Jenchieh Hung ร่วมกับนิสิตจุฬาฯ เสนอไอเดียแปลงวิถีชีวิตริมทางเท้าเยาวราช ให้กลายเป็นสเปซชุมชนแนวตั้งของทุกคน - Design Makes A Better Life.
ถ้าลองหลับตาแล้วนึกถึงภาพของ “เยาวราช” ภาพจำในใจของหลายคนอาจเป็นแสงสีจัดจ้านของป้ายร้านค้าที่สว่างไสวตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืน กลิ่นควันหอมกรุ่นจากกระทะสตรีทฟู้ดริมทาง ร่มผ้าใบและกันสาดที่กางบดบังแดดฝน หรือก้าวย่างอันคึกคักของผู้คนที่เดินเบียดเสียดกันตามตรอกซอกซอย
เสน่ห์ที่แท้จริงของที่นี่ ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เพียงความเก่าแก่ของตึกแถวโบราณที่น่าจดจำ หากแต่อยู่ที่ “จังหวะการเปลี่ยนผ่าน” ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ระหว่างเช้าจรดค่ำ วันแล้ววันเล่า จังหวะที่ทางเท้าสาธารณะถูกแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่ค้าขาย ที่มุมถนนกลายเป็นโต๊ะอาหาร และที่บทสนทนาของผู้คนกำลังร่วมกันถักทอความทรงจำของเมืองขึ้นมาใหม่อยู่ทุกขณะ
คำถามสำคัญคือ เราจะจับจิตวิญญาณเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่งนี้ มาร้อยเรียงให้กลายเป็นภาษาสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตได้อย่างไร?
คำถามที่ท้าทาย กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นคว้าในสตูดิโอออกแบบระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตร i+mARCH คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย Visiting Professor Jenchieh Hung สถาปนิกผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research ได้ร่วมกับ ผศ. ดร.ชมชน ฟูสินไพบูลย์ นำพานิสิตก้าวข้ามการเรียนรู้ในตำรา สู่การทำวิจัยและทดลองเชิงลึกภายใต้แนวคิดของ HAS Lab (Hung And Songkittipakdee Laboratory)
ภายใต้หัวข้อ “AM/PM at Yaowarat: Identity in Drifting and Becoming Bangkok” โดยให้นิสิตเริ่มต้นจากการลงพื้นที่จริงเพื่อสังเกต บันทึก และทำผังพฤติกรรม ถอดรหัสสิ่งธรรมดาสามัญริมทางเท้า ไม่ว่าจะเป็นท้องถนน, หาบเร่แผงลอย, ป้ายร้านค้า, วัฒนธรรมอาหาร และกันสาด ให้กลายเป็น “แบบแผนเชิงพื้นที่” ซึ่งทำหน้าที่เป็น Generative Design Tool เพื่อเปิดเผยความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ระหว่างเมือง สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของผู้คน และในวัน Final Review ได้รับเกียรติจากคณาจารย์และสถาปนิกชั้นนำของไทยมาร่วมสะท้อนมุมมอง อาทิ ศ. ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร, คุณอมตะ หลูไพบูลย์ จาก Department of ARCHITECTURE, ม.ล.วรุตม์ วรวรรณ จาก Vin Varavarn Architects และ คุณกุลธิดา ทรงกิตติภักดี จาก HAS design and research
เรามาดูผลงานการออกแบบของนิสิตในสตูดิโอ i+mARCH กันว่าพวกเขามีแนวคิดเกี่ยวกับเยาวราชอย่างไรบ้าง?
