Cover Image

KBANK คาดบาทสัปดาห์หน้า 32.50-33.20 จับตาดุลบัญชีเดินสะพัด ก.ค. ฟันโฟลว์ สงครามตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (31 ส.ค.-4 ก.ย.) อยู่ที่ระดับ 32.50-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ต่างชาติและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง   

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนส.ค. ข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงรายงาน Beige Book ของเฟด

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนส.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (24-28 ส.ค.) เงินบาททยอยอ่อนค่าลง ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นตามมุมมองของตลาดที่มีต่อโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดก่อนสิ้นปี  เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ จากความกังวลของตลาดต่อความผันผวนของบอนด์ยีลด์และมุมมองที่มีต่อการเข้าแทรกแซงด้วยมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในเชิงลบ 

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่าตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ หลังกนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% พร้อมกับส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทย และขยับเข้าใกล้แนว 33.00 ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ สอดคล้องกับจังหวะการขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก 

ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือนก.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปียังคงมีอยู่

ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 ส.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 24-28 ส.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 12,228 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทยที่ 375 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 129 ล้านบาท แต่หักตราสารหนี้หมดอายุ 504 ล้านบาท)

โดย ฐานิสร์ ทองนอก

Back To Top