HILITE: GUNKUL-SPCG-GULF วิ่งคึกคักรับอานิสงส์รัฐอุดหนุน 10,000 MW

เมื่อเวลา 11.23 น. ราคาหุ้น GUNKUL บวก 3.00% เพิ่มขึ้น 0.15 บาท มาที่ 5.15 บาท มูลค่าการซื้อขาย 368.99 ล้านบาท

SPCG บวก 1.83% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มาที่ 11.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 31.15 ล้านบาท

GULF บวก 0.41% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มาที่ 61.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 283.51 ล้านบาท

บล.กสิกรไทย ระบุว่า กระทรวงพลังงานเตรียมบรรจุโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน 10,000 MW ใน PDP ฉบับใหม่ กำหนดขนาดราว 5 kW ต่อครัวเรือน พร้อมเปิดให้ขายไฟส่วนเกินเพื่อนำไปหักค่าไฟ สนับสนุนเงินทุน และลดขั้นตอนอนุญาต โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดสู่เกือบ 50% ภายใน 10 ปี มองเป็นบวกต่อผู้จำหน่ายและติดตั้งระบบโซลาร์ เช่น GUNKUL, SPCG และ GULF แต่เพิ่มความเสี่ยงระยะยาวต่อโรงไฟฟ้าแบบเดิม จากความต้องการซื้อไฟผ่านระบบที่อาจลดลง ทั้งนี้ต้องรอรายละเอียดอัตรารับซื้อและรูปแบบเงินสนับสนุนก่อนประเมินผลต่อกำไรชัดเจน

เช่นเดียวกับ บล.กรุงศรี มองเป็น Sentiment บวกต่อ GUNKUL แม้ธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปจะยังมีสัดส่วนรายได้ไม่สูง (ราว 6-7% ของรายได้รวม) อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ ได้แก่ การขยายนโยบายรับซื้อไฟฟ้าคืนจากโซลาร์ภาคประชาชนเป็น 10,000 MW นโยบายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 แสนบาท/ครัวเรือน และเงินสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์ 3 หมื่นบาท/ครัวเรือน จาก พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกัน ธีมลงทุน Grid Investment ยังคงเป็นขาขึ้น เนื่องจากสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะ Solar Rooftop ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจะหนุนความจำเป็นในการลงทุนพัฒนาระบบ Grid ในระยะยาว เพื่อรองรับข้อจำกัดด้านเทคนิค อาทิ การจัดการกระแสไฟฟ้าแบบสองทิศทาง (ทั้งขายไฟและรับซื้อในเวลาเดียวกัน), ความผันผวนของกำลังผลิต, และรักษาเสถียรภาพของระบบ ภายใต้เม็ดเงินที่คาดสูงถึง 1.0 แสนล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า และระยะยาวในกรอบ 3.6-7.0 แสนล้านบาท ในช่วงปี 2572-2593F ตามแผน PDP2569F

อย่างไรก็ดี เรายังคงประมาณการและราคาเป้าหมายของ GUNKUL ที่ 5.4 บาท/หุ้น ภายใต้ Backlog ปัจจุบันที่ราว 4.5 พันล้านบาท โดยเชื่อว่าจะเริ่มเห็นการทยอยเปิด Bidding โครงการใหญ่ในปี 2570F เป็นต้นไป

โดย วรินทร ศิรินอก


Back To Top