Bangkok Chinatown Memorial Observatory – [AM/PM Street] as an Identity in Drifting and Becoming Bangkok
ผลงานโดย Nora Bull Langehaug
โครงการนี้สำรวจถนนเยาวราช หรือที่รู้จักในชื่อ ไชน่าทาวน์ หนึ่งในย่านที่มีพลวัตมากที่สุดของกรุงเทพฯ และโดดเด่นด้วยการใช้งานที่หลากหลาย ถนนในเยาวราชแตกต่างจากถนนในเมืองทั่วไปตรงที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอผ่านการจับจอง การแทรกซึม และการผสมผสาน เมื่อผู้คนเปลี่ยนถนนสาธารณะให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวหรือกึ่งสาธารณะ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านความหมายเชิงพื้นที่อย่างเป็นเอกลักษณ์
งานออกแบบนี้ตีความถนนใหม่ให้กลายเป็น “Street Park” หรือสวนสาธารณะบนถนน ในโครงการ Bangkok Chinatown Memorial Observatory ความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ของถนนเยาวราชได้รับการแปลงจากมิติแนวนอนไปสู่มิติแนวตั้ง พื้นที่นี้รองรับกิจกรรมที่หลากหลายพร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการทบทวนบทบาทของพื้นที่เปิดโล่ง การผสมผสานพื้นที่สีเขียวช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและเอื้อต่อคนเดินเท้า ซึ่งผสานวิถีชีวิตเมืองเข้ากับการพักผ่อนหย่อนใจของสาธารณชนได้อย่างลงตัว
Bangkok Chinatown Memorial Observatory – [AM/PM Vendor] as an Identity in Drifting and Becoming Bangkok
ผลงานโดย Ni Kadek Adini
หาบเร่แผงลอยเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของเยาวราช ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ โดยสร้างความมีชีวิตชีวาและการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องผ่านการซื้อขายในชีวิตประจำวัน การกระจายตัวของร้านค้าถูกกำหนดโดยโครงสร้างเชิงเส้นของถนนเยาวราชและโครงข่ายตรอกซอกซอยที่หนาแน่น พ่อค้าแม่ค้าบางส่วนตั้งอยู่ในจุดถาวรที่ผสานเข้ากับตึกแถว ขณะที่บางส่วนปรากฏตัวเพียงชั่วคราวโดยเดินทางมาด้วยรถยนต์ จักรยาน หรือรถเข็น ร้านค้าเหล่านี้มีความหลากหลายอย่างมากทั้งระบบการเปิดร้าน รูปแบบหลังคา วัสดุ ฟังก์ชัน และวิธีการดำเนินงาน ซึ่งมอบศักยภาพอันล้ำค่าในการนำมาตีความเป็นงานสถาปัตยกรรม
โครงการ Bangkok Chinatown Memorial Observatory ได้รับแรงบันดาลใจจากความแตกต่างระหว่างกิจกรรมของหาบเร่แผงลอยในช่วงกลางวันและกลางคืน ในช่วงกลางวัน ย่านนี้จะค่อนข้างสงบ แต่หลังพระอาทิตย์ตก ถนนเยาวราชจะเนืองแน่นไปด้วยผู้มาเยือนและการจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารที่แผ่ขยายออกไป การเคลื่อนที่ของผู้คนซึ่งถูกกำหนดโดยเวลา เงื่อนไขเชิงพื้นที่ และตำแหน่งของร้านค้า ได้กลายมาเป็นข้อมูลในการออกแบบหอสังเกตการณ์อเนกประสงค์ที่ประกอบด้วยพื้นที่สำหรับหาบเร่ ตลาด พื้นที่จัดแสดงอาหาร และจุดชมวิวเมือง ด้วยการเคารพความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวงเวียน 22 กรกฎาคม น้ำพุดั้งเดิมจึงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นจุดสนใจหลักภายในอาคาร ก่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเชิงพื้นที่เป็นลำดับชั้นที่สะท้อนถึงบุคลิกที่เปี่ยมด้วยพลังและเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่งของไชน่าทาวน์
Bangkok Chinatown Memorial Observatory – [AM/PM Signage] as an Identity in Drifting and Becoming Bangkok
