Cover Image

"เอกนิติ" พร้อมนำไทยเปิดฉาก IMF-World Bank 2026 ถกคีย์แมนการเงินโลก 4 เวทีใหญ่ 30 ทวิภาคี : อินโฟเควสท์

ไทยพร้อมเปิดฉาก IMF-World Bank 2026 “เอกนิติ” นำทีมขึ้น 4 เวทีใหญ่ระดับโลก นำประเทศไทยถก 30 ทวิภาคี กับคีย์แมนการเงิน-การคลังระดับโลก เปลี่ยนเวทีการเงินโลกเป็นโอกาสเศรษฐกิจไทย

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เตรียมแสดงบทบาทนำของประเทศไทยบนเวทีการเงินระดับสากล ผ่านการเข้าร่วมเสวนาบนเวทีสำคัญใน 4 เวที ร่วมกับผู้นำองค์กรการเงินระดับโลก รัฐมนตรีคลัง และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเจรจาทวิภาคีถึง 30 นัดหมาย กับผู้นำเศรษฐกิจ และผู้แทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทาง เศรษฐกิจและตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะตัว Trusted Connector ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาคมโลก

สำหรับการขึ้นเวทีเสวนาในวันแรกของการประชุม วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30–14.30 น. นายเอกนิติ จะเข้าร่วมเวที “Thai MOF Flagship Event: Building Resilience in a Fragmented World” ซึ่งเป็นเวทีหลักของกระทรวงการคลังไทย โดยมีผู้ร่วมเสวนาระดับบิ๊กเนมของโลก ได้แก่ คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), อาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก (World Bank Group) และรีคกา ปูร์รา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ประเทศฟินแลนด์

โดยเวทีนี้ มีความสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทาง และแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ท่ามกลางความขัดแย้ง ความไม่แน่นอน และความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน

ในวันเดียวกัน เวลา 15.00–16.00 น. นายเอกนิติ ยังเตรียมขึ้นเสวนาต่อในเวที “IMF APD: Thailand Special Seminar Bangkok 1991–2026” ร่วมกับ นายเคนจิ โอกามูระ รองกรรมการผู้จัดการ IMF, นายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก IMF, นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานมูลนิธิสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ และนายสุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยเวทีนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการย้อนมองเส้นทางเศรษฐกิจไทยนับตั้งแต่ที่เคยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ครั้งแรกเมื่อปี 2534 จนถึงปี 2569 พร้อมทั้งระดมความคิดเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์ เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้พุ่งทะยาน และพร้อมรับมือกับอุตสาหกรรมยุคใหม่

จากนั้น ในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 15.30–16.30 น. นายเอกนิติ จะเข้าร่วมเสวนาบนเวทีดีเบตระดับโลก “IMF Flagship Global Debate: เปิดวงถกโจทย์ใหญ่ อนาคตเศรษฐกิจโลก” ร่วมกับ นางคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้จัดการ IMF, นายคีเรียคอส ปิแอร์ราคคิส รมว.เศรษฐกิจและการคลังแห่งกรีซ และประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป, นายอาลิโก ดันโกเต ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Dangote Group และ นายแดนนี่ กวา ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จาก Lee Kuan Yew School of Public Policy

ซึ่งถือเป็นเวทีระดับ Flagship ในการเปิดวงถกประเด็นท้าทายสำคัญระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สาธารณะ ความผันผวนด้านพลังงาน รวมถึงการดิสรัปชันทางเทคโนโลยีจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ขณะที่ในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 14.30–15.30 น. นายเอกนิติ จะขึ้นเวทีสรุป “Bangkok Dialogue Notes: ประชุมจบ แต่แนวคิดต้องไปต่อ” โดยเวทีนี้ มีความสำคัญในการนำเสนอบทสรุปสาระสำคัญที่ประเทศไทยได้สื่อสารต่อประชาคมโลกตลอดการประชุม พร้อมทั้งผลักดันประเด็นเชิงนโยบาย เพื่อชวนนานาประเทศสานต่อ ในฐานะที่ไทยทำหน้าที่เป็น “trusted connector” หรือตัวเชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจจากนานาชาติต่อไปในอนาคต

นอกเหนือจากเวทีเสวนาหลักแล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังของไทย คือ การเข้าร่วมประชุมทวิภาคี (Bilateral Meetings) รวม 30 นัดหมาย ร่วมกับผู้นำทางเศรษฐกิจ และตัวแทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อกระชับความร่วมมือ เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ แลกเปลี่ยนนโยบายรับมือวิกฤต ตลอดจนเปิดช่องทางต่อยอดโอกาสด้านการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจ อันจะเป็นการใช้โอกาสจากเวทีระดับนานาชาติต่าง ๆ ในการสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์

Back To Top