GWM Motorsport พร้อมต่อยอดนำ "กระบะ-เอสยูวี" ลุยศึก AXCR 2027 - Autolifethailand.tv
บทสรุปความสำเร็จของ GWM (Thailand) ในการร่วมลงแข่งขันในรายการ Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) เป็นครั้งแรกของแบรนด์ ภายใต้ชื่อทีม GWM EK Group Racing Team โดยใช้ GWM TANK 300 DIESEL จำนวน 2 คัน เป็นรถแข่งในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งตลอดการแข่งขันทั้ง 6 ช่วง (SS) ระยะทางรวมกว่า 2,000 กิโลเมตร ถือเป็นบททดสอบในทุกด้านทั้ง รถแข่ง, ทีมแข่ง, นักแข่งและช่างเทคนิคโดยผลการแข่งขันในครั้งนี้
- GWM TANK 300 DIESEL หมายเลข 114 ขับโดย โอฬาร สรสิริรัตน์ พร้อมผู้นำทาง สมเกียรติ น้อยจาด คว้าอันดับ 12 Overall และอันดับ 4 ในรุ่น T2A-D
- GWM TANK 300 DIESEL หมายเลข 128 ขับโดย โทวัล ธรวรรณเสน พร้อมผู้นำทาง ชัพวิชญ์ จุลสันติรัตน์ จบการแข่งขันในอันดับ 15 Overall และอันดับ 6 ในรุ่น T2A-D
Autolifethailand ร่วมสัมภาษณ์ “เวย์น โจว” กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ถึงกลยุทธ์ด้าน มอเตอร์สปอร์ต (Motor Sport) ของแบรนด์ในประเทศไทย ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นในปีแรกนี้ถือว่าเกินความคาดหมายอย่างมาก จากแรกเริ่มที่ตัดสินใจลงแข่งตั้งเป้าหมายให้รถทั้ง 2 คนสามารถจบการแข่งขันได้ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งสุดท้ายผลการแข่งขันที่ออกมาในปีนี้ถือเป็นรางวัลอันน่าพึงพอใจสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ นักแข่ง และ ทีมแข่ง
สำหรับ กลยุทธ์ด้าน มอเตอร์ สปอร์ต ของแบรนด์ในประเทศไทยหลังจากนี้จะมุ่งสร้างความแข่งแกร่งในด้านการแข่งขันด้วยการเก็บข้อมูลในปี 2026 ไปพัฒนาต่อยอดและฝึกซ้อมต่อเนื่อง โดยจะมีการทำงานร่วมกับบริษัทแม่ประเทศจีนอย่างใกล้ชิด ในการขอรับการสนับสนุนด้านต่าง ๆ ในระดับโลกของทีม GWM Global ส่งทีมแข่งร่วมลงแข่งขันในรายการต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) ครอบคลุมทั้งยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ ครอบคลุมตั้งแต่ห้องปฏิบัติการทดสอบการชน อุโมงค์ลม ไปจนถึงสนามทดสอบที่จำลองสภาพพื้นผิวมากกว่า 100 รูปแบบ อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการทดสอบที่เข้มงวดกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมสภาพถนนและโซนจำลองทุกรูปแบบเท่าที่จะเป็นไปได้

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของ GWM ที่มีความหลากหลายด้านต่าง ๆ ทั้ง ด้านเครื่องยนต์, ด้านประเภทของตัวรถ และ ด้านเทคโนโลยี มีโอกาสทั้งสิ้นในการที่จะนำมาร่วมลงแข่งขันในรายการ AXCR 2027 ซึ่งยังคงมุ่งโฟกัสในการเข้าร่วมการแข่งขันรุ่น T2 Production ซึ่งมีพื้นฐานใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุด เพื่อเป็นบททดสอบสมรรถนะและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าผ่านการทดสอบผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำมาใช้แข่งขันด้วยเกินขีดจำกัดของการใช้งานจริง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่มีประสิทธิภาพและความทนทาน
“AXCR 2027 มีโอกาสความเป็นไปได้ที่จะนำ GWM POER ซึ่งเป็น รถกระบะ และ GWM TANK ในรุ่นอื่น ๆ ที่เป็น รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) มาร่วมลงแข่งอย่างเต็มรูปแบบ”
