Cover Image

“หายนะทางมรดกวัฒนธรรม” สังเวยเสรีภาพ “Hotel de Ville” สมบัติของชาติฝรั่งเศส โดนผู้ประท้วงเผาทำลาย

  1. หน้าหลัก 
  2. ท่องเที่ยว 
  3. วาไรตี้ท่องเที่ยว 

“หายนะทางมรดกวัฒนธรรม” สังเวยเสรีภาพ “Hotel de Ville” สมบัติของชาติฝรั่งเศส โดนผู้ประท้วงเผาทำลาย

เผยแพร่: 18 ต.ค. 2569 15:59   ปรับปรุง: 18 ต.ค. 2569 15:59   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เหตุการณ์ประท้วงในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ “Hotel de Ville” อาคารเทศบาลในเมืองลีมอฌ (Limoges) ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์อายุกว่าร้อยปี สร้างไว้ตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เสียหายอย่างหนักจากเพลิงไหม้โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้บุกเข้าไปทำลาย ซึ่งทางการเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “หายนะทางมรดกวัฒนธรรม”

Photo: ARRY/TRIPELON/Gamma-Rapho via Getty Images
ออแตลเดอวีล (Hôtel de Ville) (ออกเสียงในภาษาฝรั่งเศส) ซึ่งแปลว่า ศาลาว่าการเมือง ตั้งอยู่กลางเมือง ลีมอฌ (Limoges) แคว้น Nouvelle-Aquitaine ทางตอนกลางของฝรั่งเศส เป็นอาคารประวัติศาสตร์สำคัญที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19

สำหรับประวัติของอาคารนี้ หลังจาก อาลแฟรด ฟูร์นีเยร์ (Alfred Fournier) ชาวเมืองคนหนึ่งเสียชีวิตและยกทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่เมืองในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1875 สภาเมืองจึงตัดสินใจรื้อถอนศาลาว่าการเมืองหลังเก่าเพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นในพื้นที่เดิม

การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1879 ตามการออกแบบของ ชาร์ล-อาลแฟรด เลอแกลร์ก (Charles-Alfred Leclerc) ในสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอ-เรอเนซองส์ และแบบหลุยส์ที่ 13 แล้วเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ.1883 (143 ปีที่แล้ว) ซึ่งตรงกับวันชาติฝรั่งเศส ถือเป็นสัญลักษณ์ของสาธารณรัฐในท้องถิ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน (monument historique) โดยรัฐบาลฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1975

Photo: ARRY/TRIPELON/Gamma-Rapho via Getty Images
ความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบในอาคารหลังนี้ เต็มไปด้วยความหลากหลายและทรงคุณค่า อาคารออกแบบให้หน้าบ้านสมมาตรกัน แบ่งเป็น 11 ช่วงเสา หันหน้าไปทางลาน Léon Betoulle โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ออแตลเดอวีล ในกรุงปารีส ส่วนกลางอาคารขนาด 5 ช่วงเสา ประกอบด้วยซุ้มโค้งสูงสำหรับรถม้าที่ชั้นล่าง และประตูกระจกทรงสูงพร้อมระเบียงที่ชั้นหนึ่ง ส่วนระดับหลังคามีกำแพงเตี้ย (parapet) ตกแต่งด้วยแผ่นเหรียญประดับ (medallions) 4 แผ่น และมีหอนาฬิกาตรงกลางพร้อมหอระฆังฉลุลายสูง 43 เมตร (141 ฟุต) ส่วนปลายทั้งสองข้างขนาดข้างละ 3 ช่วงเสา ตกแต่งด้วยกระจกสไตล์เดียวกันและครอบด้วยหลังคามองซาร์ด (mansard roofs) แยกต่างหาก

เหรียญประดับบนกำแพงเตี้ยสร้างสรรค์โดย จันโดเมนีโก ฟัคกีนา (Giandomenico Facchina) เป็นรูปภาพของจิตรกร เลโอนาร์ ลีมอแซง (Léonard Limosin), อดีตอัครมหาเสนาบดี อ็องรี ฟร็องซัว ดาแฌโซ (Henri François d'Aguesseau), รัฐบุรุษ ปิแอร์ วิกตูร์เนียง แวร์โญ (Pierre Victurnien Vergniaud) และผู้นำทางทหาร ฌ็อง-บาติสต์ ฌูร์ด็อง (Jean-Baptiste Jourdan)

Photo: Andia/Universal Images Group via Getty Images
หน้าบันโค้งสองฝั่งของหอนาฬิกาประดิษฐานรูปปั้นผลงานแกะสลักของ โตนี โนแอล (Tony Noël) ซึ่งเป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมเครื่องทองและงานลงยา (enameling) ต่อมาในปี ค.ศ.1893 ได้มีการติดตั้งน้ำพุหินที่ออกแบบและแกะสลักโดย ชาร์ล เฌอนุยส์ (Charles Genuys) ไว้บริเวณด้านหน้าศาลาว่าการเมือง

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1940 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง “เลโอง เบอตูล” (Léon Betoulle) นายกเทศมนตรี ได้ต้อนรับ "อูแบร์ ปิแอร์โล” (Hubert Pierlot) นายกรัฐมนตรีเบลเยียม และสมาชิกคนอื่นๆ ของรัฐบาลพลัดถิ่นเบลเยียม ณ ศาลาว่าการเมืองแห่งนี้

Photo: MELAINE PAYZAL / AFP
อย่างไรก็ตาม คุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งหมด ก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา เมื่อเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงมีกลุ่มคนบางส่วนได้บุกเข้าไปในอาคาร ทุบกระจก และจุดไฟเผา เกิดไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว หลังคาพังทลายลงมาทับชั้นล่าง หอระฆังถล่ม และด้านหน้าอาคารเสียหายหนัก


ผู้ว่าราชการจังหวัด Haute-Vienne และนายกเทศมนตรี ประเมินว่าอาคารเสียหายอย่างหนักมาก โดยเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “หายนะทางมรดกวัฒนธรรม”

Photo: PASCAL LACHENAUD / AFP

Back To Top