคลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) จนมาถึงยุคลุงหนู (อนุทิน ชาญวีรกูล) ที่ขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟส 1 และเฟส 2 อีกทั้งยังเป็นแอปที่รองรับบัตรคนจนอีกด้วย
ทำให้มีกลุ่มลูกค้าหลากหลาย ครอบคลุมทั้งฐานราก (บัตรคนจน) ไปสู่คนชั้นกลาง และสูง (โครงการคนละครึ่ง และ ไทยช่วยไทย พลัส เป็นต้น)
แถมแอปเป๋าตังและแอปถุงเงิน ยังเป็นช่องทางในการซื้อ-ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือสลากดิจิทัล L6 จำนวน 29 ล้านใบต่องวด ซึ่งขาย 2 ครั้งต่อเดือน ในราคาใบละ 80 บาท โดยขายมาตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 2565
แล้วเท่าที่รู้หากถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแอปเป๋าตัง จะโดนหักรวมทั้งหมด 1.5% ของเงินรางวัล โดยแบ่งเป็นค่าอากรแสตมป์ 0.5% (ตามกฎหมายสลากกินแบ่งรัฐบาล) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลผ่านแอปเป๋าตัง 1% (ไม่รวมค่าธรรมเนียมการโอนเงินหากโอนเข้าบัญชีธนาคารอื่นนอกเหนือจากเงื่อนไขที่กำหนด) นะจิบอกให้…
ไม่นับรวมรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายหุ้นกู้ ปล่อยเงินกู้แบบ Digital loan ขายประกัน ขายกองทุน ขายพันธบัตรรัฐบาล และอื่น ๆ ผ่านแอปเป๋าตังอีกนะ
คงต้องยกให้แอปเป๋าตังเป็นตัวเงินตัวทอง…อุ๊ย ตัวสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมให้กับ KTB แล้วละ..??
ว่าแต่สังเกตกันมั้ยว่า ช่วง 2-3 ปีมานี้ โครงสร้างรายได้ของธนาคารกรุงไทยเริ่มเปลี๊ยนไป๋…จะเห็นว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเริ่มเข้ามามีบทบาทแทนที่รายได้จากดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ…
พิสูจน์ทราบได้จากงบงวดครึ่งแรกปี 2569 ของ KTB ที่รายได้ดอกเบี้ยปรับลดลง สวนทางกับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ยังเติบโตได้ดี…และจะยิ่งเติบโตมากขึ้น เมื่อได้เกาะขบวนตั๋วร่วม…เชื่อขนมกินได้เลย
งั้นช่วงที่ราคาหุ้น KTB ถูกเทขายจนในรอบ 1 เดือน ราคาทรุดไป 6.18% หากจะมองว่าเป็นจังหวะเก็บของถูกก็ได้นะ…ยังไงเสียก็มีเงินปันผล ซึ่งจ่ายปีละ 2 ครั้ง โดยล่าสุดดิวิเดนด์ยีลด์พุ่งไปแตะ 6.40% ให้นอนกินชิล ๆ นะออเจ้า…
…อิ อิ อิ…