ทนาย-ตัวแทน “Korea Pure”เสนอเยียวยา อสม.นาน้อย ลองดื่มแล้วใจสั่น-ดวามดันสูง-หน้ามืดเป็นลม ต้องเข้า รพ.
- หน้าหลัก
- ภูมิภาค
- ภาคเหนือ
ทนาย-ตัวแทน “Korea Pure”เสนอเยียวยา อสม.นาน้อย ลองดื่มแล้วใจสั่น-ดวามดันสูง-หน้ามืดเป็นลม ต้องเข้า รพ.
เผยแพร่: 2 ต.ค. 2569 21:18 ปรับปรุง: 2 ต.ค. 2569 21:18 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
น่าน - ทนายความ พร้อมตัวแทน “Korea Pure” เข้าพบ อสม.นาน้อย..เสนอเยียวยา 3 ระดับ หลัง 104 ราย ชงดื่มแล้วมีอาการผิดปกติ ด้านผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนขอรอผลตรวจ อย.-กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บางรายบอกตรวจสุขภาพประจำ-ไม่มีโรคประจำตัว แต่ตอนนี้ความดัน-ค่าตับสูง
ความคืบหน้ากรณีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน จำนวน 104 ราย ทดลองบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “KOREA PURE” เมื่อวันที่ 27 กันยายน ผ่านไปแค่ไม่ถึง 15 นาที กลับเกิดอาการผิดปกติ บ้างมือสั่น ใจสั่น ความดันโลหิตสูง หน้ามืด เป็นลม แน่นหน้าอก ผื่นบวมแดง คลื่นไส้ อาเจียน และอาการชาบริเวณลิ้น ปาก หรือร่างกาย ซึ่งมีระดับความรุนแรงแตกต่างกัน ต้องเข้ารับการรักษาที่แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลนาน้อย 21 ราย ในจำนวนนี้ต้องนอน รพ. 7 ราย ก่อนทั้งหมดได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว
นายอัครวัฒน์ วงศ์ธีระดิลก ทนายความผู้รับมอบอำนาจในนามบริษัท เดอะ วินเนอร์ สตาร์ จำกัด พร้อมด้วย น.ส.ขนิษฐา สุขผลานันท์ หรือ “โค้ชบิว” ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ได้เดินทางเข้าพบและเจรจากับผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อหารือแนวทางการดูแลและเยียวยา โดยมีนายวิชัย ศิริวรวัจน์ชัย สาธารณสุขอำเภอนาน้อย และ นายเรืองชัย ด่านพาณิชย์ นายกเทศมนตรีตำบลศรีษะเกษ ร่วมรับฟังด้วย
ทั้งนี้ในการหารือ บริษัทเสนอแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ทดลองบริโภคแล้วมีอาการ แต่ไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เสนอเยียวยา 3,000 บาท กลุ่มที่ 2 ผู้มีอาการและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่อาการดีขึ้นและกลับบ้านได้ เสนอเยียวยา 5,000 บาท กลุ่มที่ 3 ผู้มีอาการและต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวน 7 ราย เสนอเยียวยา 10,000 บาท และหลังจากนี้หากมีอาการทางสุขภาพ-แพทย์ยืนยันว่าเกิดจากการสะสมของสารเคมี มีผลมาจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ ทางบริษัทก็พร้อมรับผิดชอบเพิ่มเติม
นายอัครวัฒน์ วงศ์ธีระดิลก ทนายความผู้รับมอบอำนาจ กล่าวว่า บริษัทขอแสดงความเสียใจและความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ อสม.ทุกคน ยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ และพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่บริษัทดำเนินการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มาประมาณ 8 ปี ผลิตภัณฑ์มีการขึ้นทะเบียน อย. และบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ ขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการรอผลตรวจทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงและสาเหตุที่ชัดเจน
