KGEN ส่งสัญญาณฟื้นตัวแรง พลิกกำไร 36.98 ล้านบาท ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มสร้างรายได้

ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ของบริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก หลังพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 36.98 ล้านบาท จากขาดทุน 71.50 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เท่ากับว่า มีผลประกอบการที่ดีขึ้นถึง 108.48 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 35.94% มาอยู่ที่ 227.59 ล้านบาท
จุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทมาจากการเริ่มรับรู้รายได้ของธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งสร้างรายได้ 89.86 ล้านบาทในไตรมาส 2/69 จากเดิมที่ปีก่อนยังไม่มีรายได้ส่วนดังกล่าว
สะท้อนว่าการขยายจากธุรกิจบริการขนส่งไปสู่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มสร้างฐานรายได้ใหม่ให้บริษัทอย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบันกลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ OMODA, JAECOO, CHERY และ LEPAS รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ FARIZON
ขณะที่โรงงานของ OMODA & JAECOO Manufacturing (Thailand) หรือ OJMT เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ทำให้ผลประกอบการที่รับรู้ในไตรมาสนี้ยังเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของการผลิตเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบริการเดิมยังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้าง รายได้จากการให้บริการลดลง 16.84% เหลือ 135.19 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทลดสัดส่วนงานที่มีอัตรากำไรต่ำ และเลือกมุ่งเน้นเส้นทางหรืองานที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมมากขึ้น
แม้รายได้ส่วนนี้ลดลง แต่ต้นทุนการให้บริการลดลงมากถึง 30.71% เหลือเพียง 110.37 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรของธุรกิจบริการฟื้นตัวอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ประสิทธิภาพด้านต้นทุนจึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้น โดยค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 38.68% จาก 61.97 ล้านบาท เหลือ 38 ล้านบาท หลังบริษัทผ่านช่วงจัดตั้งและวางโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่มีค่าใช้จ่ายสูงในปีก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายอยู่ที่ 10.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นตามการเริ่มต้นของธุรกิจขายรถยนต์
แต่ประเด็นที่นักลงทุนควรพิจารณาควบคู่กันคือ กำไรในไตรมาสนี้ไม่ได้มาจากรายได้และการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า 36.59 ล้านบาท พลิกจากส่วนแบ่งขาดทุน 3.31 ล้านบาทในปีก่อน รวมถึงมีกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 6.52 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาตัวเลขอย่างง่าย รายได้รวม 227.59 ล้านบาท หักต้นทุนขาย ต้นทุนบริการ ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายบริหารแล้ว ธุรกิจหลักยังเหลือผลขาดทุนราว 5.73 ล้านบาทก่อนรวมรายได้อื่นและผลตอบแทนจากเงินลงทุน ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจึงยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
อีกด้านหนึ่ง แม้ไตรมาส 2 จะพลิกกลับมามีกำไร แต่ภาพรวมครึ่งปีแรกยังขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 14.88 ล้านบาท เพียงแต่ลดลงมากจากขาดทุน 108.53 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่าบริษัทอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้เต็มที่ว่าผลประกอบการผ่านจุดเปลี่ยนอย่างถาวรแล้ว
จากนี้ สิ่งที่ต้องติดตามคือยอดขายและอัตรากำไรของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าหลังเริ่มดำเนินงานเต็มไตรมาส ความสามารถในการรักษากำไรของธุรกิจบริการหลังตัดงานมาร์จิ้นต่ำ ตลอดจนความต่อเนื่องของกำไรจากบริษัทร่วม หากรายได้ใหม่เติบโตพร้อมกับธุรกิจหลักสร้างกำไรได้ด้วยตัวเอง คุณภาพของกำไรจะมีความแข็งแรงขึ้นกว่าที่เห็นในไตรมาสล่าสุด
ทั้งนี้ งบในไตรมาส 2/69 เป็นตัวบ่งชี้การฟื้นตัวที่น่าสนใจของ KGEN ทั้งจากรายได้รถยนต์ไฟฟ้า การลดต้นทุน และผลตอบแทนจากเงินลงทุน แต่กำไรครั้งนี้ยังพึ่งพาส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในสัดส่วนสูง แต่สัญญาณดังกล่าว เริ่มมีความชัดเจนในทิศทางที่ดีขึ้น
อึ้งย้ง