วช. ลงพื้นที่ส่งมอบนวัตกรรม “Hydro Vision Plus/AI” ณ ต.นางแล จ.เชียงราย ยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมชุมชน
<ol>
วช. ลงพื้นที่ส่งมอบนวัตกรรม “Hydro Vision Plus/AI” ณ ต.นางแล จ.เชียงราย ยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมชุมชน
เผยแพร่: 2 ส.ค. 2569 11:26 ปรับปรุง: 2 ส.ค. 2569 11:26 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
วช. ลงพื้นที่ส่งมอบนวัตกรรม “Hydro Vision Plus/AI” ณ ต.นางแล จ.เชียงราย ยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมชุมชน เสริมศักยภาพการเตือนภัยน้ำด้วยวิจัยและนวัตกรรม
วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ คณารีย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายสุชาติ สมประสงค์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนางแล ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการใช้นวัตกรรม “เครื่องเตือนภัยรู้ทันน้ำท่วม-น้ำแล้งติดตั้งภายในชุมชน (Hydro Vision Plus/AI)” พร้อมส่งมอบนวัตกรรม ให้แก่เทศบาลตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเสริมศักยภาพการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำในระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและการลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ การสนับสนุนระบบ Hydro Vision Plus/AI ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมร่วมกับภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำ วางแผนรับมือ และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาพื้นที่ต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ คณารีย์ กล่าวว่า Hydro Vision Plus/AI เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ โดยสามารถตรวจวัดระดับน้ำและปริมาณฝน ส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ พร้อมแสดงผลผ่านเว็บไซต์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ อีกทั้งประมวลผลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเชื่อมต่อกล้อง CCTV เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์สถานการณ์ รวมถึงแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ประมาณ 3–5 ชั่วโมง ช่วยให้หน่วยงานและประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
นายสุชาติ สมประสงค์ กล่าวว่า ตำบลนางแลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง โดยการได้รับการสนับสนุนนวัตกรรม Hydro Vision Plus/AI จาก วช. และคณะนักวิจัยในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ทำให้เทศบาลตำบลนางแลสามารถเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำ เพื่อนำไปใช้ประกอบการวางแผน แจ้งเตือนประชาชน และบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เทศบาลตำบลนางแลพร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการใช้นวัตกรรมดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้มแข็งและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติด้านน้ำอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันนวัตกรรมดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญของจังหวัดเชียงราย จำนวน 3 สาย ได้แก่ สายโป่งพระบาท–แม่น้ำกก สายแม่ข้าวต้ม–นางแล–ร่องห้า และสายน้ำกก ครอบคลุมพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลนางแล เทศบาลตำบลบ้านดู่ เทศบาลตำบลท่าสุด องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง และองค์การบริหารส่วนตำบลป่าสัก รวมจุดติดตั้ง 13 จุด ครอบคลุมประชาชนกว่า 2,000 ครัวเรือน โดยมีเครือข่ายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและนวัตกรชุมชนร่วมดูแลและบริหารจัดการระบบอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ วช. ในการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้ด้วยตนเอง พร้อมยกระดับการป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างยั่งยืน