Honda NSX กลับมาอีกครั้งกับ JAS Tensei V6 414 แรงม้า ผลิต 35 คัน

Honda NSX กลับมาอีกครั้งในรูปแบบ JAS Tensei by Pininfarina รถสปอร์ตที่นำตำนานซูเปอร์คาร์ญี่ปุ่นยุค 1990 มาตีความใหม่ ผสานงานออกแบบจากสำนักดีไซน์อิตาลีเข้ากับเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.4 ลิตร กำลังสูงสุด 414 แรงม้า พร้อมตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์และไฟหน้า Pop-up อันเป็นเอกลักษณ์ โดย JAS จะผลิตเพียง 35 คันทั่วโลก ราคาเริ่มต้น 770,000 ปอนด์ ไม่รวมรถต้นแบบและภาษีมูลค่าเพิ่ม

Honda NSX รุ่นแรกเป็นหนึ่งในรถสปอร์ตที่ได้รับการยอมรับอย่างมาก ด้วยการผสมผสานสมรรถนะ การออกแบบ และความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีอิทธิพลต่อวงการซูเปอร์คาร์ โดยมี Ayrton Senna นักแข่งรถ Formula 1 ระดับตำนาน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนารถรุ่นนี้
อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ รถต้นแบบ Honda HP-X ซึ่งเป็นต้นแบบสำคัญก่อนพัฒนาเป็น NSX รุ่นแรกนั้น ได้รับการออกแบบโดย Pininfarina สำนักออกแบบรถยนต์ชื่อดังจากประเทศอิตาลี

การเปิดตัว JAS Tensei by Pininfarina จึงเปรียบเสมือนการกลับมาบรรจบกันอีกครั้งของสองชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของ NSX โดย JAS Motorsport บริษัทที่มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับ Honda ได้ร่วมมือกับ Pininfarina นำรถสปอร์ตระดับตำนานกลับมาตีความใหม่ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์สำคัญของรถรุ่นดั้งเดิมเอาไว้

เครื่องยนต์ V6 3.4 ลิตร ปรับปรุงใหม่ กำลังสูงสุด 414 แรงม้า

หัวใจสำคัญของ JAS Tensei ยังคงเป็นเครื่องยนต์ V6 แบบไม่มีระบบอัดอากาศ แต่ได้รับการปรับปรุงอย่างจริงจัง โดย JAS ได้ร่วมมือกับ JUDD Power ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเครื่องยนต์สมรรถนะสูง นำเครื่องยนต์ Honda V6 ขนาด 3.0 ลิตรดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอด

เครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้เพิ่มความจุเป็น 3.4 ลิตร พร้อมติดตั้งเพลาข้อเหวี่ยงเหล็กแบบช่วงชักสั้น ฝาสูบอะลูมิเนียมอัลลอยน้ำหนักเบา แคมชาฟต์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มสมรรถนะ และวาล์วไทเทเนียม

นอกจากนี้ ยังถอดระบบ VTEC ออก แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบวาล์วแบบกำหนดจังหวะคงที่สำหรับการแข่งขัน พร้อมติดตั้งลิ้นปีกผีเสื้อแยกแต่ละสูบ (Individual Throttle Bodies) เพื่อยกระดับการตอบสนองของเครื่องยนต์

แม้จะไม่มีระบบเทอร์โบชาร์จหรือซูเปอร์ชาร์จ แต่เครื่องยนต์ V6 รุ่นนี้สามารถทำรอบเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 8,500 รอบต่อนาที พร้อมติดตั้งท่อไอดีคาร์บอนไฟเบอร์และระบบไอเสีย Inconel ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ ชวนให้นึกถึงเสียงคำรามของเครื่องยนต์ Formula 1 ในยุค 1990

ระบบหล่อลื่นแบบ Dry Sump พร้อมปั๊มดูดน้ำมันกลับช่วยรองรับการใช้งานสมรรถนะสูง ขณะที่เครื่องยนต์ถูกติดตั้งให้ต่ำลงจากเดิม 45 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง

ผลลัพธ์คือกำลังสูงสุด 414 แรงม้า ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ Honda NSX รุ่นแรกที่มีกำลังประมาณ 250-290 แรงม้า ขึ้นอยู่กับรุ่นและตลาด

ปรับโครงสร้างและช่วงล่าง เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
เพื่อรองรับพละกำลังที่เพิ่มขึ้น JAS ได้ปรับปรุงโครงสร้างอะลูมิเนียมของ NSX โดยเสริมความแข็งแรงในจุดสำคัญ เช่น เสา A เสา B และอุโมงค์กลางตัวถัง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและรองรับการขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะสูง

ด้านช่วงล่างได้รับการปรับรูปแบบเรขาคณิตใหม่ พร้อมติดตั้งโช้คอัพ KW ที่สามารถปรับตั้งได้ 4 ทิศทาง ช่วยให้สามารถปรับการตอบสนองของช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่
ระบบเบรกเลือกใช้เบรกคาร์บอนเซรามิกจาก Brembo ทั้งสี่ล้อ เพื่อรองรับการลดความเร็วจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ขณะที่ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าได้รับการปรับจูนให้ถ่ายทอดความรู้สึกในการควบคุมที่เป็นธรรมชาติ คล้ายกับพวงมาลัยของรถสปอร์ตยุคดั้งเดิม
ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ ดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้า Pop-up ในตำนาน
ด้านการออกแบบเป็นผลงานของ Pininfarina โดยตัวถังภายนอกของ JAS Tensei ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรง ทำให้รถมีน้ำหนักแห้งอยู่ที่ประมาณ 1,250 กิโลกรัม
รูปลักษณ์โดยรวมยังคงได้รับแรงบันดาลใจจาก Honda NSX รุ่นแรก แต่มีการปรับสัดส่วนตัวรถให้กว้างและยาวขึ้น เส้นสายดูบึกบึนและดุดันกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็ยังรักษาเอกลักษณ์ของรถต้นฉบับเอาไว้
จุดเด่นที่แฟน NSX น่าจะชื่นชอบมากที่สุดคือไฟหน้าแบบ Pop-up ซึ่งกลับมาอีกครั้งในรถรุ่นนี้ โดยใช้ระบบเปิดไฟหน้าแบบเซอร์โวที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกระแทกและกลไกไทเทเนียม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงาน

ในส่วนของหลักอากาศพลศาสตร์ Pininfarina เลือกใช้แนวทางการจัดการกระแสลมผ่านบริเวณด้านหน้า ล้อ และช่องรับอากาศของเครื่องยนต์ แทนการพึ่งพาปีกขนาดใหญ่ที่ติดตั้งเพิ่มเติม โดยตัวรถมีสปอยเลอร์หลังแบบผสานเข้ากับตัวถัง รวมถึงไฟท้ายที่ออกแบบใหม่ให้มีมิติแบบสามมิติ
แนวทางนี้ช่วยให้ JAS Tensei ยังคงความสะอาดตาของเส้นสายตัวรถ พร้อมเพิ่มความโดดเด่นและความทันสมัยให้กับซูเปอร์คาร์ระดับตำนาน
ห้องโดยสารพรีเมียม ผสานกลิ่นอายรถสปอร์ตยุคใหม่
ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับปรุงให้มีความพรีเมียมมากขึ้น โดยยังคงบรรยากาศของรถสปอร์ตที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง

แผงแดชบอร์ดแบบชิ้นเดียวใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เสริมด้วยหนังและวัสดุ Alcantara สีดำในบริเวณต่าง ๆ ของห้องโดยสาร เบาะนั่งแบบชิ้นเดียวจาก Sabelt ใช้โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดน้ำหนัก ส่วนพวงมาลัยหุ้มด้วย Alcantara เพื่อเพิ่มสัมผัสในการจับขณะขับขี่

ด้านเทคโนโลยีมีการนำหน้าจอแบบ OLED มาใช้งาน เพื่อให้ห้องโดยสารมีความทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังคงรักษาบุคลิกของรถสปอร์ตที่ให้ความสำคัญกับการขับขี่เป็นหลัก

JAS Tensei ผลิตเพียง 35 คันทั่วโลก ราคาเริ่มต้น 770,000 ปอนด์
JAS Motorsport ยืนยันการผลิต JAS Tensei by Pininfarina ในจำนวนจำกัดเพียง 35 คันทั่วโลก ทำให้รถรุ่นนี้เป็นผลงานสำหรับนักสะสมและผู้ที่ต้องการครอบครองรถสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ราคาจำหน่ายเริ่มต้นอยู่ที่ 770,000 ปอนด์ โดยราคาดังกล่าวยังไม่รวมรถ Honda NSX รุ่นดั้งเดิมที่จะนำมาใช้เป็นรถพื้นฐานในการปรับปรุง และยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ชื่อ Tensei มีความหมายในภาษาญี่ปุ่นว่า “การกลับชาติมาเกิด” หรือ “การเกิดใหม่” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของโครงการที่นำ Honda NSX กลับมาสู่ยุคปัจจุบัน ผ่านการผสมผสานวิศวกรรมสมรรถนะสูงเข้ากับงานออกแบบจาก Pininfarina
JAS Tensei จึงไม่ใช่เพียงการนำ NSX รุ่นเก่ามาปรับโฉมเท่านั้น แต่เป็นการตีความรถสปอร์ตระดับตำนานขึ้นใหม่ โดยยังคงเครื่องยนต์ V6 แบบไม่มีระบบอัดอากาศ เกียร์ธรรมดา และไฟหน้า Pop-up ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ NSX แตกต่างจากซูเปอร์คาร์รุ่นอื่นในประวัติศาสตร์
แหล่งที่มา : topgear