แต่จากการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นคาดว่ามาจากวิธีการชงผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นมากกว่าที่แนะนำ มีการแบ่งผลิตภัณฑ์ 1 เม็ดออกเป็น 4 ส่วน แล้วนำไปละลายในน้ำประมาณ 1/3 แก้ว ซึ่งบริษัทระบุว่าอาจทำให้ได้รับไนอะซิน ในความเข้มข้นสูงในช่วงเวลาสั้น ๆ และอาจส่งผลเกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่า Niacin Flush อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังต้องพิจารณาร่วมกับผลตรวจทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ
ขณะที่ น.ส.ขนิษฐา สุขผลานันท์ หรือ “โค้ชบิว” ตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเป็นผู้สาธิตการชงผลิตภัณฑ์ให้ อสม.จำนวน 104 คนทดลองบริโภค กล่าวว่า ขอยอมรับความผิดพลาดในส่วนของตนเอง ซึ่งวันนั้นได้นำอัตราส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ตนเองใช้ดื่มเป็นประจำมาใช้ในการสาธิตกับกลุ่มผู้ทดลอง จึงอาจทำให้ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์มากเกินไป และส่งผลกระทบแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ขณะที่สำนักงานาคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ระบุเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ว่าได้ร่วมกับ สสจ.สมุทรปราการ สสจ.ปทุมธานี และตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. เข้าตรวจสอบผลิตภัณฑ์ KOREA PURE เลขสารบบอาหาร 11-4-03260-5-0007 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากสาธารณรัฐเกาหลี ล็อตที่เกี่ยวข้องระบุ Lot No. 18015 ผลิต 20 มีนาคม 2569 หมดอายุ 19 มีนาคม 2571 พร้อมดำเนินการตรวจสอบและส่งตัวอย่างตรวจพิสูจน์ รวมถึงระงับการจำหน่าย/เรียกคืนจนกว่าจะพิสูจน์ความปลอดภัย
ขณะที่ อสม.ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจำนวน 21 ราย ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ จึงยังไม่ขอรับข้อเสนอเยียวยา เพราะกังวลว่า หากรับเงินเยียวยาครั้งนี้แล้ว ในอนาคตหากเกิดอาการผิดปกติหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพ จะยังสามารถกลับมาขอรับการดูแลหรือเยียวยาเพิ่มเติมได้หรือไม่ จึงต้องการรอผลการตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานรัฐให้มีความชัดเจนเสียก่อน โดยมี อสม.เพียง 11 ราย ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่มีอาการแต่ไม่ถึงขั้นต้องไปโรงพยาบาล แสดงความประสงค์รับการเยียวยาตามข้อเสนอ
1 ในอสม.ที่ทดลองดื่ม บอกว่า ตัวแทนผลิตภัณฑ์แจ้งสรรพคุณว่า ช่วยชับสารพิษ หากใครเคยพ่นยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง จะช่วยขับสารพิษ มีโรคประจำตัวก็ดื่มได้ จึงได้ทดลองดื่ม โดยดื่มไม่หมดแก้ว และหลังดื่มไม่ถึง 5 นาที ก็มีอาการหน้าแดง แน่นหน้าอก และเข้ารับการรักษาที่โรงพบาบาล ซึ่งกังวลมาก เพราะตนตรวจสุขภาพประจำไม่มีโรคประจำตัว แต่ตอนนี้กลับมีความดันสูง และค่าตับสูง จึงยังไม่ขอรับการเยียวยาจากบริษัท จนกว่าจะมีผลตรวจผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน รวมถึงการตรวจสุขภาพของตนเองด้วย หากสุขภาพยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องการให้ทางบริษัท ฯ รวมไปถึงผู้นำผลิตภัณฑ์นี้มาให้ทดลองดื่มรับผิดชอบ
อย่างไรแล้วขณะนี้สาเหตุที่แท้จริงของอาการยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยผู้ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งยืนยันว่าจะขอรอผลตรวจจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ อย. ให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจเรื่องการรับเงินเยียวยา เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิในการติดตามดูแลสุขภาพในระยะต่อไปได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม