Grab ซื้อ Atome เสริมทัพสินเชื่อดิจิทัล 5 ประเทศ ดันพอร์ต 6 พันล้านดอลลาร์
Grab ประกาศเข้าซื้อ Atome Financial แพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลในเครือ AIGL ลุยเฟสแรกเข้าถือหุ้น 60% มูลค่า 1.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมธุรกิจ BNPL และสินเชื่อดิจิทัลใน 5 ประเทศอาเซียน พร้อมสิทธิซื้อหุ้นที่เหลือ 40% ในระยะถัดไป หวังเสริม Ecosystem ดันพอร์ตสินเชื่อของกลุ่มทะลุ 6 พันล้านเหรียญในปี 2028
รายงานข่าวจาก Grab แพลตฟอร์มบริการเรียกรถ-สั่งอาหาร ประกาศเข้าซื้อกิจการ Atome Financial แพลตฟอร์มบริการทางการเงินดิจิทัลในเครือ Advance Intelligence Group Limited หรือ AIGL
โดยการเข้าซื้อกิจการ Atome ของ Grab แบ่งเป็น 2 เฟส
เฟสที่ 1 (Phase 1)
Grab จะเข้าถือหุ้นสัดส่วน 60% ใน Atome Financial มูลค่า 1.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนี้มี 2.6 ร้อยล้านดอลลาร์ เป็นเงินทุนหมุนเวียนหลักเพื่อการเติบโต (Primary Growth Capital)
โดยคาดว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2027 หลังได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล
เฟสที่ 2 (Phase 2)
Grab ได้ทำข้อตกลงสิทธิในการเข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลืออีก 40% ในช่วงประมาณ 2 ปีหลังการปิดเฟสแรก โดยกำหนดราคาตามกรอบการประเมินมูลค่าผลงานจริง ซึ่งกำหนดมูลค่าบริษัทขั้นต่ำ (Floor) ไว้ที่ 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสูงสุด (Cap) ไม่เกิน 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะรวมบริการทางการเงินของ Atome Financial เช่น บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now, Pay Later – BNPL) สินเชื่อเงินสดเพื่อการบริโภค บัตร BNPL และบริการสินเชื่อดิจิทัล เข้ากับระบบนิเวศบริการการเดินทางและการจัดส่งของ Grab เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่ออย่างรับผิดชอบแก่ผู้บริโภคหลายล้านคนที่ยังเข้าไม่ถึงระบบธนาคารพาณิชย์
และการควบรวมครั้งนี้ ครอบคลุมการดำเนินงานใน 5 ประเทศหลัก ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงระบบนิเวศของ Grab ที่มีผู้ใช้บริการทำธุรกรรมรายเดือน (MTUs) เกือบ 54 ล้านคน เข้ากับเครือข่ายร้านค้าและแบรนด์พันธมิตรของ Atome Financial กว่า 30,000 แบรนด์
นอกจากนี้ การนำโครงสร้างพื้นฐานการอนุมัติสินเชื่อด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI-powered Underwriting) ของ Atome มาประยุกต์ใช้ร่วมกับข้อมูลเชิงลึกในระบบนิเวศของ Grab จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินความเสี่ยงสินเชื่อ ลดต้นทุนการให้บริการ และป้องกันปัญหาภาระหนี้สินเกินตัวของผู้บริโภค
ปรับเป้าหมายทางการเงิน ปี 2028
Grab ระบุเพิ่มเติมว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ใช้เงินสดคงเหลือของบริษัททั้งหมด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Repurchase Program) และคาดว่าจะช่วยเพิ่ม Adjusted EBITDA ของกลุ่มบริษัทได้ทันทีหลังทำธุรกรรมเสร็จสิ้น
เป้าหมายกลุ่มบริการทางการเงิน ในปี 2028 คาดว่าจะมี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมียอดสินเชื่อคงค้างรวม (Gross Loan Portfolio) ทะลุ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนเป้าหมายรวมทั้งกลุ่มบริษัท Grab ปี 2028 ปรับเพิ่มเป้าหมาย Adjusted EBITDA รวมเป็น 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และตั้งเป้าอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของรายได้รวมมากกว่า 30% ในช่วงปี 2025 ถึง 2028
Atome คือใคร ?
