Holy Trinity รวมตัว! Porsche 918, LaFerrari และ McLaren P1 เปิดประมูลพร้อมกัน

Porsche 918 Spyder, Ferrari LaFerrari และ McLaren P1 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Holy Trinity” กำลังจะถูกนำออกประมูลพร้อมกันในงาน Broad Arrow Auctions ที่ Zoute Concours โดยรถทั้งสามคันล้วนมาในเฉดสีเทา และมีราคาประเมินรวมกันสูงสุดแตะระดับ 8.5 ล้านปอนด์
สำหรับนักสะสมรถยนต์สมรรถนะสูง นี่ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยาก เพราะรถทั้งสามรุ่นถือเป็นหนึ่งในกลุ่มไฮเปอร์คาร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับยุคไฮบริดสมรรถนะสูง และครั้งนี้ผู้สนใจสามารถประมูล Porsche 918 Spyder, Ferrari LaFerrari และ McLaren P1 ได้ภายในงานเดียวกัน

ที่น่าสนใจคือรถทั้งสามคันถูกตกแต่งด้วยโทนสีเทา แต่แต่ละคันมีรายละเอียดและสเปกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
Porsche 918 Spyder สีเทาพิเศษ พร้อม Weissach Package
Porsche 918 Spyder ที่นำออกประมูลเป็นรถหมายเลข 142 จากจำนวนการผลิตทั้งหมด 918 คัน และมีจุดเด่นอยู่ที่ตัวถังสี Paint to Sample “Sport Classic Grey” ซึ่งเป็นสีที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกสำหรับ Porsche 911 Sport Classic ปี 2010
คันนี้จับคู่กับห้องโดยสารสี Espresso Leather to Sample หรือโทนสีน้ำตาล พร้อมติดตั้ง Weissach Package ซึ่งมีราคาสูงถึง 60,000 ยูโรในช่วงที่รถออกจากโรงงาน
แพ็กเกจดังกล่าวช่วยลดน้ำหนักของรถลงประมาณ 40 กิโลกรัม ด้วยการติดตั้งล้อแมกนีเซียม น็อตไทเทเนียม ระบบเบรกน้ำหนักเบา รวมถึงชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มเติม
แม้จะเป็นรถสะสม แต่ 918 Spyder คันนี้ไม่ได้ถูกเก็บไว้แบบไม่ใช้งาน เพราะนับตั้งแต่ส่งมอบในปี 2015 รถถูกใช้งานมาแล้วเกือบ 12,000 ไมล์ หรือประมาณ 19,000 กิโลเมตร
ราคาประเมินในการประมูลอยู่ที่ประมาณ 2.2–2.6 ล้านปอนด์
Ferrari LaFerrari สีเทา พร้อมแบตเตอรี่ไฮบริดใหม่
อีกหนึ่งสมาชิกของ Holy Trinity คือ Ferrari LaFerrari ปี 2015 ซึ่งถูกตกแต่งด้วยสี Grigio Ferro Metallizzato เป็นสีเทาเมทัลลิก พร้อมหลังคาสีดำ
รถคันนี้ผ่านการใช้งานมาประมาณ 8,100 ไมล์ หรือราว 13,000 กิโลเมตร โดยติดตั้งชุดตกแต่งภายนอกคาร์บอนไฟเบอร์จากโรงงาน รวมถึงล้อสีเทาด้านและคาลิเปอร์เบรกสีเงิน
นอกจากนี้ยังมีระบบ Nose Lift สำหรับยกส่วนหน้ารถ เพื่อช่วยให้สามารถผ่านทางลาดหรือพื้นผิวที่มีความสูงต่างระดับได้สะดวกขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ LaFerrari คันนี้เพิ่งได้รับการเปลี่ยน แบตเตอรี่แรงดันสูงของระบบไฮบริดใหม่ทั้งหมดภายใต้การรับประกัน หลังตรวจพบว่าเซลล์แบตเตอรี่หนึ่งเซลล์มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ
รายละเอียดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการครอบครองไฮเปอร์คาร์ไฮบริดระดับนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของมูลค่าการสะสม แต่ยังต้องคำนึงถึงระบบขับเคลื่อนและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาในระยะยาวด้วย
ราคาประเมินของ Ferrari LaFerrari อยู่ที่ประมาณ 3.4–4.3 ล้านปอนด์
McLaren P1 วิ่งเพียง 182 ไมล์ในรอบ 11 ปี
สมาชิกคันสุดท้ายคือ McLaren P1 ซึ่งมีประวัติการใช้งานแตกต่างจากอีกสองคันอย่างชัดเจน
P1 คันนี้ถูกใช้งานเพียง 182 ไมล์ หรือประมาณ 293 กิโลเมตรตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา และตามข้อมูลจากรายการประมูล รถไม่เคยถูกนำออกไปขับท่ามกลางสายฝน
แม้แต่สีตัวถัง MSO Storm Grey ก็ถูกดูแลอย่างเข้มงวด โดยระบุว่าไม่เคยถูกล้างด้วยน้ำ ขณะที่เจ้าของเดิมยังลงทุนเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งจาก McLaren Special Operations หรือ MSO เป็นมูลค่าประมาณ 50,000 ยูโร
ด้วยระยะทางสะสมที่ต่ำมาก ทำให้ McLaren P1 คันนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับรถสะสมสภาพพิเศษมากกว่ารถที่ถูกนำมาใช้งานจริง
ราคาประเมินอยู่ที่ประมาณ 1.2–1.6 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าราคาประเมินของ 918 Spyder และ LaFerrari อย่างเห็นได้ชัด

สำหรับผู้ที่ต้องการครอบครองทั้งสามคัน จำเป็นต้องเตรียมงบประมาณจำนวนมาก เพราะราคาประเมินเบื้องต้นของรถทั้งสามคันอยู่ที่
Porsche 918 Spyder: 2.2–2.6 ล้านปอนด์
Ferrari LaFerrari: 3.4–4.3 ล้านปอนด์
McLaren P1: 1.2–1.6 ล้านปอนด์
หากคิดจากกรอบราคาประเมินต่ำสุด ทั้งสามคันมีมูลค่ารวมประมาณ 6.8 ล้านปอนด์ ขณะที่หากได้ราคาสูงสุดตามประมาณการ มูลค่ารวมอาจสูงถึง 8.5 ล้านปอนด์
การนำ Porsche 918 Spyder, Ferrari LaFerrari และ McLaren P1 มาประมูลพร้อมกันจึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับนักสะสม เพราะทั้งสามรุ่นไม่ได้เป็นเพียงไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูง แต่ยังเป็นตัวแทนของช่วงเวลาสำคัญที่ Ferrari, McLaren และ Porsche ต่างนำเทคโนโลยีไฮบริดเข้ามาผสมผสานกับสมรรถนะระดับสูง
และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ทั้งสามคันมาในโทนสีเทาที่แตกต่างกัน พร้อมประวัติการครอบครองและการใช้งานที่ไม่เหมือนกันเลย
สำหรับนักสะสมที่มีงบประมาณเพียงพอ คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า คันไหนมีราคาแพงที่สุด แต่คือระหว่าง 918 Spyder, LaFerrari และ P1 รุ่นไหนจะเป็นคันที่อยากนำไปจอดไว้ในโรงรถมากที่สุด
แหล่งที่มา : topgear