Cover Image

อุตสาหกรรมการบินญี่ปุ่นกระอัก รับแรงกระแทกต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง-เยนผันผวน JAL-ANA โต รายได้โต แต่กำไรร่วง

Japan Airlines (JAL) เผยผลประกอบการไตรมาสระหว่างเดือนเมษายน–มิถุนายนที่น่าสนใจว่า แม้รายได้รวมจะทะยานขึ้นเป็นสถิติสูงสุด แต่กำไรสุทธิกลับหดตัวลงอย่างมาก หลังรับแรงกระแทกจากต้นทุนเชื้อเพลิงและปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน

โดยสรุปแล้ว รายได้ของ JAL ในไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้น 11.2% แตะ 5.2 แสนล้านเยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท ขณะที่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 80.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือเพียง 5.3 พันล้านเยน (ประมาณ 34 ล้านดอลลาร์) ส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านเยน ลดลง 72.1%

สาเหตุสำคัญมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่พุ่งขึ้นกว่า 18.7% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมทั้งผลกระทบจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ทำให้ภาพรวมต้นทุนทั้งหมดสูงขึ้น

ยูจิ ไซโตะ ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ JAL ให้ความเห็นว่า ปีที่แล้วบริษัทได้รับอานิสงส์จากสภาพตลาดเชื้อเพลิงและอัตราแลกเปลี่ยนที่เอื้อต่อผลกำไร รวมทั้งการขายทรัพย์สินบางส่วนที่ช่วยหนุนตัวเลขกำไรในไตรมาสก่อนหน้า แต่ปีนี้การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้ฉุดผลประกอบการลงอย่างชัดเจน

ในช่วงเวลาเดียวกัน คู่แข่งอย่าง ANA Holdings ก็รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่มีกำไรสุทธิลดลง 15.4% เหลือ 1.94 หมื่นล้านเยน สวนทางกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น 22.6% สู่ 6.72 แสนล้านเยน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาพรวมอุตสาหกรรมการบินญี่ปุ่นกำลังเติบโตด้านรายได้ แต่ถูกบีบจากต้นทุน

เพื่อรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้น ทั้งสายการบิน JAL และ ANA จึงปรับขึ้นค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมัน (fuel surcharge) สำหรับตั๋วระหว่างประเทศเป็นประมาณ 2 เท่าตัว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม และต่อมาสำหรับตั๋วที่ซื้อในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ได้ปรับขึ้นอีกครั้ง โดยค่าชดเชยสูงสุดในเส้นทางไปอเมริกาเหนือและยุโรปอยู่ที่ 6.5 หมื่นเยน เพิ่มขึ้น 9,000 เยนจากช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน

แม้จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศของ JAL ในไตรมาสนี้จะลดลงเล็กน้อย 0.4% แต่รายได้จากการให้บริการผู้โดยสารระหว่างประเทศกลับเพิ่มขึ้น 14.4% เป็น 1.84 แสนล้านเยน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทได้เน้นเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้โดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

ขณะที่ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น การเดินทางเพื่อธุรกิจจากญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง สวนทางกับการเดินทางเพื่อพักผ่อนเริ่มอ่อนแอลงซึ่งทำการท่องเที่ยวขาออกอยู่ในสถานะที่แย่กว่าปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้เข้าดูแลค่าเงินเยนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เยนแข็งค่าขึ้นมาประมาณ 155 เยนต่อดอลลาร์ในเช้าวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุดตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม

ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ JAL ย้ำว่า เงินเยนที่แข็งค่าจะช่วยบรรเทาต้นทุนอุปกรณ์และเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการในไตรมาสถัดไปมีแนวโน้มปรับดีขึ้น

สุดท้าย JAL ยังคงยืนยันประมาณการงบการเงินประจำปีตามที่ประกาศในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยคาดว่ากำไรสุทธิทั้งปีที่จะอยู่ที่ 1.1 แสนล้านเยน ลดลง 20.1% จากปีก่อน ขณะที่คาดรายได้สุทธิทั้งปีที่ 2 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 4.1% ซึ่งนับเป็นกรอบคาดการณ์ที่สะท้อนทั้งโอกาสจากรายได้ที่ฟื้นตัวและการรับมือจากความเสี่ยงของต้นทุนที่ผันผวนจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้

ภาพ: sorao.211/shutterstock

อ้างอิง:

Back To Top