Atome Financial คือแพลตฟอร์มบริการทางการเงินดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีบริการหลักคือ Atome (อ่านออกเสียงว่า “อา-โต-มี่” หรือ “A-To-Me”) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันให้บริการสินเชื่อ “ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now, Pay Later – BNPL) ยอดนิยมในเอเชีย เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2562 (ค.ศ. 2019) พร้อมต่อยอดบริการทางการเงินอื่น ๆ อย่างครอบคลุม ทั้งการให้บริการบัตร ประกันภัย บัญชีออมเงิน การให้สินเชื่อดิจิทัล และแพลตฟอร์มสินเชื่อเงินสด Kredit Pintar ในอินโดนีเซีย
Atome ดำเนินงานภายใต้ Advance Intelligence Group บริษัทฟินเทคชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนระดับโลก โดยได้รับเงินทุนและวงเงินสนับสนุนจากพันธมิตรสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ Standard Chartered, HSBC, Bank Jago, DBS Bank, SMBC, BlackRock, Evolution X Capital และ InnoVen Capital ส่งผลให้สามารถระดมทุนรวมได้แล้วมากกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 23,100 ล้านบาท) และปัจจุบันขยายเครือข่ายบริการครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศจีน และละตินอเมริกา
Atome เริ่มเปิดให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 โดยเน้นเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มบิวตี้ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้านออฟไลน์
ปัจจุบัน บริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด (KASIKORN INVESTURE : KIV) บริษัทโฮลดิ้งภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย ได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่ใน Atome ประเทศไทย ด้วยสัดส่วนมากกว่า 50%
หมดยุคทอง BNPL แบบเดี่ยว ๆ
Momentum Works บริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจในสิงคโปร์ วิเคราะห์กรณีดังกล่าวไว้ขณะที่ยังเป็นเพียงกระแสข่าวการเจรจาเข้าซื้อธุรกิจ ระบุว่า การควบรวมกิจการระหว่าง Grab และ Atome Financial ไม่ใช่การขายหนี้หนีตายของสตาร์ทอัพที่ล้มเหลว เนื่องจาก Atome ทำรายได้ในปี 2025 สูงถึง 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 80% YoY) และมีกำไรก่อนภาษีติดต่อกันเป็นปีที่สอง โดยมียอดขายรวม (GMV) ต่อปีเกิน 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่ดีลดังกล่าวสะท้อนว่า “ช่วงเวลาทอง” ของบริการ BNPL อิสระ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ปิดฉากลงแล้ว เนื่องจากผู้ให้บริการ BNPL อิสระ ไม่มีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือทราฟฟิกผู้ใช้เป็นของตนเอง ทำได้เพียงแทรกอยู่ระหว่างขั้นตอนการค้นหาสินค้ากับการชำระเงิน จึงยากต่อการเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียม (take rate)
ขณะเดียวกัน ตลาดในภูมิภาคนี้ถูกครอบงำด้วยโมเดลแบบรวมศูนย์ (Integrated Model) ของยักษ์ใหญ่ ทั้ง Grab, Shopee, GoTo และ TikTok Shop ที่หันมาพัฒนาบริการสินเชื่อขึ้นเองเพื่อเก็บผลประโยชน์ทางการเงินไว้ทั้งหมด เช่น Shopee ที่พัฒนา Monee จนมีพอร์ตสินเชื่อแตะ 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Grab เองก็มีพอร์ตสินเชื่อ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมธนาคารดิจิทัลอีก 3 แห่ง
การเข้าซื้อ Atome จึงเป็นการดึงพอร์ตสินเชื่อภายนอกเข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศ พร้อมตอกย้ำว่าพื้นที่สำหรับผู้ให้บริการ BNPL แบบอิสระในอาเซียนได้หมดลงอย่างสมบูรณ์