ผลงานโดย Junyi Chen
โครงการนี้สำรวจเยาวราช ไชน่าทาวน์ ผ่านเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุด นั่นคือป้ายร้านค้าขนาดใหญ่ซึ่งประกอบกันเป็นอัตลักษณ์ทางสายตาหลักของย่าน งานวิจัยนี้ได้ระบุคุณลักษณะสำคัญ 4 ประการของป้ายในเยาวราช ได้แก่: การเกาะเกี่ยว (Parasitic) คือติดอยู่กับอาคารแต่โดดเด่นทางสายตา, การยื่นขยาย (Extensible) คือยื่นล้ำออกไปสู่ถนนได้อย่างอิสระ, การนำทาง (Directive) คือนำสายตาและการเคลื่อนที่ของคนเดินเท้า, และการเกาะกลุ่ม (Clustered) คือป้ายแต่ละป้ายหลอมรวมกันเป็นการแสดงออกของเมืองโดยรวม
การออกแบบโครงการเริ่มต้นด้วยการมองแต่ละป้ายเป็นหนึ่ง “ยูนิตเชิงพื้นที่” ด้านหลังของป้ายแขวนทุกป้ายคือโมดูลการใช้งานที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ เช่น ร้านค้า พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ทิศทางการยื่นของป้ายถูกแปลงเป็นเส้นทางเดินภายใน ทางเดินสัญจร และการนำสายตา ขณะที่ชั้นของป้ายที่ซ้อนทับกันอย่างหนาแน่นได้กลายมาเป็นเปลือกอาคาร ฟาสาด และหลังคา ซึ่งบูรณาการฟังก์ชันแสงสว่าง การบังแดด และการบอกทางเข้าไว้ด้วยกัน ระบบการเติบโตของป้ายช่วยให้สถาปัตยกรรมสามารถปรับเปลี่ยนและขยายตัวได้ตามกาลเวลา ยิ่งไปกว่าการเป็นเพียงอาคาร โครงการนี้เชื้อเชิญให้ผู้คนก้าวเข้าไปอยู่ภายในตัวป้าย สร้างสภาพแวดล้อมที่มีชีวิตชีวาและสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของไชน่าทาวน์
Bangkok Chinatown Memorial Observatory – [AM/PM Food] as an Identity in Drifting and Becoming Bangkok
ผลงานโดย Lwin Myat Swe
โครงการนี้ตรวจสอบเยาวราช ไชน่าทาวน์ ผ่านอัตลักษณ์การเป็นสวรรค์แห่งอาหาร ที่ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมการกิน ความหนาแน่นของเมือง และพื้นที่สาธารณะมาบรรจบกัน ตลอดแนวถนนเยาวราช พื้นที่ได้เผยให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างประเพณีอาหารที่สืบทอดมายาวนานกับแรงกดดันจากการพัฒนาสมัยใหม่ การออกแบบมุ่งสำรวจว่าพื้นที่สาธารณะที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เช่น ทางเดินสตรีทฟู้ด ตรอกตลาด และพื้นที่รับประทานอาหารที่ไม่เป็นทางการ มีส่วนช่วยสร้างอัตลักษณ์ของย่านอย่างไร พร้อมทั้งรักษาความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างไร
ด้วยแนวคิดเรื่อง “Drifting and Becoming” หรือการลื่นไหลและการกลายสภาพ โครงการได้ทำแผนผังการหมุนเวียนของอาหารในแต่ละวัน รวมถึงการจัดเตรียมร้าน กิจกรรมการปรุงอาหาร การสัญจรของคนเดินเท้า และช่วงเวลาที่มีคนรับประทานอาหารหนาแน่นที่สุด การวิเคราะห์นี้นำไปสู่การแทรกแซงงานออกแบบที่ช่วยปกป้องบรรยากาศของไชน่าทาวน์ ขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้มีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมด้านอาหาร โซนบันทึกความทรงจำสะท้อนถึงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอาหาร ขณะที่พื้นที่สร้างประสบการณ์รองรับวิถีชีวิตเมืองร่วมสมัยด้วยพื้นที่ชิมอาหาร จุดพบปะ และชิ้นงานอินเทอร์แอคทีฟ ทางเดินที่มีร่มเงา พื้นที่สีเขียวขนาดเล็ก และกลยุทธ์ความยั่งยืนช่วยตอบโจทย์ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ทำให้หอสังเกตการณ์แห่งนี้เป็นทั้งศูนย์รวมทางวัฒนธรรมและโมเดลเมืองที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
