Cover Image

ICRC ยืนยันพบ ‘อองซานซูจี’ กัณวีร์ชี้ ยังไม่ใช่สัญญาณวิกฤตคลี่คลาย ขอจับตาดู มิน อ่อง หล่าย เยือนไทย

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ยืนยันว่า ผู้แทนขององค์กรเข้าเยี่ยม อองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมาในวันนี้ (3 สิงหาคม) โดยย้ำว่า การเยี่ยมเป็นไปตามมาตรฐาน และได้มีการพูดคุยกับอดีตผู้นำเป็นการส่วนตัว

ขณะที่ กัณวีร์ สืบแสง อดีตหัวหน้าพรรคพลวัต แสดงความคิดเห็นว่า ไม่ควรตีความการเข้าถึงของ ICRC เกินกว่าข้อเท็จจริง เพราะการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า วิกฤตการเมืองเมียนมากำลังคลี่คลาย พร้อมจับตาการเยือนของ มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาในวันที่ 6-7 สิงหาคมนี้

ICRC ระบุอย่างไรบ้าง

ICRC ออกแถลงการณ์ว่า ผู้แทนขององค์กรได้เข้าพบกับอองซานซูจีจริง โดยการเยี่ยมเป็นไปตามมาตรฐาน และได้รับโอกาสให้พูดคุยกับอดีตผู้นำเมียนมา พร้อมย้ำว่า เธอสามารถแลกเปลี่ยนข่าวสารกับครอบครัวได้

ขณะที่ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากการเยี่ยม จะถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่ควบคุมตัวโดยตรง และเป็นความลับตามแนวทางการทำงานขององค์กร

พร้อมกันนี้ ICRC ยืนยันว่า จะเดินหน้าประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาและขยายการเข้าถึงสถานที่ควบคุมตัวในเมียนมา

สำหรับรายละเอียดที่มีการเผยแพร่ สำนักประธานาธิบดีเมียนมาระบุว่า ICRC เข้าพบอองซานซูจีในเช้าวันนี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยสถานที่หรือรายละเอียดของการหารือ ขณะที่ยังมีการเผยแพร่ภาพซูจีกำลังตัดเค้กสีชมพู ซึ่งเขียนข้อความว่า ‘สุขสันต์วันเกิด ป้าซู 19.6.2026’ ทำให้มีการคาดเดาว่า ภาพดังกล่าวอาจถ่ายขึ้นระหว่างการฉลองวันเกิดครบรอบ 81 ปีของเธอ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

กัณวีร์ชี้ ภาพพบอองซานซูจียังไม่ใช่สัญญาณว่าวิกฤตคลี่คลาย

กัณวีร์แสดงความเห็นบน Facebook ส่วนตัวว่า หากการเข้าเยี่ยมดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ถือเป็นพัฒนาการที่ควรได้รับการต้อนรับในมิติด้านมนุษยธรรม เพราะอย่างน้อยสะท้อนว่า ผู้ถูกควบคุมตัวยังสามารถได้รับการเข้าถึงจากองค์กรที่ยึดหลักความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรม และความเป็นอิสระ

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า ไม่ควรตีความการเข้าถึงของ ICRC เกินกว่าข้อเท็จจริง เพราะการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ไม่ใช่การรับรองความชอบธรรมของรัฐบาลทหาร และไม่ได้หมายความว่า วิกฤตการเมืองเมียนมากำลังคลี่คลาย แต่เป็นการเปิด ‘พื้นที่ทางมนุษยธรรม’ ที่ทุกฝ่ายควรรักษาไว้ เพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีและความปลอดภัยของผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง

กัณวีร์ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เหตุใด ICRC จึงสามารถเข้าพบอองซานซูจีได้ ขณะที่ผู้แทนพิเศษอาเซียนและอีกหลายฝ่ายยังไม่สามารถเข้าถึงเธอ โดยมองว่า ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่หลักการทำงานของ ICRC ซึ่งไม่ได้เข้าไปเพื่อเจรจาทางการเมืองหรือกดดันรัฐบาล แต่ดำเนินงานภายใต้หลักมนุษยธรรม ความเป็นกลาง และการรักษาความลับ จึงได้รับความไว้วางใจให้เข้าถึงผู้ถูกควบคุมตัวในหลายประเทศ

ส่วนการแก้ไขวิกฤตเมียนมาในภาพรวมยังต้องอาศัยกระบวนการทางการเมือง การเจรจาที่ครอบคลุมทุกฝ่าย และการปฏิบัติตามฉันทมติ 5 ข้อของอาเซียน ซึ่งยังห่างไกลจากความเป็นจริง

กัณวีร์สรุปว่า ข่าวดังกล่าวอาจสร้างความหวังในด้านมนุษยธรรม แต่ไม่ควรถูกตีความว่า วิกฤตเมียนมาใกล้สิ้นสุด พร้อมย้ำว่า พื้นที่ทางมนุษยธรรมต้องได้รับการคุ้มครอง ขณะที่หลักการทางการเมืองต้องไม่ถูกลดทอน โดยการเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบต้องไม่แลกกับหลักการ และหลักการก็ไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคต่อการช่วยชีวิตผู้คน

เขายังทิ้งท้ายว่า ต้องจับตาดูการเยือนประเทศไทยของ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมาระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคมต่อว่า จะมีการเปิดพื้นที่ทางการเมืองสู่สันติภาพได้หรือไม่

อ้างอิง:

ภาพ: Text สั้น

ABOUT THE AUTHOR

อัยย์ลดา แซ่โค้ว

Content Creator กองบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ THE STANDARD

Back To Top