Cover Image

Jack Clark แห่ง Anthropic บอกเวที IMF-World Bank ว่าเรามีเวลาเตรียมตัวรับความก้าวหน้าของ AI ไม่ถึงหนึ่งทศวรรษ

ตลอดกว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา เวที Per Jacobsson Foundation Lecture เป็นพื้นที่ของผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่ผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีคลัง ไปจนถึงนักเศรษฐศาสตร์ระดับแนวหน้า แต่ปีนี้กลับมีผู้บรรยายที่แตกต่างออกไป เพราะคนที่ขึ้นเวทีไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์หรือผู้กำหนดนโยบายการเงิน แต่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการสร้างเทคโนโลยีซึ่งอาจเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกไปอย่างสิ้นเชิง

Nigel Clarke รองกรรมการผู้จัดการ IMF และประธาน Per Jacobsson Foundation เล่าว่า ตลอดประวัติศาสตร์ 62 ปีของเวทีนี้ ไม่เคยมีผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทที่มีอายุไม่ถึง 5 ปีขึ้นมาบรรยายมาก่อน เขายอมรับว่าการเลือกวิทยากรครั้งนี้อาจดูแปลกเมื่อมองย้อนกลับไป แต่ช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญอยู่ก็ไม่ใช่สถานการณ์ปกติเช่นกัน

สไลด์ชื่อหัวข้อปาฐกถาและ Jack Clark ที่โพเดียม ในเวที Per Jacobsson Foundation Lectureเพราะในวันที่ AI กำลังก้าวหน้าจนสร้างคำถามใหม่ให้เศรษฐกิจโลก ผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถหาคำตอบได้เพียงลำพัง เช่นเดียวกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่อาจตอบทุกคำถามได้ด้วยตัวเอง ทั้งสองฝ่ายจึงจำเป็นต้องเข้ามาพูดคุยกัน

นั่นคือเหตุผลที่เวที Per Jacobsson Foundation Lecture ในการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ เลือกเชิญ Jack Clark ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic มาบรรยายในหัวข้อ Inside the Event Horizon: Why Everyone Should Take AI Progress Seriously หรือเหตุใดทุกคนจึงควรให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับความก้าวหน้าของ AI

สิ่งที่ Clark นำมาเล่าคือภาพอนาคตที่ AI อาจไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยมนุษย์ทำงานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นผู้ค้นพบองค์ความรู้ใหม่ เร่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และอาจมีส่วนพัฒนา AI รุ่นถัดไปด้วยตัวเอง

เขาเชื่อว่าโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่มนุษย์คุ้นเคย และเรามีเวลาเตรียมตัวไม่ถึงหนึ่งทศวรรษ

จากนักข่าวสู่ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic

Singularity อาจไม่ได้เป็นเรื่องของอนาคตอีกต่อไป

สไลด์นิยามของ Singularity ในปาฐกถา

AI อาจเปลี่ยนอัตราความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

กราฟปริมาณโค้ดต่อคนในแต่ละไตรมาสที่แสดงบนสไลด์

AI เริ่มทำงานวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้าได้แล้ว

คะแนนสอบ AI พุ่งจากหลักหน่วยสู่ระดับเกือบเต็ม

สไลด์คะแนน Humanity Last Exam ที่เพิ่มจาก 8% เป็น 67.7%

เมื่อ AI พบว่าคำตอบของนักวิทยาศาสตร์ผิด

สไลด์งานวิจัย TheoPhysEval เรื่องการแก้โจทย์ฟิสิกส์ทฤษฎี

โลกที่นักวิทยาศาสตร์หนึ่งคนมี AI ช่วยทำวิจัยนับพันตัว

จากดาต้าเซ็นเตอร์สู่ห้องทดลอง โลกต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่

ประเทศกำลังพัฒนามีโอกาสก้าวกระโดด แต่ต้องเตรียมตัว

AI ยิ่งเก่ง โลกยิ่งต้องตัดสินใจว่าจะให้มันทำอะไร

1. เราจะให้ AI ทำอะไรได้บ้าง

2. มนุษย์จำเป็นต้องเข้าใจทุกสิ่งที่ AI ทำหรือไม่

3. เรากล้าจินตนาการถึงโลกที่แตกต่างจากปัจจุบันมากพอหรือยัง

เทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติ แต่ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจ

ผู้บรรยายที่โพเดียมข้างสไลด์คำพูดของ Carl Sagan จาก Pale Blue Dotท้ายที่สุด สิ่งที่น่าสนใจจากปาฐกถาครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงคำทำนายว่า AI จะเก่งขึ้นได้อีกแค่ไหน แต่เป็นคำถามที่ Jack Clark ฝากไว้กับผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจโลกว่า เราจะเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วได้อย่างไร ขณะเดียวกันจะสร้างกฎเกณฑ์และความสามารถในการยับยั้งชั่งใจให้ทันความก้าวหน้านั้นได้หรือไม่

Back To Top