หอมมันไก่ - KARUN รายได้วูบ 2 ล้าน EMILY‘S ปิด 10 สาขา น้ำท่วมไม่ถึงร้าน แต่ SME ช็อตทั้งระบบ
แม้น้ำไม่ได้ท่วมทุกสาขา แต่ธุรกิจ SME หยุดทั้งระบบ เมื่อ ‘ไข่แดง’ อย่างครัวกลาง คลังสินค้า และเส้นทางขนส่งถูกตัดขาด KARUN รายได้หายเกือบ 2 ล้านบาทในสุดสัปดาห์ ขณะที่ EMILY‘S ต้องปิด 10 สาขาและทุก Pop-up ด้านหอมมันไก่ เสียวัตถุดิบ-แรงงาน กระทบหลายล้านบาท
- KARUN คลังน้ำท่วม กระทบกว่า 20 แห่ง รายได้หายเกือบ 2 ล้านบาท
- ขนส่งชะงัก บางสาขาต้องหยุดให้บริการ
- EMILY‘S ครัวกลางหัวหมากหยุด วันแรกปิด 10 สาขาและทุก Pop-up
- ผลกระทบจึงเกิดขึ้นพร้อมกันหลายส่วน
- ‘หอมมันข้าวมันไก่’ ชี้กระทบ 3 เด้ง ยอดขาย วัตถุดิบ แรงงาน
- ‘Comfy Homies’ Showroom น้ำท่วม แต่โรงงานยังผลิตต่อได้
- SOAK ยังไม่ทันเปิดธุรกิจ น้ำเข้าพื้นที่ก่อสร้าง
- สิ่งที่ธุรกิจต้องการไม่ใช่เพียงการแจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกหนัก
THE STANDARD สัมภาษณ์ผู้ประกอบการ SME กทม. พบว่า น้ำท่วมกรุงเทพฯ รอบล่าสุดไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะร้านค้า โรงงาน หรือสำนักงานที่น้ำไหลเข้าพื้นที่โดยตรง แต่กำลังกระทบต่อเนื่องไปถึงธุรกิจที่ตั้งอยู่นอกพื้นที่น้ำท่วม
เมื่อครัวกลาง คลังสินค้า เส้นทางขนส่ง และที่พักของพนักงาน ซึ่งเป็นจุดสำคัญของระบบหลังบ้าน ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
THE STANDARD สำรวจธุรกิจอาหารและบริการหลายรายในพื้นที่นวมินทร์ หัวหมาก รามคำแหง พระราม 9 และปรีดี พนมยงค์ เผชิญผลกระทบในลักษณะคล้ายกัน
บางรายไม่ได้มีหน้าร้านถูกน้ำท่วมทุกแห่ง แต่ต้องหยุดให้บริการหลายสาขา เพราะสินค้าออกจากครัวกลางไม่ได้ บางรายสูญเสียรายได้หลักล้านบาทภายในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ต้นทุนอย่างเงินเดือน ค่าเช่า ค่าวัตถุดิบ และภาระจากการลงทุนยังดำเนินต่อ
ผลกระทบครั้งนี้จึงไม่ได้เกิดเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำ แต่ส่งต่อผ่าน Supply Chain ของธุรกิจไปยังพื้นที่อื่นด้วย
KARUN คลังน้ำท่วม กระทบกว่า 20 แห่ง รายได้หายเกือบ 2 ล้านบาท
หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบคือ KARUN Beverage ผู้ดูแลแบรนด์ KARUN, Jaren, Summer Bowl และ Avery Wong รวมมากกว่า 20 โลเคชัน
สินค้าเกือบทั้งหมดของบริษัทผลิตจากครัวกลางบริเวณนวมินทร์ 55 และเก็บไว้ในคลังสินค้าในพื้นที่เดียวกัน ก่อนกระจายไปยังแต่ละสาขาทุกวัน
รัส ธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ ระบุกับ THE STANDARD ว่า ครอบครัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานานกว่า 50 ปี และไม่เคยประสบเหตุการณ์น้ำท่วมในลักษณะนี้มาก่อน
บริษัทติดตามพยากรณ์อากาศและเตรียมรับมือไว้บางส่วน ทั้งการยกพื้นที่และยกตู้เย็นขึ้นสูง ทำให้พื้นที่ผลิตไม่ได้รับความเสียหายมากนัก
แต่คลังสินค้าที่ไม่ได้ยกสูงเท่ากับพื้นที่ผลิตได้รับผลกระทบ น้ำเข้าจนต้องตัดไฟ ขณะที่สินค้าจำนวนหนึ่งจำเป็นต้องเก็บในระบบควบคุมอุณหภูมิ ส่งผลให้สินค้าบางส่วนได้รับความเสียหาย
ขนส่งชะงัก บางสาขาต้องหยุดให้บริการ
