KKP กวาดกำไร Q2 โต 51% ทะลุ 2.1 พันล้าน รับอานิสงส์ค่าฟีพุ่ง-NPL ลดฮวบเหลือ 3.5%

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานงบไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรกของปี 69 มีกำไรสุทธิดังนี้

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 2,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,409.40 ล้านบาท ขณะที่กำไรเบ็ดเสร็จรวมอยู่ที่ 2,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.6% สะท้อนการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลักหลายด้าน ควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้คุณภาพพอร์ตสินเชื่อปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-interest Income) ซึ่งเพิ่มขึ้น 36.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง รายได้จากบริการทางการเงินและการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล Dime! รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุน การรับรู้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะตลาด
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร ยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์อันดับ 1 ของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income) เพิ่มขึ้น 0.4% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่ปรับตัวดีขึ้น หลังธนาคารสามารถบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงต่อเนื่อง
ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 สินเชื่อรวมขยายตัว 3.1% จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับนโยบายการเติบโตอย่างระมัดระวัง โดยมุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมและมีคุณภาพสูง
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารเดินหน้าบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง พร้อมตัดหนี้สูญสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อยที่คงค้างเป็นเวลานาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ในระยะยาว โดยยังคงตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) อย่างรอบคอบในระดับเหมาะสม
สำหรับไตรมาส 2/2569 ธนาคารตั้งสำรอง ECL รวม 970 ล้านบาท ซึ่งรวมผลกระทบจากการตัดหนี้สูญดังกล่าวไว้แล้ว ขณะที่ผลขาดทุนจากการขายรถยึดลดลงตามสถานการณ์รถยึดที่ยังอยู่ในระดับควบคุมได้
ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ปรับลดลงเหลือ 3.5% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 จาก 4.3% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 150.7% สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและความสามารถในการรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตของธนาคารได้อย่างมั่นคง
ขณะที่รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,471.02 ล้านบาท ขณะที่กำไรเบ็ดเสร็จรวมอยู่ที่ 4,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.7% สะท้อนการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลักและการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ
ปัจจัยหลักที่สนับสนุนผลการดำเนินงานมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-interest Income) ซึ่งเพิ่มขึ้น 49.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) รายได้จากบริการทางการเงินและการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล Dime! รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุน รายได้ค่านายหน้าประกันภัย รวมถึงกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) และรายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ผลขาดทุนจากการขายรถยึดยังปรับลดลงตามคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น ช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม และสามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ซึ่งเป็นผลจากนโยบายควบคุมคุณภาพสินเชื่อและการเติบโตของสินเชื่ออย่างระมัดระวังของธนาคารได้ในระดับที่น่าพอใจ
ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของ KKP ในการกระจายแหล่งรายได้ไปยังธุรกิจที่สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการทางการเงินที่มีศักยภาพ พร้อมรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจและการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง