Krungthai CIO มองตลาดหุ้นพักฐานแบบ "Healthy Correction" แนะสะสมหุ้น AI คุณภาพสูง รับงบ Q2

Krungthai CIO มองตลาดหุ้นพักฐานแบบ

Krungthai CIO มองตลาดหุ้นโลกพักฐานแบบ Healthy Correction จากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์และแรงขายหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ และการลงทุนด้าน AI ยังแข็งแกร่ง แนะนำกลยุทธ์ Buy on Dip ทยอยสะสมหุ้น AI คุณภาพสูง

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 20 - 24 กรกฎาคม 2569 ว่า ตลาดหุ้นโลกปรับฐานจากแรงกดดันความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ตึงเครียดมากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้ง ยังมีแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ Semiconductor จากปัจจัยทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งกว่าคาด และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯเดือนมิถุนายนที่ชะลอตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ แข็งแกร่ง นำโดยกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจ Investment Banking, Capital Markets และ Trading โดยรายได้ธุรกิจ Investment Banking ทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดสินเชื่อเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10% สะท้อนว่า เศรษฐกิจและผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอย ส่วนผลประกอบการของ TSMC และ ASML สะท้อนว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงเติบโต แม้หุ้นกลุ่ม Semiconductor จะเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มชิปทั่วภูมิภาคยังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการคุมเข้มของหน่วยงานกำกับดูแลในเกาหลีใต้ ที่ระงับการจดทะเบียน Single-Stock Leveraged ETF รายใหม่ชั่วคราว และปรับเพิ่มเงินลงทุนขั้นต่ำ ส่งผลให้เกิดแรงขายบังคับชำระคืนเงินกู้ (Force Sell) ในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดย Krungthai CIO มองว่า เป็นเพียงการล้างหนี้ทางเทคนิค (Technical Deleveraging) ไม่ใช่สัญญาณการชะลอตัวของอุปสงค์ AI จึงประเมินว่า การปรับฐานของตลาดหุ้นโลกรอบนี้เป็น "Healthy Correction" พร้อมแนะนำกลยุทธ์ "Buy on Dip" ทยอยสะสมหุ้น AI คุณภาพสูง และบริหารความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่อาจกระทบต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อในระยะถัดไป

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทเทคโนโลยี ชั้นนำ ทั้ง Alphabet, Tesla, Intel และ IBM ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางจีน (PBOC) รวมถึงตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่น และ ความคืบหน้ามาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่จะนำมาใช้ทดแทนมาตรการ Section 122 ซึ่งกำลังสิ้นสุดลง


Back To Top