Bangkok Chinatown Memorial Observatory – [AM/PM Canopy] as an Identity in Drifting and Becoming Bangkok
ผลงานโดย Yulin Duan
ในเยาวราช ไชน่าทาวน์ กันสาดและทางเดินอาเขตไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบเชิงพื้นที่ที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวาที่สุดในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้ให้ร่มเงาบังแดดและกันฝน พร้อมทั้งเชื่อมโยงพ่อค้าแม่ค้า ร้านค้า และเพื่อนบ้านผ่านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม “พื้นที่สีเทา” (Gray Space) นี้ไม่ได้เป็นพื้นที่ภายในอาคารอย่างสมบูรณ์และไม่ได้เปิดโล่งทั้งหมด จึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นและความทรงจำของชุมชน
งานออกแบบนี้นำเสนออาคารต้นแบบใหม่สำหรับชุมชนแนวตั้ง ได้แก่ หอคอยกันสาดยื่นลอยตัว (Floating Extension Canopy Tower) โดยใช้แกนโครงสร้างหลักสำหรับการสัญจรแนวตั้งและรองรับโครงสร้าง อาคารยื่นขยายออกไปเป็นชานชาลาลดหลั่นกันที่ปกคลุมด้วยกันสาดอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ชั้น Sky Arcade เหล่านี้รองรับตลาดกลางคืน ลานชุมชน สตรีทฟู้ด และสวนหย่อมขนาดเล็ก เปลี่ยนหอคอยให้กลายเป็นถนนที่ทอดยาวในแนวตั้ง เชื่อมต่อด้วยสะพาน บันได และระเบียงทางเดิน มอบประสบการณ์การเดินลัดเลาะแบบสามมิติ กันสาดกลายเป็นภาษาทางวัฒนธรรมและพื้นที่ที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตริมถนนหลายระดับเข้าด้วยกัน พร้อมสะท้อนความคึกคักของไชน่าทาวน์ทั้งกลางวันและกลางคืน การออกแบบนี้ช่วยรักษาบรรยากาศทางสังคมและวัฒนธรรม โดยยกระดับวิถีชีวิตเมืองที่คุ้นเคยขึ้นสู่ท้องฟ้า และสร้างชุมชนแนวตั้งที่มีชีวิต
เกี่ยวกับผู้สอนและสถาปนิก
Jenchieh Hung และ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี เป็นสถาปนิกหลักและผู้ร่วมก่อตั้ง Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research สตูดิโอสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ และเซี่ยงไฮ้ ผลงานของพวกเขาสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรม ความเป็นเมือง ธรรมชาติ และนวัตกรรมวัสดุผ่านระเบียบวิธีวิจัยที่ขับเคลื่อนการออกแบบ
ทั้งสองยังเคยทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินรางวัลระดับนานาชาติของ Royal Institute of British Architects (RIBA) หรือ RIBA International Awards และดำรงตำแหน่งทางวิชาการในฐานะHonorary Professors, Distinguished Professors, Visiting Professors, and Adjunct Professors ณ มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง อาทิ Kunming University of Science and Technology, Kazan State University of Architecture and Engineering, Huaqiao University, Tongji University, Chulalongkorn University, Chung Hua University, Donghua University และ World University of Design โครงการและงานวิจัยของพวกเขาได้รับการยอมรับในระดับสากลผ่านนิทรรศการ สิ่งพิมพ์ และรางวัลสถาปัตยกรรมอันทรงเกียรติ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาสถาปัตยกรรมร่วมสมัยผ่านการปฏิบัติวิชาชีพ การวิจัย และการศึกษา
Supakorn Thepvichaisinlapakun
สถาปนิกที่เชื่อว่าพลังของการสื่อสาร สามารถขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้นได้
Writer