นอกจากนั้น บริษัทมีแผนที่จะสร้างประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบ ออฟโรด (Off-Road) ให้กับลูกค้าผู้ใช้งานด้วยการนำนักแข่งและทีมแข่งจัดกิจกรรมรวมกับลูกค้า TANKER Club และลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดในอนาคต

ด้าน “กิตติ์พิพัฒต์ สุนทรสัจบูลย์” ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ GWM Thailand กล่าวเสริมว่าบริษัทไม่ได้หยุดอยู่แค่การจำลองในห้องปฏิบัติการดังนั้นหนึ่งในบทเรียนสำคัญจากการแข่งขันครั้งนี้คือการเก็บข้อมูลการทำงานของรถภายใต้สภาวะขีดสุดอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ไม่สามารถจำลองได้อย่างสมบูรณ์แม้ในสนามทดสอบมาตรฐานหรือการใช้งานบนถนนทั่วไป
การแข่งขัน AXCR 2026 ไม่ได้เป็นเพียงบทพิสูจน์ความสำเร็จของ GWM TANK 300 DIESEL สามารถคว้าอันดับ 4 และ 6 ในรุ่น T2A-D มาครองได้เท่านั้น แต่ยังเป็น “ห้องปฏิบัติการวิจัยเคลื่อนที่” ที่ดุดันเพื่อทดสอบขีดจำกัดทางวิศวกรรมของตัวรถ โดยภายหลังจบการแข่งขัน ทีมวิศวกรได้ส่งตัวอย่างน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์จากรถแข่ง หมายเลข 114 ไปวิเคราะห์เชิงลึกที่ Focus Lab ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิเคราะห์น้ำมันหล่อลื่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO9001:2015 โดยผลทดสอบไม่พบความผิดปกติของการเจือปนธาตุ โลหะทั้ง 18 ชนิด (Fine Wear) และ 11 ชนิด (Coarse Wear) ในน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : AXCR 2026 คือทางลัดเพื่อพิสูจน์ความทนทานของ GWM TANK 300
สำหรับ ผลการวิเคราะห์จากห้องแล็บ พบว่าชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์ 2.4T และเกียร์ 9AT มีอัตราการสึกหรอที่ต่ำมาก แม้จะถูกเค้นสมรรถนะอย่างหนักหน่วงที่สุดก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลผลทดสอบยังระบุสถานะ “NORMAL” (ปกติ) ในทุกมิติ ทั้งชิ้นส่วนโลหะ คุณภาพน้ำมัน และสิ่งเจือปน ถือเป็นอีกหนึ่งผลการพิสูจน์ เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนของ GWM ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาวะสุดขั้วได้เป็นอย่างดี โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพ ความทนทาน และความมั่นใจในการใช้งานจริงของลูกค้า พร้อมต่อยอดสมรรถนะของขุมพลังดีเซล และเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะ ให้สามารถรับมือกับสภาพเส้นทางที่หลากหลายได้อย่างมั่นใจและควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น
“เราเชื่อมั่นว่าศักยภาพของตัวรถเราสามารถไปได้ไกลกว่านี้ถ้ามีระยะเวลาและประสบการณ์ โดยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของ GWM (Thailand) และมีเวลาเตรียมตัวในการทำรถเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น”
แม้การแข่งขัน AXCR 2026 จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่สำหรับ GWM คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้บทใหม่บนเส้นทางมอเตอร์สปอร์ต บริษัทยังคงศึกษาความเป็นไปได้และโอกาสใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และทิศทางของแบรนด์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต พร้อมตอกย้ำบทบาทของ GWM Motorsport ในฐานะแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระยะยาวที่เชื่อมต่อสนามแข่งขันเข้ากับการพัฒนารถยนต์สำหรับการใช้งานจริง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ในทุกการเดินทาง