ในช่วงที่ระดับน้ำสูง รถขนส่งไม่สามารถเข้าออกพื้นที่ได้ และมีช่วงหนึ่งที่แม้แต่รถบรรทุก 10 ล้อก็ไม่สามารถผ่านได้ ทำให้สินค้าที่ผลิตเสร็จแล้วไม่สามารถกระจายไปยังหน้าร้าน
ผลคือบางสาขาต้องหยุดให้บริการ แม้ตัวสาขาจะไม่ได้ถูกน้ำท่วมโดยตรง
เหตุการณ์ยังเกิดตรงกับวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทเตรียม Stock เพื่อรองรับยอดขายวันหยุด บริษัทประเมินว่ารายได้หายไปเกือบ 2 ล้านบาทเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์
นอกจากรายได้และสินค้าที่เสียหาย บริษัทยังต้องเตรียมปรับปรุงคลังสินค้าใหม่ ขณะที่ก่อนหน้านี้เพิ่งกู้เงินเพื่อใช้ในการขยายสาขา ทำให้เงินทุนบางส่วนที่วางไว้สำหรับการลงทุนอาจต้องนำมารองรับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีเงินสดสำรองสำหรับรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และ ณ วันที่ 1 ตุลาคม รายได้กลับมาอยู่ที่ประมาณ 70-80% ของระดับปกติ
การฟื้น Operation อาศัยการปรับระบบขนส่ง โดยเมื่อรถขนาดใหญ่เริ่มเข้าพื้นที่ได้ บริษัทใช้รถ 10 ล้อนำสินค้าออกจากคลัง ก่อนถ่ายลงรถกระบะเพื่อกระจายต่อไปยังสาขาต่างๆ
คู่ค้าหลายรายเข้ามาช่วยเหลือด้วย เช่น Siam Piwat เปิดพื้นที่สำหรับใช้เป็นจุดถ่ายสินค้า ICONSIAM ซื้อ Voucher ของร้านเพื่อนำไปแจกแก่ลูกค้า ขณะที่ Supplier บางรายช่วย Hold สินค้าที่บริษัทไม่สามารถรับเข้าคลังได้ในช่วงน้ำท่วม
EMILY‘S ครัวกลางหัวหมากหยุด วันแรกปิด 10 สาขาและทุก Pop-up
EMILY‘S ธุรกิจอาหารในรูปแบบ Cloud Kitchen และ Delivery เป็นหลัก เปิดดำเนินการมา 4-5 ปี มี 10 สาขาในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และบางแสน รวมถึงขยายธุรกิจไปสิงคโปร์
ธุรกิจใช้ครัวกลางที่หัวหมากเป็นฐานสำหรับผลิตและเตรียมวัตถุดิบ ก่อนส่งไปยังสาขาต่างๆ รวมถึงการดำเนินงานในต่างประเทศและ Pop-up
แม้พื้นที่ผลิตของครัวกลางจะยกสูงและไม่ได้รับความเสียหายหนัก แต่พื้นที่โดยรอบถูกน้ำล้อม ทำให้ Supplier ไม่สามารถส่งวัตถุดิบเข้า และบริษัทไม่สามารถขนสินค้าออกจากครัวกลางได้
ผลกระทบจึงเกิดขึ้นพร้อมกันหลายส่วน
วันแรกของเหตุการณ์ บริษัทต้องปิดทั้ง 10 สาขาและทุก Pop-up จากทั้งปัญหาวัตถุดิบ การเดินทางของพนักงาน และ Rider ที่ไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ
รถห้องเย็นบางส่วนได้รับความเสียหาย รวมถึง Office และทรัพย์สินบางส่วน บริษัทประเมินความเสียหายเบื้องต้นในระดับหลายล้านบาท ขณะที่รายได้จาก Operation ที่ต้องปิดในวันแรกหายไปทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีเงินสดสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน ทำให้ปัญหายังไม่พัฒนาไปถึงภาวะขาดสภาพคล่อง
ระหว่างเกิดเหตุ บริษัทตั้ง War Room ประชุมวันละสองครั้ง ก่อนทยอยเปิดสาขาหลังน้ำลดและทำ Big Cleaning พร้อมจ่ายค่าแรงเพิ่มเติมสองเท่าให้กับพนักงานที่เข้ามาช่วยงาน
วัตถุดิบบางส่วนที่ไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ถูกนำมาปรุงอาหารแจกพนักงานและชุมชน ขณะที่สาขาหัวหมากถูกเปลี่ยนเป็นจุดรับเสบียงชั่วคราว
‘หอมมันข้าวมันไก่’ ชี้กระทบ 3 เด้ง ยอดขาย วัตถุดิบ แรงงาน
ขณะที่ สถานการณ์ของหอมมันข้าวมันไก่แตกต่างออกไป ธุรกิจมี 4 สาขา ได้แก่ รามคำแหง 24 กรุงเทพกรีฑา เอกมัย และหลัง The Nine พระราม 9 โดยพื้นที่รามคำแหงมีทั้งสาขาที่เน้น Delivery และ Store/ครัวกลางสำหรับกระจายวัตถุดิบไปยังสาขาอื่น
เหตุการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อสาขารามคำแหง 24 สาขาหลัง The Nine รวมถึง Store และครัวกลาง
วัตถุดิบที่เตรียมไว้รองรับยอดขายช่วงสุดสัปดาห์ได้รับความเสียหาย รวมถึงไก่สดประมาณ 200-300 กิโลกรัม ตลอดจนข้าวและ Packaging คิดเป็นมูลค่าหลักแสนบาท
ขณะเดียวกันพนักงานประมาณ 45 คนจากทั้งหมด 80 คนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ เหลือกำลังคนประมาณ 35 คน
ช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เนื่องจากตรงกับวันที่ 28-29 กันยายน ก่อนกำหนดจ่ายเงินเดือนวันที่ 30 กันยายน ขณะที่วันดังกล่าวเป็นช่วงที่ปกติร้านมียอดขายสูง
ผู้ประกอบการประเมินเบื้องต้นว่า เมื่อรวมต้นทุนสินค้าที่เสียหาย รายได้ที่หายไป และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผลกระทบอาจอยู่ในระดับหลายล้านบาท แต่ยังไม่สามารถระบุตัวเลขสุดท้ายได้
บริษัทแก้สถานการณ์ด้วยการย้ายการผลิตบางส่วนไปยังสาขาเอกมัย และใช้เอกมัยกับกรุงเทพกรีฑาเป็นฐานในการสร้างรายได้ พร้อมใช้รถกระบะยกสูงในการขนส่งสินค้า
คู่ค้าบางรายเข้ามาช่วยเรื่องสภาพคล่องเช่นกัน โดย LINE MAN Wongnai ช่วยชะลอการชำระค่าโฆษณาเครดิต ขณะที่เจ้าของพื้นที่บางแห่งผ่อนผันค่าใช้จ่าย
‘Comfy Homies’ Showroom น้ำท่วม แต่โรงงานยังผลิตต่อได้
ผลกระทบไม่ได้ทำให้ทุกธุรกิจต้องหยุด Operation ทั้งหมด
Comfy Homies แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ดำเนินธุรกิจมาประมาณ 6 ปี มี Showroom และ Office อยู่บริเวณพระราม 9-รามคำแหง ขณะที่โรงงานและคลังสินค้าบางส่วนตั้งอยู่คนละพื้นที่
น้ำเข้าพื้นที่ Showroom และ Office ส่งผลต่อเฟอร์นิเจอร์ Display, Stock บางส่วน และโครงสร้างภายใน โดยเฉพาะสินค้าที่จัดแสดงใน Showroom มีมูลค่าหลายแสนบาท
ลูกค้าไม่สามารถเดินทางเข้ามาดูสินค้าจริง และ Order บางส่วนอาจล่าช้า
อย่างไรก็ตาม โรงงานและคลังสินค้าบางส่วนไม่ได้อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม การผลิตจึงยังสามารถดำเนินต่อ และบริษัทยังคงรับ Order ได้ตามปกติ
บริษัทออกมาตรการช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยลูกค้าที่มีโซฟาเสียหายจากน้ำท่วมสามารถรับส่วนลด 15%
SOAK ยังไม่ทันเปิดธุรกิจ น้ำเข้าพื้นที่ก่อสร้าง
อีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบคือธุรกิจที่ยังไม่มีรายได้เข้ามารองรับต้นทุน
SOAK ซึ่งกำลังพัฒนา Social Wellness Club บริเวณปรีดี พนมยงค์ มี Sauna, Cold Plunge, Gym, Café และ Co-working อยู่ระหว่างการก่อสร้างและเตรียมเปิดในเดือนตุลาคม
น้ำเข้าพื้นที่ก่อสร้าง ส่งผลกระทบต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า งานไม้ และอุปกรณ์ Gym ที่เป็นเหล็ก โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าส่วนใดสามารถกลับมาใช้งานได้
ผู้ประกอบการยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายสุดท้ายได้ แต่คาดหวังว่าจะไม่ถึง 1 ล้านบาท
ผลกระทบอีกด้านคือความล่าช้าของการก่อสร้าง เนื่องจากธุรกิจได้รับระยะผ่อนปรนค่าเช่า 6 เดือนสำหรับการก่อสร้าง หากการเปิดให้บริการล่าช้า Fixed Cost อาจเริ่มเกิดขึ้นก่อนที่ธุรกิจจะสามารถสร้างรายได้
