Cover Image

GULF ส่งมอบพลังงานแสงอาทิตย์ บ้านวุ้งกะสัง จ.กำแพงเพชร หนุนการศึกษา ยกระดับคุณภาพชีวิต - ข่าวสด

“บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” หรือ GULF” เดินหน้าสานต่อโครงการ Green Energy Green Network for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย” พื้นที่ที่ 2 ของปี 2569 ที่ “บ้านวุ้งกะสัง ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร” โดย GULF นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน มาช่วยให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงสาธารณูปโภคด้านพลังงานไฟฟ้า ด้วยการสนับสนุนและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ที่ “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโป่งน้ำร้อน – วุ้งกะสัง” เพื่อยกระดับสุขภาวะ ความปลอดภัย พร้อมสร้างโอกาสทางการศึกษา และพัฒนาศักยภาพของเด็กก่อนวัยเรียน ขณะเดียวกันไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดยังถูกเชื่อมต่อไปยังส่วนกลางของหมู่บ้าน ทั้งศาลาอเนกประสงค์ และลานกีฬา เพื่อให้คนชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน และนำไปสู่การต่อยอดพัฒนาอาชีพ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับชีวิตของผู้คนในพื้นที่ต่อไป

นางสาวดวงใจ จูมงคล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านวุ้งกะสัง .โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร กล่าวว่า “บ้านวุ้งกะสัง เป็นชุมชนชาวปกาเกอะญอที่เก่าแก่ ตั้งอยู่ในหุบเขาทางด้านทิศตะวันตกของเขตอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จ.กำแพงเพชร ปัจจุบันมีประชากรราว 357 คน 110 หลังคาเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการปศุสัตว์เป็นหลัก ในหมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ยามค่ำคืนต้องจุดเทียนหรือจุดขี้ไต้ หรือบางบ้านจะมีโซลาร์เซลล์เพื่อแสงสว่างเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์สื่อสารหรือเครื่องไม้เครื่องมือทางการเกษตรที่ต้องใช้ไฟฟ้า ชาวบ้านต้องเดินทางไปหมู่บ้านข้างเคียงระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร เพื่อชาร์จไฟฟ้า ซึ่งทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่าย และเสียเวลาในการทำมาหากิน ประกอบอาชีพ ขณะที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโป่งน้ำร้อน – วุ้งกะสัง ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนในหมู่บ้านก็ประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า เนื่องจากระบบโซลาร์เซลล์เดิมเสื่อมสภาพ ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก ๆ”

นางสาววรารัตน์ ปูตือ ครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโป่งน้ำร้อน – วุ้งกะสัง กล่าวเสริมว่า “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ดูแลเด็กนักเรียนอายุตั้งแต่ 2 – 5 ขวบ หรือเตรียมอนุบาลจนถึงอนุบาล 2 ปัจจุบันมีจำนวน 13 คน ซึ่งเด็กช่วงวัยนี้ต้องเร่งเสริมสร้างพัฒนา เสริมศักยภาพการเรียนรู้ แต่ด้วยภาวะขาดแคลนไฟฟ้า ไฟฟ้าที่มีไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ทำให้ครูไม่สามารถจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อที่มีความทันสมัยเหมือนกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่ภายนอกได้”

“ที่ผ่านมาครูมีความตั้งใจที่จะพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้ทันสมัยสอดคล้องกับโลกปัจจุบัน แต่ด้วยข้อจำกัดด้านไฟฟ้าทำให้ไม่สามารถใช้งานเครื่องพิมพ์เอกสาร หรือเปิดสื่อการสอนที่เป็นวิดีโอได้ จึงแก้ปัญหาด้วยสื่อทำมือ โดยพับกระดาษเป็นรูปต่าง ๆ และให้เด็กระบายสี ฉีกกระดาษ รวมถึงการนำขวดพลาสติกที่เหลือใช้มาทำเป็นสื่อการสอนเพื่อให้เด็กได้เล่น ได้ทดแทน เพราะการเรียนรู้ของเด็กรอไม่ได้ ขณะที่การดูแลสุขภาวะความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญ อย่างบางวันที่อากาศมืดครึ้ม ภายในห้องเรียนแสงสว่างไม่เพียงพอ ไฟเปิดได้แค่สลัว ๆ ครูต้องพานักเรียนออกมาจัดกิจกรรมภายนอกอาคาร เพื่อรักษาสุขภาพสายตาของเด็ก หรืออย่างฤดูฝนเราจะเก็บไฟไว้ใช้ตอนเด็ก ๆ นอนพักกลางวันเท่านั้น เพื่อเปิดพัดลมระบายความร้อนและป้องกันยุง ซึ่งเป็นพาหะของโรคมาลาเรีย และยิ่งไปกว่านั้นระบบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งเพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงวิทยุสื่อสารซึ่งเป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวที่ใช้ติดต่อผู้ปกครองในกรณีฉุกเฉิน ก็ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

“การเข้ามาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ของ GULF ในครั้งนี้ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่นี่ เพราะเมื่อมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ ช่วยให้ครูสามารถผลิตสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ทั้งยังบูรณาการจัดการศึกษาที่เหมาะสมตามช่วงวัยของเด็ก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันทำให้สุขภาวะและความเป็นอยู่ของเด็กดีขึ้น มีแสงสว่างที่เพียงพอ สามารถเปิดพัดลมระบายอากาศ ไล่ยุงไล่แมลงได้ รวมถึงระบบกล้องวงจรปิดกลับมาทำงานได้ ช่วยสร้างความมั่นใจในสวัสดิภาพและความปลอดภัยแก่ผู้ปกครอง ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่ได้รับการสนับสนุนจาก GULF ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนประตูแห่งโอกาสที่ทำให้เด็กเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม”

ถึงตรงนี้ นางสาวดวงใจ บอกว่า “การที่ GULF เข้ามาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในครั้งนี้ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับลูกหลานในชุมชนเท่านั้น แต่ไฟฟ้ายังถูกเชื่อมต่อมายังศาลาอเนกประสงค์และลานกีฬาของหมู่บ้าน ชาวบ้านได้ใช้โยชน์ทั้งกลางวัน กลางคืน ทั้งการประชุมหารือ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญยังทั้งยังมีจุดชาร์จไฟสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร และเครื่องไม้เครื่องมือทางการเกษตร ชาวบ้านไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และเสียค่าใช้จ่ายเหมือนแต่ก่อน”

“เมื่อศาลากลางหมู่บ้านมีแสงสว่างที่เพียงพอ ยังทำให้ชาวบ้านสามารถรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพเสริม อย่างการจักสาน การทอผ้า เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้ครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย ในนามของตัวแทนชาวบ้านวุ้งกะสัง ต้องขอขอบคุณ GULF เป็นอย่างมากที่เข้ามาสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์ทำให้เด็ก ๆ เข้าถึงโอกาสทางศึกษาที่ดีขึ้น คนในชุมชนมีไฟฟ้าใช้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา GULF ได้ส่งมอบพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ ภายใต้โครงการ Green Energy Green Network for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย ไปแล้วกว่า 13 แห่งทั่วประเทศไทย ครอบคลุมทั้งพื้นที่บนดอยสูง พื้นที่เกาะ และพื้นที่ชายแดน ช่วยยกระดับคุณชีวิตผู้คนกว่า 8,000 คน

Back To Top