Cover Image

GPSC ครึ่งปีแรกกำไร 3.54 พันล้าน โต 12% เคาะปันผล 0.55 บาท


บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,819.10 ล้านบาท ลดลง 9.91% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,019.25 ล้านบาท โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ลดลง รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ปรับตัวลดลงจากปีก่อน

ทั้งนี้ GPSC มีเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าในไตรมาสดังกล่าวจำนวน 171 ล้านบาท ลดลง 71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลประกอบการของโครงการ CFXD ลดลงจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการตีมูลค่าเงินกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐที่ลดลง ขณะที่ผลประกอบการของ AEPL ลดลงจากฐานสูงในปีก่อน ซึ่งมีการรับรู้รายการทางภาษี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการดังกล่าว ส่วนแบ่งกำไรของ AEPL ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าของโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น ส่วน XPCL มีผลประกอบการดีขึ้นจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามปริมาณน้ำ

ขณะเดียวกัน บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 68 ล้านบาท ลดลง 77% จาก 301 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินกู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ CFXD ลดลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฐานต่ำในปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในธุรกิจหลักยังมีปัจจัยบวก โดยบริษัทมีกำไรขั้นต้น 5,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จาก 5,123 ล้านบาทในปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ที่มีส่วนต่างค่าเชื้อเพลิง หรือ Energy Margin ปรับตัวดีขึ้น จากการบริหารจัดการถ่านหินอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับโรงไฟฟ้าห้วยเหาะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ส่วนธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) มีกำไรขั้นต้นลดลงจากราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยที่ลดลงตามค่า Ft รวมถึงปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่ลดลง หลังสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า GSPP11 Phase 1 หมดอายุในเดือนตุลาคม 2568 อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามแผนการผลิตของลูกค้า ส่วนธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) และธุรกิจอื่นมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น โดยโรงไฟฟ้าขยะ RDF มีผลการดำเนินงานดีขึ้น

ด้านต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 1,109 ล้านบาท ลดลง 14% จากการชำระคืนเงินกู้บางส่วนและอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ลดลง ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 5,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% แม้รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 21,714 ล้านบาท ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 3,538.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.00% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,159.29 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 16% เหลือ 2,245 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้บางส่วนและอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นงวด 6 เดือนอยู่ที่ 10,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยธุรกิจ SPP มีส่วนต่างค่าเชื้อเพลิงดีขึ้นจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ลดลง ขณะที่กลุ่ม VSPP และธุรกิจอื่นได้รับแรงหนุนจากรายได้โรงไฟฟ้าขยะ RDF และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ GRP ส่วน XPCL มีผลประกอบการดีขึ้นตามปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการ GPSC มีมติเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 อนุมัติจ่าย เงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 19 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 20 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 3 กันยายน 2569

Back To Top