รู้จัก Ibanez ของ "น้องเนเน่" กีตาร์ในตำนาน ใช้ขึ้นประกวด America's Got Talent กีตาร์วินเทจที่นักสะสมตามหา - ข่าวสด
รู้จัก Ibanez ของ “น้องเนเน่” กีตาร์ในตำนาน ใช้ขึ้นประกวด America’s Got Talent กีตาร์วินเทจที่นักสะสมตามหา มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้ เพราะมันไม่ใช่แค่เครื่องดนตรี แต่มันคือของขวัญจากมิตรภาพ
วันที่ 14 ก.ค.69 หลังจากไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย บนเวที America’s Got Talent ชื่อของน้องเนเน่ หรือ เนเน่ รอยัล สาวน้อยวัย 16 ปี จากภูเก็ตก็โด่งดังไปชั่วข้ามคืน
ล่าสุดมีชาวเน็ตพูดถึงกีตาร์ที่น้องเนเน่ใช้ขึ้นประกวด Ibanez Musician Series MC300 ซึ่งเป็นกีตาร์วินเทจที่หายากมากๆ ของบรรดานักสะสมที่หวังว่าจะได้กีตาร์ในตำนานตัวนี้มาครอบครอง มีเงินใช่ว่าจะซื้อได้

สาเหตุที่น้องเนเน่ ได้กีตาร์รุ่นในตำนานตัวนี้มาครอบครอง ไม่ใช่ด้วยเงิน แต่มาจากแฟนคลับชาวเดนมาร์ก “Strit Bram” เจ้าของกีตาร์วินเทจตัวนี้ Ibanez Musician Series ปี 1974 ที่มีอายุกว่า 50 ปี เป็นผู้มอบให้กับมือ ก่อนที่น้องเนเน่จะใช้กีตาร์ตัวนี้ขึ้นประกวดเวทีระดับโลก เพราะมันไม่ใช่แค่เครื่องดนตรีแต่มันคือของขวัญจากมิตรภาพ

สำหรับ “Ibanez Musician Series MC300” คือหนึ่งในกีตาร์ไฟฟ้า Solid Body ระดับตำนานที่เปิดตัวในปี 1978 และผลิตขึ้นในประเทศญี่ปุ่นโดยโรงงาน FujiGen กีตาร์รุ่นนี้เป็นหนึ่งในโมเดลยุค “Golden Era” ของ Ibanez ที่สร้างชื่อเสียงเรื่องความประณีตในการผลิตและระบบวงจรไฟฟ้าที่หลากหลาย จนกลายเป็นหนึ่งในโมเดลวินเทจที่นักสะสมทั่วโลกต่างตามหา การต่อคอเป็นโครงสร้างแบบ Neck-thru (คอทะลุตัวกล่องเสียง) ช่วยเพิ่มหางเสียง (Sustain) ที่ยาวและนิ่งเป็นพิเศษ คอทำจากไม้เมเปิล 3 ชิ้น ส่วนปีกของบอดี้ทำจากไม้ Ash ประกบไม้ Walnut (Ash/Walnut wings) ให้ลายไม้ที่สวยงามและเสียงที่มีมิติ

กีตาร์รุ่นนี้ หนักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.2 ถึง 4.4 กิโลกรัม ใต้สะพานสายมีบล็อกทองเหลืองฝังอยู่ในเนื้อไม้ รวมถึงนัทและอะไหล่โลหะอื่นๆ ที่ค่อนข้างหนา เพื่อเน้นความยาวของหางเสียง

ฟิงเกอร์บอร์ด : ไม้โรสวูดเคลือบแข็งสีเข้ม พร้อมอินเลย์จุดมุก African Abalone มีจำนวน 24 เฟรต ความยาวสเกล 24.75 นิ้ว นัททำจากทองเหลือง สะพานสายแบบ Gibraltar bridge ยึดแน่นกับบล็อกเหล็กด้านใน และลูกบิด Velve-Tune II

AMERICA’S GOT TALENT — “Auditions” Episode 2105 — Pictured: Nene Royal — (Photo by: Chris Haston/NBC)
จุดที่ทำให้ MC300 โดดเด่นคือระบบปรับโทนเสียงที่ยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกีตาร์ตัวเดียวที่เล่นได้ครอบคลุมทุกแนวเพลง
ปิ๊กอัพ : ฮัมบัคเกอร์ Ibanez Super 88 จำนวน 2 ตัว มีสวิตช์มินิท็อกเกิล 2 ตัว แยกคุมปิ๊กอัพแต่ละตัวอิสระ สามารถเลือกสลับโหมดได้ 3 แบบ ทั้ง Humbucking, Single-coil และ Parallel ส่วนปลุ่ม Volume 2 ปุ่ม และ Tone 2 ปุ่ม เพื่อแยกคุมปิ๊กอัพตัวหน้าและตัวหลังได้อย่างอิสระ
มูลค่าในตลาดปัจจุบันและการสะสม ในปัจจุบัน Ibanez MC300 ปี 1978-1980 สภาพเดิมๆ ถือเป็นของสะสมที่มีราคาสูง ราคาซื้อขายมือสอง อ้างอิงตามฐานข้อมูลราคากลางจากแพลตฟอร์มดนตรีระดับโลกอย่าง Reverb ราคาในปัจจุบันจะแกว่งตัวอยู่ที่ประมาณ $890 ถึง $1,800+ USD (หรือประมาณ 25,000 – 60,000+ บาท) ขึ้นอยู่กับสภาพความสมบูรณ์ของไม้ ระบบไฟฟ้า และกล่องเคสแท้ดั้งเดิม
ขอบคุณ : เจาะเวลาหาอดีต