SOAK ไม่มีประกันที่ครอบคลุมความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และหลังเกิดเหตุเริ่มศึกษาความคุ้มครองด้านประกันภัยเพิ่มเติม
สิ่งที่ผู้ประกอบการหลายรายพูดตรงกัน: ต้องการข้อมูลที่ใช้ ‘ตัดสินใจทางธุรกิจ’ ได้
แม้ลักษณะธุรกิจและความเสียหายของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกัน แต่ประเด็นหนึ่งที่ปรากฏจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการหลายรายคือ ข้อมูลสถานการณ์
สิ่งที่ธุรกิจต้องการไม่ใช่เพียงการแจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกหนัก
สำหรับธุรกิจอาหาร การรู้ว่าน้ำอาจสูงเพียงใด ถนนเส้นใดมีโอกาสไม่สามารถสัญจรได้ หรือสถานการณ์อาจกินเวลานานเท่าใด มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจว่าจะสั่งวัตถุดิบหรือไม่ ต้องย้าย Stock เมื่อใด ควรหยุดการผลิตหรือไม่ และควรให้พนักงานเดินทางมาทำงานหรือไม่
KARUN ระบุว่า แม้ติดตามพยากรณ์อากาศและทราบว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะประเมินว่าพื้นที่ของตัวเองจะได้รับผลจากระดับน้ำและระบบระบายน้ำในระดับใด
หอมมันข้าวมันไก่ เผชิญปัญหาคล้ายกัน ช่วงแรกประเมินว่าน้ำอาจลดภายในหนึ่งวัน จึงยังไม่ได้ย้ายทรัพย์สินและวัตถุดิบออกทั้งหมด ก่อนระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นและกระทบทั้งบ้าน Office และ Store
ผู้ประกอบการหลายรายยังกล่าวถึงการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีรายได้เกินเกณฑ์บางมาตรการ และเสียภาษีอยู่ในระบบ แต่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วม
ทั้ง KARUN และ EMILY ระบุถึงประเด็นดังกล่าว โดยมองว่ายังมีช่องว่างสำหรับธุรกิจขนาดกลางที่อาจไม่เข้าเงื่อนไขมาตรการช่วยเหลือร้านค้ารายย่อย แต่ยังต้องรับความเสียหายจากการหยุดดำเนินงาน สินค้าเสียหาย และต้นทุนฟื้นฟูเช่นเดียวกัน
“น้ำไม่ได้ท่วมทุกสาขา แต่ผลกระทบเดินทางไปตาม Supply Chain”
ภาพที่เกิดขึ้นจากผู้ประกอบการเหล่านี้สะท้อนลักษณะความเสียหายทางธุรกิจที่กว้างกว่าพื้นที่น้ำท่วมโดยตรง
สำหรับธุรกิจที่มีหลายสาขา หน้าร้านเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบ ด้านหลังยังมีครัวกลาง คลังสินค้า Supplier รถขนส่ง พนักงาน ระบบไฟฟ้า และเส้นทางที่เชื่อมทุกส่วนเข้าด้วยกัน
ดังนั้น ร้านหนึ่งอาจไม่มีน้ำเข้าพื้นที่เลย แต่ยังต้องปิดเพราะไม่มีสินค้า โรงงานอาจไม่ถูกน้ำท่วม แต่พนักงานเดินทางไปทำงานไม่ได้ หรือร้านอาจพร้อมเปิด แต่ Rider และระบบขนส่งไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้
กรณีของ KARUN และ EMILY เห็นภาพนี้ชัดที่สุด เพราะจุดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับเครือข่ายทั้งหมด แต่เมื่อจุดนั้นเป็นครัวกลางหรือคลังสินค้า ผลกระทบสามารถส่งต่อไปยังสาขาอื่นทันที
น้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า ‘มีธุรกิจกี่แห่งถูกน้ำท่วม’
แต่อีกตัวเลขที่อาจต้องติดตามคือ มีธุรกิจกี่แห่งที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้
เพราะ ‘ไข่แดง’ ของ Supply Chain ถูกน้ำท่วม